ข่าว

'ปู'ยกหู!สั่ง'บิ๊กตู่'ดู3จว.ใต้หลังไฟดับ

'ปู'ยกหู!สั่ง'บิ๊กตู่'ดู3จว.ใต้หลังไฟดับ

22 พ.ค. 2556

'นายกฯ'บินญี่ปุ่น เข้าร่วมประชุม 'The Future of Asia' พร้อมจี้พลังงานหาสาเหตุไฟฟ้าใต้ดับ -มอบ'ผบ.ทบ.' ดูแล 3 จว.ชายแดน หวั่นมือที่สามป่วน

                22 พ.ค.56 น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์กรณีที่เกิดเหตุไฟฟ้าดับในพื้นที่ 14 จังหวัดภาคใต้ว่า เท่าที่ตนได้รับรายงานมาคือ มีปัญหาที่โรงไฟฟ้าจอมบึง จ.ราชบุรี และโรงไฟฟ้าบางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งเข้าใจว่าบางส่วนเกิดจากการซ่อมด้วย ซึ่งตนได้สั่งการไปตรวจสอบแล้ว และในวันนี้ นายพงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล รมว.พลังงาน จะเรียกประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาตรวจสอบสาเหตุ เมื่อประชุมเสร็จนายพงศักดิ์คงแถลงข่าวให้ทราบกันอีกครั้ง

                “โดยในระยะยาวคงต้องวางแผนในการแก้ปัญหาด้วย ว่าหากเกิดกรณีไฟฟ้าดับเราจะมีการเสริมอย่างไรบ้าง เพราะปัญหาของไฟฟ้าในภาคใต้ค่อนข้างจะมีจำกัด และมีปริมาณการใช้ค่อนข้างสูง คงต้องดูตรงนี้ด้วย จากเหตุการณ์นี้เราก็ไม่อยากเห็นไฟฟ้าดับตั้ง 14 จังหวัดภาคใต้ เพราะส่งผลกระทบต่อนักท่องเที่ยวและประชาชน ก็คงต้องเร่งในการตรวจสอบโดยเร็ว ซึ่งการแก้ปัญหาเมื่อวันที่ 21 พ.ค.ที่ผ่านมา ก็ใช้ไฟฟ้ามาสำรองจากส่วนอื่นมาช่วย ก็ใช้เวลากว่า 4 ชั่วโมง” น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าว

                ผู้สื่อข่าวถามว่า มาตรการระยะสั้นจะดูแลอย่างไรไม่ให้เกิดเหตุการณ์อย่างนี้ขึ้นมาอีก น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า คงต้องให้การไฟฟ้าเข้าตรวจสอบ เพราะปกติภาคใต้เรามีเส้นสำรองอยู่แล้ว แต่ครั้งนี้อาจจะเกิดการซ่อมหรือการใช้งานที่สูงเกินจนทำให้ไฟตัดไป ซึ่งคงต้องไปดูปริมาณการใช้ ในระยะสั้นคงต้องดูว่าเส้นไหนบ้างที่ไม่มีเส้นสำรอง เพราะปกติเรามีเส้นแบล็คอัพอยู่ ก็ต้องไปดูว่าเส้นแบล็คอัพหากเส้นหนึ่งขาดไปจะทำงานรับโหลดได้หรือเปล่า ก็คงต้องไปดูโหลดไฟการใช้ทั้งหมด และระยะยาวคงต้องพูดคุยกันว่า การวางแผนการใช้ไฟฟ้าทั้งประเทศเป็นอย่างไร แล้วก็มีอัตราเติบโตอย่างไร และคงมีการเร่งที่จะดูในเรื่องปริมาณการใช้งานและไฟฟ้าสำรองให้เหมาะสมด้วย

                เมื่อถามว่า ล่าสุดมีรายงานว่าเป็นเพราะมีการใช้ไฟฟ้าเกินปริมาณที่จะสามารถผลิตได้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า ก็ได้รับรายงานมายังไม่ชัดเจน ก็อยากให้เจ้าหน้าที่ลงไปตรวจสอบ ตนได้รับรายงานมาว่า มีการใช้ไฟฟ้าปริมาณที่สูงทำให้สวิตซ์ไฟมันตัดไปเลย แต่สุดท้ายก็ไล่มาเปิดได้ทัน ตนขอให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบให้ชัดเจนก่อน    เมื่อถามว่า เหตุไฟฟ้าดับจะสร้างความชอบธรรมให้ต้องสร้างโรงไฟฟ้าเพิ่มเติมหรือไม่ เพราะที่ผ่านมามีการพูดถึงโรงไฟฟ้าถ่านหิน น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า คงต้องเรียนว่า เราขอความร่วมมือว่าอย่างไรเราก็ต้องมีพลังงานเรื่องของไฟฟ้าที่จะเอามาใช้งาน จะเป็นวิธีไหนก็คงต้องช่วยกันดูว่าวิธีใดที่จะมีผลกระทบน้อยที่สุด ซึ่งคงต้องดูเรื่องการดูแลชุมชนในบริเวณนั้นด้วย ในระยะยาวคงต้องคุยตรงนี้ เพราะปริมาณการใช้ไฟฟ้าและในการเจริญเติบโต การรองรับนักท่องเที่ยว ก็จะเพิ่มสูงขึ้น ตรงนี้ต้องพูดคุยด้วยว่าปริมาณไฟฟ้ากับการใช้งานให้มีความสัมพันธ์กัน ถ้าไม่วางแผนเลยในพื้นที่ก็อาจจะเกิดปัญหานี้ด้วย ก็คงต้องพูดคุยกันมากขึ้นและเตรียมการทำเรื่องนี้ด้วย

                เมื่อถามว่า ในส่วนของพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ห่วงว่าจะเกิดปัญหาหรือไม่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ตนมีความเป็นห่วง ซึ่งได้โทรศัพท์สั่งการ พล.อ.ประยุทธ์ จันโอชา ผบ.ทบ. ว่าให้ดูแลด้วย เพราะเราเกรงว่าจะเกิดเหตุการณ์มือที่ 3 ในช่วงที่ไฟดับ และได้ตรวจสอบแล้วไม่มีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้น

 

 

               
บินญี่ปุ่น เข้าร่วมประชุม "The Future of Asia"

 

               น.ส.ยิ่งลักษณ์ พร้อมด้วยคณะ อาทิ นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.ต่างประเทศ นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ รมว.คมนาคม นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ รมว.พาณิชย์ ได้เดินทางไปยังประเทศญี่ปุ่น ในการเยือนลักษณะ Working Visit ตามคำเชิญของบริษัท Nikkei ของญี่ปุ่น โดยนายกฯมีกำหนดการร่วมประชุม The Future of Asia ครั้งที่ 19 และกล่าวปาฐกถาในหัวข้อ “Investing in the Future of Asia”

                นอกจากนี้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ยังมีกำหนดการเข้าเฝ้าฯเจ้าชายนารุฮิโตะมกุฎราชกุมารแห่งญี่ปุ่น และการหารือทวิภาคีกับนายชินโซ อาเบะ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น รวมทั้งการนำภาคเอกชนผู้ประกอบการ OTOP และ SMEs ศึกษาดูงานการพัฒนาผลิตภัณฑ์และช่องทางการจำหน่าย ก่อนเดินทางกลับประเทศไทยในวันที่ 25 พ.ค.นี้

               

 


"เอกชนระนอง" จี้ "กฟผ."ปรับปรุงระบบไฟฟ้า

 

                นายกฤษณะ เอี่ยมวงษ์นที ประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดระนอง เปิดเผยว่า ผลกระทบจากการที่เกิดกระแสไฟฟ้าตก และกระแสไฟฟ้าดับบ่อยครั้งที่เกิดขึ้นในเขตพื้นที่ จ.ระนอง อย่างล่าสุดเมื่อคืนที่ผ่านมาพบว่า ได้สร้างความเสียหายให้กับผู้ประกอบการอุตสาหกรรมเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะห้องเย็นที่ต้องใช้ไฟฟ้าจำนวนมาก จะต้องมีการปิดระบบ และรีสตาร์ตระบบใหม่ซึ่งนอกจากสินค้าที่ได้รับความเสียหายแล้ว การรีสตาร์ตระบบในแต่ละครั้งจะทำให้สิ้นเปลืองพลังงานไฟฟ้าเพิ่มขึ้น จึงต้องการเรียกร้องให้ กฟผ.และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องปรับปรุงระบบไฟฟ้า และระบบสำรองกรณีฉุกเฉินใหม่ เพราะเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแสดงให้เห็นว่าเมื่อเกิดกรณีฉุกเฉินแทบทุกครั้งทาง กฟผ.ไม่เคยมีระบบสำรองที่ไว้วางใจได้เลย

                "ในต่างประเทศจะมีการวางระบบไฟฟ้าเป็น 2 เฟส เฟสแรกเป็นระบบหลัก เฟสที่สองเป็นระบบสำรอง เมื่อระบบหลักเกิดความเสียหาย สามารถเชื่อมต่อระบบสำรองได้ทันที ซึ่งสามารถลดความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นได้" นายกฤษณะ กล่าว

 

 

สงขลาประเมินไฟดับ 4 ชั่วโมง เสียหายแตะ 500 ล้านบาท

               

               นายสมพร สิริโปราณานนท์ ประธานหอการค้าจังหวัดสงขลา เปิดเผยว่า ไฟฟ้าที่ดับตั้งแต่เวลา 18.00 น. 22.00 น. ในภาคการท่องเที่ยวไม่ได้รับผลกระทบ เนื่องจากช่วงที่ไฟดับนั้นเป็นช่วงค่ำ อย่างไรก็ดีในภาคอุตสาหกรรมนั้นพบว่า โรงงานอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ ต่างได้รับผลกระทบ แม้จะมีระบบไฟฟ้าสำรอง แต่ก็ไม่สามารถรองรับการผลิตทั้งระบบได้ โดยเฉพาะอุตสาหกรรมน้ำยางข้น ที่เมื่อไฟฟ้าดับ กระบวนการผลิตต้องหยุดชะงักก็สร้างความเสียหายทันที ในขณะที่อุตสาหกรรมขนาดใหญ่ อย่างโรงงานแปรรูปสัตว์น้ำ ก็ได้รับความเสียหายจากไฟฟ้าดับในครั้งนี้ทำให้ประเมินเบื้องต้นว่า ไฟฟ้าที่ดับลง 4 ชั่วโมง น่าจะสร้างความเสียหายต่อภาคธุรกิจของจังหวัดสงขลาไม่น้อยกว่า 500 ล้านบาท ส่วนตัวเห็นว่าปัญหาที่เกิดขึ้นนั้นรัฐควรจะเร่งแก้ไข เพราะอีก 2 ปีข้างหน้าก็จะก้าวเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ซึ่งจะมีการขยายตัวทางเศรษฐกิจเพิ่มขึ้น ไฟฟ้าจึงต้องมีความพร้อมมากกว่านี้