ข่าว

3คลองลัดรับฟลัดเวย์พลิกวิถีลุ่มน้ำท่าจีน

3คลองลัดรับฟลัดเวย์พลิกวิถีลุ่มน้ำท่าจีน

22 พ.ค. 2556

3คลองลัดรับฟลัดเวย์พลิกวิถีลุ่มน้ำท่าจีน


              ถ้าหากกำหนดหมุดหมายให้เหตุการณ์มหาอุทกภัยเมื่อปลายปี 2554 เป็นจุดกึ่งกลางของแผนงานรับมือปัญหาน้ำท่วมในลุ่มน้ำท่าจีนตอนล่างช่วงระหว่าง อ.นครชัยศรี สามพราน นครปฐม และบางส่วนของ จ.สมุทรสาคร นับย้อนหลังกลับไป 5 ปี และเดินหน้ามาถึงวันนี้คือ 2 ปีถัดจากนั้น จะเห็นได้ว่า โครงการขุดลัดคูคลองเพื่อเร่งระบายน้ำที่กินระยะเวลา 7 ปีเต็มๆ แทบไม่คืบหน้าไปถึงไหน

              แม่น้ำท่าจีน ก็ไม่ต่างจากสายน้ำอื่น ที่ถูกธรรมชาติสรรค์สร้างให้คดเคี้ยวเลี้ยวลด บางคุ้งน้ำแทบจะมาจรดกันเองจนแผ่นดินอีกส่วนกลายเป็นเกาะแก่ง อย่างที่เรียกกันว่ากระเพาะหมูอยู่หลายแห่ง นับตั้งแต่ย่านสถานีรถไฟงิ้วรายตรงบริเวณปากคลองมหาสวัสดิ์ด้านตะวันตก ซึ่งเป็นคลองคู่ขนานทางรถไฟสายใต้ จากปากคลองด้านตะวันออกที่บริเวณตลิ่งชันตรงจุดบรรจบคลองบางกอกน้อย (เลยร้านอาหารยกยอเข้าไปในคลองก่อนถึงวัดชลอ) เลียบตลอดทางรถไฟไปถึงท่าจีนที่งิ้วราย

              คลองลัดงิ้วรายจากแม่น้ำท่าจีนตรงปากคลองมหาสวัสดิ์จะตัดลัดกระเพาะหมูที่ก้นถุงกระเพาะคดโค้งไปทางตะวันตกเชื่อมกับแม่น้ำท่าจีนทางด้านใต้ที่วัดไทยาวาส

              อาจกล่าวได้ว่า คลองลัดงิ้วราย ที่ปรากฏอยู่ในร่างแผนทีโออาร์ที่ภาคเอกชนจะนำเสนอต่อคณะกรรมการบริหารจัดการน้ำและอุทกภัย(กบอ.)นั้น มีความสำคัญมากที่สุดสายหนึ่ง เพราะไม่เพียงแต่ช่วยร่นระยะทางเดินของน้ำในแม่น้ำท่าจีนหลายกิโลเมตรเท่านั้น หากแต่คลองมหาสวัสดิ์ที่ปากคลองด้านตะวันตกอยู่ตรงปากคลองลัดงิ้วรายพอดิบพอดียังรับน้ำจากคลองโยง(คลองบางใหญ่) ช่วยระบายน้ำจากทุ่งตะวันตกของแม่น้ำเจ้าพระยา ตั้งแต่ อ.บางเลน จ.นครปฐม อ.บางบัวทอง อ.บางใหญ่ อ.บางกรวย นนทบุรี และ ต.ตากฟ้า จ.นครปฐม ขณะที่ปากคลองมหาสวัสดิ์ด้านตะวันออกจะรับน้ำจากคลองบางกอกน้อย บางกรวย และบางพลัด ซึ่งจะเป็นการแบ่งเบาภาระน้ำหลากท่วมกทม.ในฝั่งธนบุรีเกือบตลอดแนวถนนจรัญสนิทวงศ์เลยทีเดียว

              การขุดขยายคลองลัดช่วงแรกที่งิ้วรายนี้ จะเป็นไปตามแผนการรับน้ำจากฟลัดเวย์อีกทางหนึ่งซึ่งจะรองรับน้ำเหนือจากนครสวรรค์ระบายผ่านทางทุ่งตะวันตก เข้าทางชัยนาท มาทางอุทัยธานี ผ่านสุพรรณบุรี ถึงนครปฐม และลงอ่าวไทยที่สมุทรสาคร ซึ่งตามโครงการได้วางเป้าหมายเอาไว้ว่าจะเพิ่มศักยภาพให้สามารถระบายได้มากถึงวินาทีละ 1,400 ลูกบาศก์เมตร ผ่านคลองขุดความกว้าง 120 เมตร และแนวถนนที่เป็นคูคันความยาวจากเหนือจรดใต้ 400 กิโลเมตร

              สองข้างทางปิ่นเกล้า-นครชัยศรี ช่วงถนนพุทธมณฑลสาย 6-7 ที่มีสะพานข้ามแม่น้ำนครชัยศรี(ท่าจีน)อยู่ตรงหน้า เชื่อมการจราจรทางบกมุ่งเข้าสู่จุดตัดถนนเพชรเกษมก่อนเข้าตัวเมืองนครปฐม บริเวณพิพิธภัณฑ์หุ่นขี้ผึ้งไทย เมื่อเดือนตุลาคม-พฤศจิกายน 2554 พื้นที่บริเวณนี้กลายเป็นทะเลสาบน้ำเน่าเพียงชั่วข้ามคืน ระดับน้ำที่เอ่อท้นจากแม่น้ำท่าจีนกินบริเวณกว้างสองฝั่งตลิ่ง เป็นเครื่องยืนยันว่า การระบายน้ำเหนือลงอ่าวไทยไม่ดีพอ

              ทางด้านซ้ายของถนนปิ่นเกล้า-นครชัยศรีขาออกแถบถนนพุทธมณพลสาย 6 แถวๆ ต.หอมเกร็ด อ.สามพราน คือจุดเริ่มต้นของคลองลัดหอมเกร็ดหรือคลองลัดอีแท่น ซึ่งตามโครงการจะขุดให้กว้างและลึกขึ้นเพื่อไปเชื่อมกับแม่น้ำท่าจีนที่ ต.ทรงคนอง ทางทิศใต้ ที่อยู่ทางตอนเหนือของสวนสามพราน ริมถนนเพชรเกษม การตัดลัดกระเพาะหมูตรงนี้ จะทำให้ตลาดน้ำดอนหวายซึ่งอยู่ตรงปลายก้นถุงกระเพาะซึ่งค่อนไปทางตะวันออกเหมือนถูกตัดขาดจากท่าจีนสายหลัก แต่ผู้คนในพื้นที่อาจเห็นดีด้วยก็ได้ ถ้าหาก กบอ. สามารถอธิบายให้เป็นที่เข้าใจได้ว่า ทางเดินของน้ำที่สะดวกขึ้น แลกกับวิถีชีวิตที่เปลี่ยนไปบ้าง จะคุ้มกันหรือไม่ และอย่างไร ฯลฯ

              ข้ามฟากน้ำท่าจีนจากเกาะกระเพาะหมูตลาดดอนหวายมาขึ้นอีกฝั่ง อันเป็นที่ตั้งของวัดไร่ขิง ใช้ถนนหลวงหมายเลข 3316 มาออกถนนเพชรเกษมแถวๆหน้าสวนสามพราน แล้วเลี้ยวซ้ายมุ่งหน้ามาทางบางแค ไม่ไกลมากนักก็ถึงฟาร์มจระเข้สามพรานซึ่งตั้งอยู่ฝั่งเดียวกันสวนสามพราน ลึกเข้าไปหลังแหล่งท่องเที่ยวแห่งนี้ รู้จักกันในนาม ต.ท่าข้าม อ.สามพราน ซึ่งเป็นจุดที่ 3 ที่ตามแผนระบายน้ำหมายมั่นว่าจะขุดลอกตัดลัดคลองที่ชื่อ คลองลัดท่าข้าม เพื่อร่นระยะกระเพาะหมูซึ่งส่งก้นถุงไปทางทิศตะวันตก ใต้สวนสามพรานลงมาในระยะทางแค่คุ้งน้ำเดียว หากแต่พื้นที่ฝั่งขวาของคลองดั้งเดิมซึ่งเป็นที่ตั้งของโรงเรียนวัดนักบุญเปโตรและซอยเปโตรอีกหลายซอย ล้วนเนืองแน่นไปด้วยชุมชนที่พักอาศัย มากกว่าจะเป็นสวนส้ม สวนผลไม้ร่นรื่นอย่างละแวกก่อนหน้า

              ย้อนหลังจากเหตุการณ์น้ำท่วมไป 5 ปี คือเมื่อพ.ศ.2549 กรมชลประทาน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้เสนอโครงการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมในพื้นที่นครปฐม ด้วยการกำหนดแผนขุดลัดคลอง 2 แห่งคือ คลองลัดงิ้วรายกับคลองลัดอีแท่น ต่อมาในปี 2550 นายธีระ สูตะบุตร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรฯสมัยนั้นได้ทำสัญญากับสถาบันเอไอทีและมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เพื่อศึกษาโครงการ ท่ามกลางเสียงคัดค้านจากชาวชุมชนลุ่มน้ำท่าจีน จนแล้วจนเล่า เมื่อถึงคราวน้ำท่วมใหญ่ 2554 หรืออีก 5 ปีถัดมาจากจุดกำเนิดโครงการของกรมชลประทาน ทีมงานแก้ไขสถานการณ์ของรัฐบาลยิ่งลักษณ์จึงเริ่มปัดฝุ่นงานขุดลอกคลองลัดแม่น้ำท่าจีนทั้ง 3 สายขึ้นมาอีกครั้ง รถแบ็กโฮจากกรมการทหารช่าง ถูกระดมลงพื้นที่ในทันที นายกรัฐมนตรีไปตรวจความคืบหน้าบ่อยครั้ง ชนิดข้ามปีกันเลยทีเดียว แต่ดูเหมือนว่า คลองทั้งสามสายเหล่านั้นจะนิ่งงันอยู่ดังเดิม ด้วยเหตุที่ไม่มีเครื่องมือชนิดไหน ได้รับอนุญาตจากชุมชนให้ลงไปกว้านควักทะลวงลึกรุกล้ำบ้านเรือน ที่อยู่อาศัยและแหล่งเกษตรกรรม

              แผนงานที่นำเสนอกบอ. และจะปรากฏต่อสาธารณชนในวันที่ 3-4มิถุนายนนี้ จะช่วยปลุกเครือข่ายชาวชุมชน และพันธมิตรแห่งลุ่มน้ำท่าจีนให้ฟื้นตื่นขึ้นมาแสดงตัวบอกให้ฟังกันชัดๆ ว่าพวกเขารับได้หรือไม่ กับแผนงานขุดลัดคลอง 3 สาย เพื่อร่นระยะทางระบายน้ำในแม่น้ำท่าจีนลงอีก 30 กิโลเมตร