
'ผบ.ทบ.'ยัน'ใต้มืด'ไม่โยงก่อการร้าย
'ผบ.ทบ.' เตือนเหตุไฟฟ้าดับ 14 จ.ใต้ เป็นบทเรียน ซักเหตุย้าย 'หมอพรทิพย์'ย้ำไม่กระทบงานดับไฟใต้ วอนสื่ออย่าถาม-เขียน หลุดเก้าอี้ 'ผบ.ทบ.'รอให้บอร์ดกห. ตัดสิน
22 พ.ค.56 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ให้สัมภาษณ์ ก่อนออกเดินทางลงพื้นที่ จ.ปัตตานี ว่า ได้เดินทางไปพร้อม พล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา ที่ปรึกษาคณะกรรมการขับเคลื่อนนโยบายและยุทธศาสตร์การแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ (กปต.จชต.) เพื่อไปตรวจเยี่ยมการปฏิบัติงานในส่วนของ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า (กอ.รมน.ภาค4 สน.) เพราะที่ผ่านมาได้มีการประชุมประจำสัปดาห์ในรูปของคณะทำงาน โดย น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้สั่งการในหลายเรื่อง ซึ่งจะนำเรื่องเหล่านี้ไปหารือ เพื่อนำไปสู่การปฏิบัติ โดยจะมี กปต. ที่จะขับเคลื่อน ในรายละเอียด เพื่อให้กลุ่มงานใน กอ.รมน. ศอ.บต. และกระทรวงทบวงกรม ได้เดินตามยุทธศาสตร์ที่ได้วางไว้
นอกจากนี้จะลงไปเน้นย้ำ ในเรื่องของความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน โดยเฉพาะเรื่องเส้นทาง ว่ามีความปลอดภัยหรือไม่ รวมถึงแนวทางการแก้ปัญหา ทั้งนี้ต้องอาศัยข้อมูลในส่วนของทั้ง 3 จังหวัด รวมถึงข้อมูลจากประชาชนเพราะสถานการณ์ในปัจจุบันมีความไม่ปลอดภัยในการสัญจรไปมา จึงต้องไปดูว่าเส้นทางไหนปลอดภัย หรือควรหลีกเหลี่ยง เพื่อจะจัดกำลังลงไปดูแลให้เต็มที่ รวมทั้งลงไปติดตามเรื่องการพัฒนาในพื้นที่ รวมถึงการศึกษา เพื่อยกระดับ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ให้ทัดเทียมกับจังหวัดอื่นๆ สิ่งที่ทำอยู่ปัจจุบันนี้เราทำอยู่หลายมิติ และหลายบทบาท ไม่ได้เน้นเฉพาะกำลังทหารหรือตำรวจ รวมถึงการสร้างความเข้าใจในพื้นที่ และนอกประเทศในการแก้ไขปัญหา
พล.อ.ประยุทธ์ ได้กล่าวถึงเหตุการณ์ไฟฟ้าดับในพื้นที่ 14 จังหวัดภาคใต้ ว่าได้รับรายงานจาก พล.ท.สกล ชื่นตระกูล แม่ทัพภาคที่ 4 ว่าเกิดไฟฟ้าดับ ตั้งแต่เวลา 19.00 น. ของเมื่อเมื่อวันที่ 21 พ.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งก่อนหน้านี้ก็มีข่าวว่าจะมีการปฏิบัติการที่ก่อให้เกิดไฟฟ้าดับ เราก็เฝ้าระวังเหตุการณ์มาโดยตลอด ขณะเดียวกัน น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้สั่งกำชับให้ผู้ประสานงานในส่วนของกองทัพให้ไปพูดคุยกับผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัดที่มีปัญหา ว่าจะช่วยเหลือได้อย่างไร พร้อมได้สั่งการให้มีการดูแล และส่งกำลังพลเข้าไปช่วยเหลือประชาชนที่เดือดร้อน ซึ่งให้แม่ทัพภาคที่ 4 ที่รับผิดชอบทั้ง 14 จังหวัด ในหน่วยทหารทุกหน่วยในพื้นที่ได้เข้าไปดูแลในชั้นต้น โดยเฉพาะเรื่องของการดูแลรักษาความปลอดภัย
“ถือว่ายังโชคดีที่ไม่เกี่ยวกับการก่อการร้าย หรือการก่อวินาศกรรม แต่เป็นเรื่องการชำรุด ในการแจกจ่ายกระแสไฟฟ้า และถือเป็นบทเรียน ที่ทุกคนต้องให้ความสนใจในเรื่องนี้ ผมมองในด้านความมั่นคง ว่าทุกคนต้องช่วยกันสำรวจ ไม่ว่าจะเป็นสิ่งของ อุปกรณ์ใด ๆ ก็ตามที่มีวันชำรุด และต้องมีการซ่อมแซมบำรุงรักษาตามระยะเวลา เช่น ในส่วนของยุทโธปกรณ์ของทหารถ้ามีการใช้ก็ต้องชำรุด เรื่องดังกล่าวเป็นกรณีตัวอย่าง ที่อาจเกิดขึ้นเมื่อไรก็ได้ ผมไม่ได้บอกว่าเป็นความบกพร่องของใครเพียงแต่ต้องเตรียมการ และเป็นสิ่งที่น่ายินดี ที่สามารถแก้ไขสถานการณ์ได้ภายในคืนเดียว โดยเฉพาะ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่มีเหตุการณ์ที่อันตรายอยู่แล้ว หากแก้ไขไม่ทันเวลาให้รวดเร็ว ก็จะสุ่มเสี่ยงจะเกิดเหตุการณ์เพิ่มเติม นายกฯได้ฝากขอบคุณกำลังพลทุกคน และท่านได้สั่งการได้ทุกจังหวัดจัดศูนย์ช่วยเหลือประชาชน” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า การดูแลไม่ได้เน้นเฉพาะ 14 จังหวัดภาคใต้ที่เกิดเหตุการณ์ไฟฟ้าดับเท่านั้น ตนได้สั่งการให้หน่วยทหารเข้าไปดูแลทั่วประเทศ ถึงแม้จะไม่ใช้หน้าที่โดยตรงแต่ถือเป็นความรับผิดชอบและเป็นการปลูกฝังให้หน่วยทหารและกำลังพลมีจิตเป็นสาธารณะ สำหรับการแก้ไขปัญหาในระยะยาวต้องไปถามกระพลังงานและการไฟฟ้าฯ ว่าจะมีการดำเนินการอย่างไร
วอนสื่ออย่าถาม-เขียน หลุดเก้าอี้ "ผบ.ทบ." รอให้บอร์ดกห. ตัดสิน
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวถึงกรณีที่คณะรัฐมนตรีปรับย้าย พ.ญ.คุณหญิงพรทิพย์ โรจนสุนันท์ ไปเป็นผู้ตรวจราชการ และที่ปรึกษาคณะกรรมการขับเคลื่อนนโยบายและยุทธศาสตร์การแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศปก.กปต.) ว่า เป็นเรื่องของกระทรวงยุติธรรม ไม่ใช่เรื่องของกระทรวงกลาโหม แต่ พ.ญ.คุณหญิง พรทิพย์ ทำงานกับตนมาตลอด การปรับย้ายครั้งนี้กระทรวงยุติธรรมมีอำนาจ ซึ่งไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องการทำงานว่าดีหรือไม่ดี ที่ผ่านมาท่านก็ทำงานดีมาตลอด
“ผมได้สอบถามไปแล้ว ซึ่งได้รับคำตอบว่าการปรับย้ายครั้งนี้ไม่ใช่เพราะหมอทำงานไม่ดี หน่วยเหนือเป็นผู้พิจารณาถึงความเหมาะสม ท่านยังทำงานอยู่ที่ กปต.จชต. หมอเป็นคนที่มีความรู้ ความสามารถ ทำงานในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้มาตลอด คนที่ต้องมาก็ต้องทำงานในแนวทางที่หมอทำไว้แล้ว เพราะเริ่มต้นไว้ดีอยู่แล้ว ไม่น่ามีปัญหาในการทำงาน คงต้องดูแลคนดีกันต่อไป ประเทศไทยต้องการคนดีเยอะ ๆ ต้องช่วยกัน หมอท่านดีอยู่แล้ว คนใหม่ก็ต้องดี อย่างน้อยก็ต้องดีเท่ากัน” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า อย่าถามเรื่องการปรับย้ายมากนัก และก็ไปเขียนเหมือนนิยายกันไปเรื่อยๆ ไม่ได้เกิดประโยชน์ ตนไม่เห็นสาระ แต่ไม่อยากใช้คำว่าเขียนไร้สาระ เพราะไม่ได้เกิดประโยชน์ต่อประเทศชาติ และสังคม การปรับย้ายข้าราชการประจำเป็นเรื่องของคณะกรรมการ กระทรวง ทบวง กรม ที่มีหน้าที่ความรับผิดชอบทำ อีกทั้งเป็นเรื่องของกฎหมาย และกฎทางการปกครอง ไม่ใช่เรื่องของใครจะมาวิจารณ์ได้ทั้งสิ้น ตนไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้นในประเทศไทย อะไรต่างๆ พันกันไปหมด ตนพยายามตอบให้ดีที่สุด แต่ก็ไปเขียนไปเรื่องนั้น เรื่องนี้ คิดเองกันไปหมด ต่อไปนี้อย่าถามเรื่องพวกนี้ เพราะไม่เกิดประโยชน์ ใครจะเป็นหรือไม่เป็นอะไร ก็ไม่เห็นมีอะไรเปลี่ยนแปลง กองทัพบกก็ยังเป็นกองทัพบก
“ วันนี้ไม่มีใครทำอะไรที่มีข้อขัดแย้งทั้งสิ้น เป็นการทำงานตามหน้าที่ไป สิ่งใดก็ตามที่ทำให้เกิดข้อบาดหมางหรือทำให้เกิดข้อขัดแย้ง หรือสิ่งใดที่ไม่เกิดประโยชน์กับสังคมที่วันนี้มีความแตกแยกกันมากพอสมควรอยู่แล้ว ผมคิดว่าต้องลดลง สิ่งเหล่านี้ไม่ได้เกิดประโยชน์อะไรเลย เสียเวลาเปล่า เอาสติปัญญาไปแก้ปัญหาอื่นดีกว่า ผมจะได้ไม่หงุดหงิด มีอารมณ์ไปทำงานดี ๆ สร้างคุณประโยชน์ให้สังคม ทุกคนในกองทัพบกก็ตั้งใจทำหน้าที่อยู่แล้ว ผมขอร้องว่าให้พอเสียทีเรื่องการปรับย้ายผม การจะย้ายหรือไม่ย้ายไม่ใช่เรื่องของใครเลย มีคนพิจารณาอยู่แล้ว”พล.อประยุทธ์ กล่าวและปฏิเสธที่จะให้ความเห็นเรื่องที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีเสนอเงิน 10 ล้านบาทให้ผู้ที่ให้เบาะแสผู้ก่อเหตุวางเพลิงห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลเวิล์ดช่วงสลายการชุมนุมในปี 2553 โดยบอกว่า ถ้ารู้ว่าเป็นใครก็ไปรับเงินจากท่านมา แต่ตนไม่รู้ ต้องไปถามตำรวจ" พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว



