ข่าว

'บช.น.'จับยาบ้า4.5ล้านเม็ดไอซ์60กก.

'บช.น.'จับยาบ้า4.5ล้านเม็ดไอซ์60กก.

21 พ.ค. 2556

'นครบาล' โชว์จับยาเสพติดล็อตใหญ่ ยาบ้า 4.5 ล้านเม็ด ไอซ์ 60 กก. ขณะที่ 'ปปส.' บุกยึดทรัพย์แก๊งค้ายาย่านบางชัน กว่า 50 ล้านบาท

 

                          21 พ.ค. 56  ชุดสืบสวนของ กก.สส.บก.น.4 ได้นำกำลังบุกเข้าจับกุมเครือข่ายค้ายาเสพติดได้ของกลางจำนวนมาก ภายในอาคารที่พักอาศัยชื่อ พีระแมนชั่น ห้องเลขที่ 302 ชั้น 3 ซอยโพธิ์แก้ว 9 ถ.โพธิ์แก้ว แขวงคลองจั่น เขตบางกะปิ กทม. ภายหลังสืบทราบว่าห้องดังกล่าวเป็นที่พักยาเสพติดรายใหญ่ โดยมี พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ เลขาธิการ ป.ป.ส. พร้อมด้วย พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ผบช.น. เจ้าหน้าที่ตำรวจชั้นผู้ใหญ่ของ บช.น. บก.น.4 และสน.ลาดพร้าว เข้าร่วมตรวจสอบที่เกิดเหตุ

                          จากการบุกเข้าตรวจค้นห้องดังกล่าว สามารถจับกุมผู้ต้องหาเป็นชาย 3 ราย พร้อมของกลางยาบ้า จำนวน 4.5 ล้านเม็ด และยาไอซ์ 60 กิโลกรัม โดยยาเสพติดจำนวนดังกล่าวได้ซุกซ่อนอยู่ในตู้เสื้อผ้าภายในห้องพัก และยังมีกระเป๋าเดินทางขนาดใหญ่อีกกว่า 20 ใบ อยู่ภายในห้อง พร้อมอาวุธปืนพกสั้นจำนวน 4 กระบอก เป็นอาวุธปืนขนาด 9 มม. แบบออโตเมติก จำนวน 3 กระบอก และปืนลูกโม่ขนาด .38 จำนวน 1 กระบอก พร้อมเครื่องกระสุนจำนวนมาก รถจักรยานยนต์ของผู้ต้องหาอีก 3 คัน เจ้าหน้าที่จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน

                          พล.ต.อ.พงศพัศ กล่าวว่า การจับกุมยาเสพติดดังกล่าวถือเป็นการจับกุมยาเสพติดล็อตใหญ่ที่สุดที่ทาง ป.ป.ส.มีข้อมูล และการจับกุมครั้งนี้ได้ประสานข้อมูลกับเจ้าหน้าที่ตำรวจนครบาล จากนั้นเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมซึ่งเป็น กก.สส.บก.น.4 ก็ได้นำกำลังมาบุกตรวจค้น โดยผู้ต้องหามีอาวุธปืนพร้อมต่อสู้ แต่โชคดีที่มีการวางแผนรัดกุม จึงไม่เกิดการยิงต่อสู้จนเจ้าหน้าที่ได้รับอันตราย ส่วนยาเสพติดจำนวนดังกล่าวนี้จากข้อมูลเบื้องต้นทราบว่า เพิ่งมาซุกซ่อนไว้เมื่อคืนที่ผ่านมา และคาดว่าขบวนการค้ายากลุ่มนี้เป็นเครือข่ายทางภาคเหนือของกลุ่มว้า ท่าขี้เหล็ก หรือของชนกลุ่มน้อย โดย พันโทยี่เซ พ่อค้ายาเสพติดรายใหญ่ในประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งจะใช้สถานที่นี้เป็นที่พักยาก่อนกระจายไปยังที่ต่างๆ

                          พล.ต.อ.พงศพัศ กล่าวอีกว่า เบื้องต้นผู้ต้องหาทั้ง 3 ราย ให้การรับสารภาพว่า เป็นเพียงคนเฝ้าของเท่านั้น โดยเช่าห้องดังกล่าวไว้เป็นที่พักยาเสพติด ซึ่งเช่าเดือนละ 5,000 บาท และเช่าได้ประมาณ 3 เดือน ขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่ยังไม่ทราบว่า มีการลำเลียงขนถ่ายยาเสพติดจำนวนมากขนาดนี้มาในรูปแบบไหน ช่องทางใด และเล็ดลอดด่านสกัดกั้นยาเสพติดของเจ้าหน้าที่มาได้อย่างไร ซึ่งจะมีการสอบสวนขยายผลไปถึงเครือข่ายผู้ค้าและขนยาเสพติด โดยจะเริ่มแกะรอยจากกล้องวงจรปิดของอาคารเพื่อสังเกตพฤติกรรมและช่วงเวลาขนยาเสพติดเข้ามาในห้องพักดังกล่าว รวมถึงดำเนินการยึดทรัพย์กลุ่มผู้ค้ายารายนี้ต่อไป

                          ผู้สื่อข่าวรายงานว่าการจับกุมยาเสพติดครั้งนี้สร้างความแตกตื่น และเป็นที่สนใจของประชาชนในระแวกดังกล่าวเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะผู้คนที่อาศัยอยู่ในอาคารพีระแมนชั่น เนื่องจากเป็นการจับกุมยาเสพติดที่มีจำนวนมหาศาลในพื้นที่ กทม. ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้ง 3 ราย พร้อมของกลางไปสอบสวน และจะแถลงข่าวในเวลา 17.00 น. วันนี้

 

'ปปส.' บุกยึดทรัพย์แก๊งค้ายาย่านบางชัน กว่า 50 ล้านบาท

 

                          พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ เลขาธิการ ป.ป.ส. แถลงผลจับกุม น.ส.ธันยพร ขนานแข็ง อายุ 36 ปี พร้อมของกลาง ยาเค จำนวน 76 ขวด กระสุนปืนขนาด .45 และขนาด .22 รวม 59 นัด แม็กกาซีน 1 อัน บัตรสื่อมวลชน ระบุชื่อ นายโกสินทร์ ชูชัย อายุ 31 ปี ตำแหน่งผู้สื่อข่าว ซองใส่บัตรตรา ป.ป.ส. 1 อัน รถเบนซ์ รุ่น อี 250 สีขาว ทะเบียนป้ายแดง อ-7777 กรุงเทพมหานคร รถกระบะยี่ห้ออีซูซุ รุ่นออลนิว ดีแม็กซ์ สีขาว ทะเบียนป้ายแดง ธ-9731 กรุงเทพมหานคร รถยนต์ยี่ห้อโตโยต้า รุ่นแคมรี่ สีขาว ทะเบียนป้ายแดง ษ-5452 กรุงเทพมหานคร รถจยย.ยี่ห้อยามาฮ่า นูโว สีแดง ไม่ติดป้ายทะเบียน รถจยย.ยี่ห้อฮอนด้า สกู๊ปปี้ไอ สีแดง-ขาว ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน สมุดบัญชีเงินฝากชื่อบุคคลอื่น จำนวน 13 เล่ม ยอดเงินในบัญชีมีเงินฝากรวมกว่า 7,000,000 บาท โดยจับกุมได้ที่บ้านเลขที่ 268/29 หมู่บ้านพัฒนาสิริ ถนนเลียบคลองสอง แขวงบางชัน เขตคลองสามวา กทม.

                          พล.ต.อ.พงศพัศ กล่าวว่า การจับกุมครั้งนี้ ป.ป.ส.สืบทราบว่า นายโกสินทร์ สามีของ น.ส.ธันยพร เป็นเครือข่ายยาเสพติดรายใหญ่ที่ขนยาเสพติดมาจากทางภาคเหนือ และเชื่อมโยงกับขบวนการค้ายาเสพติดหลายเครือข่าย โดยทำมาเป็นเวลานานแล้ว โดยก่อนหน้านี้จะนำยาเสพติดไปขายที่ย่านคลองเตย และย่านบางพลัด ต่อมาได้เปลี่ยนมาขายยาในพื้นที่เขตมีนบุรี คันนายาว และบางชัน หลังไปรับยาเสพติดมาแล้วก็จะนำมาพักไว้ที่บ้านหลังนี้ ก่อนนำออกมาจำหน่าย ซึ่ง ป.ป.ส.ได้ติดตามความเคลื่อนไหวของนายโกสินทร์ มาอย่างต่อเนื่อง จนทราบว่ามีแหล่งพักยาอยู่ที่นี่ จึงนำกำลังเข้าตรวจค้นเมื่อช่วงบ่ายวันที่ 20 พ.ค.ที่ผ่านมา ก็พบของกลางอยู่ในบ้านพร้อมกับ น.ส.ธันยพร แต่ไม่พบนายโกสินทร์

                          พล.ต.อ.พงศพัศ กล่าวต่อว่า นายโกสินทร์ ยังมีบ้านพักอีก 2 แห่ง อยู่ที่บ้านเลขที่ 82/192 หมู่บ้านฮาบีเทีย แขวงบางชัน เขตคลองสามวา กทม. และบ้านเลขที่ 77/76 หมู่บ้านภัสสร 19 แขวงออเงิน เขตสายไหม กทม. นอกจากนี้ ยังมีอู่ซ่อมรถชื่อ บริษัท ออสติน เซอร์วิส จำกัด เลขที่ 7/8 หมู่ 8 ต.ลาดสวาย อ.ลำลูกา จ.ปทุมธานี รวมทั้งยังมีภรรยาอีก 1 คน ซึ่งคาดว่าน่าจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับยาเสพติดด้วย เจ้าหน้าที่ ป.ป.ส.อยู่ระหว่างเข้าไปตรวจค้น และอายัดบ้านและทรัพย์สินที่เหลือไว้ตรวจสอบด้วยเช่นกัน พร้อมติดตามภรรยาอีกคนของนายโกสินทร์ มาสอบสวน ส่วนรถยนต์และทรัพย์สินในบ้านหลังนี้ ป.ป.ส.จะทำการอายัดไว้ตรวจสอบทั้งหมด เนื่องจากเข้าข่ายเกี่ยวข้องกับยาเสพติด นอกจากนี้ ยังพบว่า นายโกสินทร์ มีรถปอร์เช่ แวนสองตอน สีขาว อีก 1 คัน ซึ่งจะทำการติดตามเพื่ออายัดต่อไป โดยทรัพย์สินที่เจ้าหน้าที่ ป.ป.ส.ได้ทำการอายัดในคดีนี้เป็นมูลค่ากว่า 50 ล้านบาท และยังมีกลุ่มเครือข่ายที่เกี่ยวข้องกับนายโกสินทร์ เหลืออีกกว่า 10 คน หากจับกุมได้เชื่อว่าจะติดตามอายัดทรัพย์ได้กว่า 100 ล้านบาท

                          “สำหรับบุคคลที่มีรายชื่ออยู่ในบัญชีเงินฝาก ก็จะต้องถูกดำเนินคดีด้วยเช่นกัน จึงฝากเตือนผู้ที่จะเปิดบัญชีให้กับใครให้ใช้ความระมัดระวังและตรวจสอบให้ดี เพราะอาจถูกเครือข่ายยาเสพติดหลอกใช้หรือจ้างให้เปิดบัญชีให้ แล้วเอาเงินที่ได้มาจากการค้ายาเสพติดมาใส่ในบัญชีเพื่อหลบหนีการถูกจับกุม พร้อมฝากให้ประชาชนช่วยกันสอดส่องดูแล หากพบใครร่ำรวยผิดปกติ มีรถจำนวนมากเหมือนบ้านของนายโกสินทร์ ให้แจ้งเจ้าหน้าที่ ป.ป.ส.เข้ามาตรวจสอบ เพราะอาจจะเกี่ยวข้องกับเครือข่ายยาเสพติดก็เป็นได้” เลขาธิการ ป.ป.ส. กล่าวทิ้งท้าย

                          ขณะที่ น.ส.ธันยพร ให้การว่า ซื้อบ้านหลังดังกล่าวมาประมาณ 6 เดือนเเล้ว ส่วนนายโกสินทร์ สามีได้แยกกันอยู่ และไม่ทราบว่าเป็นนักค้ายาเสพติด เนื่องจากนายโกสินทร์ ไม่เคยเล่ารายละเอียดถึงที่มาของทรัพย์สินให้ฟัง ทราบเพียงว่าเป็นเจ้าของอู่รถยนต์เท่านั้น ส่วนรถปอร์เช่ไม่รู้ว่าอยู่ที่ไหน เจ้าหน้าที่จึงนำตัวไปสอบสวนและขยายผลต่อไป

 

'นครศรีฯ' จับแก๊งยารายใหญ่ พบหนึ่งในนั้นเป็นเครือข่ายคุก

 

                          พล.ต.ต.รณพงษ์ ทรายแก้ว ผบก.ภ.จว.นครศรีธรรมราช พร้อมด้วย  พ.ต.อ.สำเริง ชูกะนันท์ ผกก.สภ.จุฬาภรณ์ และ พ.ต.อ.เชาวศิลป์ บุญประดิษฐ์ ผกก.สส.ภ.จว.นครศรีธรรมราช แถลงข่าวการจับกุมตัวผู้ต้องหาแก๊งค้ายาเสพติดรายใหญ่ 2 ราย จากพื้นที่ อ.จุฬาภรณ์ และ อ.เมือง ได้ของกลางยาบ้า จำนวนทั้งหมด 18,030 เม็ด ยาไอซ์ 0.4 กรัม อาวุธปืน 2 กระบอก กระสุน 19 นัด เครื่องชั่งยาดิจิตอล 1 เครื่อง อุปกรณ์การเสพ 1 ชุด โทรศัพท์มือถือและสมุดบัญชีจำนวนหนึ่งมีวงเงินหมุนเวียนหลายล้านบาท

                          พล.ต.ต.รณพงษ์ กล่าวว่า  เมือคืนที่ผ่านมา พ.ต.อ.สำเริง ชูกะนันท์ ผกก.สภ.จุฬาภรณ์ จ.นครศรีธรรมราช ได้นำกำลังตั้งด่านตรวจที่บริเวณถนนเอเชีย 41 ต.นาหมอบุญ อ.จุฬาภรณ์ พบว่านายสมเกียรติ บัวสม อายุ 55 ปี อยู่บ้านเลขที่ 17 ม.5 ต.อ่างทอง อ.ศรีนครินทร์ จ.พัทลุง ขับรถยนต์กระบะโตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์ สีดำ ทะเบียน ช-9231 กทม.ผ่านมา เจ้าหน้าที่จึงเรียกตรวจพบว่านายสมเกียรติท่าทางมีพิรุธ จึงขอตรวจค้นพบยาบ้า จำนวน 1,800 เม็ด และอาวุธปืน 1 กระบอก กระสุน 12 นัด

                          หลังจากนั้น จึงได้ควบคุมตัวไปสอบปากคำ ปรากฏว่านายสมเกียรติ รับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา และยังรับว่ามียาเสพติดไว้ที่บ้านอีกจำนวนมาก จึงได้ขยายผลเข้าตรวจสอบที่บ้านของนายสมเกียรติ พบของกลางยาบ้าเพิ่มอีก 13,000 เม็ด นอกจากนั้นยังค้นพบอาวุธปืนลูกซองยาวอีก 1 กระบอก กระสุน 3 นัด จึงได้ควบคุมตัวไว้ดำเนินคดีและสอบสวนขยายผลติดตามผู้ร่วมขบวนการต่อไป

                          รายต่อมาในคืนเดียว พ.ต.อ.เชาวศิลป์ บุญประดิษฐ์ ผกก.สส.ภ.จว.นครศรีธรรมราช ได้เข้าจับกุมตัวนายชะลอ บุญเกิด อายุ 32 ปี อยู่บ้านเลขที่ 114 ม.7 ต.ท่าหิน อ.สวี จ.ชุมพร ได้ที่บ้านเช่าเลขที่ 90/12 ซอยทวดทอง 1 ต.โพธิ์เสด็จ อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช พร้อมของกลางยาบ้าซุกอยู่ในบ้านเช่าดังกล่าว 3,230 เม็ด รวมทั้งอุปกรณ์การเสพ เครื่องชั่งดิจิตอล และมือถือ ซึ่งสอบปากคำนายชะลอ ให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา และยังพบว่าเพิ่งพ้นโทษคดีฆ่าคนตายหลังจากออกมานั้นได้จำหน่ายยาเสพติดโดยขยายเครือข่ายมาจากเพื่อนนักโทษที่ยังถูกคุมตัวอยู่ในเรือนจำเจ้าหน้าที่จึงคุมตัวดำเนินคดี

 

ชลบุรี - จับ 2 หนุ่มผลิตยาบ้าจำหน่ายให้เครือข่ายฯ

 

                          พ.ต.อ.สุวิชาญ ญาณกิตติกุล รองผบก.ภ.จว.ชลบุรี พร้อมด้วยพ.ต.อ.คมสัน โยธคล ผกก.สภ.หนองขาม พ.ต.ท.สุรสิทธิ์ เนื่องจำนงค์ รองผกก.(ปป.) ร.ต.อ.เกียรติพงศ์ กมขุนทด สวป.ร่วมกันแถลงข่าวการจับกุมนายสุริยัน เปรมศรี อายุ 30 ปี นายธเนศ จำรัส อายุ 22 ปี ผู้ผลิตยาบ้าและอุปกรณ์การผลิตยาบ้าพร้อมเครือข่ายจำหน่ายยาบ้าพร้อมผู้เสพยาบ้าอีก 5 คน โดยก่อนการจับกุมนั้นร.ต.อ.เกียรติพงศ์ กมขุนทด สวป.สภ.หนองขาม ได้รับแจ้งจากสายข่าวยาเสพติดว่านายสุริยันและนายธเนศมีพฤติกรรมจำหน่ายยาบ้าในพื้นที่หนองขามและมัหพกอาวุธปืนติดตัวเป็นประจำ จึงได้ให้สายข่าวติดต่อซื้อยาบ้า 100 เม็ด โดยนัดหมายส่งยาบ้ากันที่ริมถนนสุขาภิบาล8หมู่11ต.หนองขามอ.ศรีราชา

                          ถึงเวลานัดหมายทั้ง 2 คนเดินทางมาทางตำรวจจึงแสดงตัวตรวจค้นพบยาบ้าในตัวนายธเนศ 110 เม็ดพบอาวุธปืนขนาด9มม.ที่เอวนายสุริยัน 1 กระบอกกระสุน 8 นัด หลังจากนั้นจึงนำตัวไปค้นที่สินทองอพาร์ตเม้นท์ ห้องที่310 หมู่ 12 ต.ทุ่งศุขลาอ.ศรีราชาพบอาวุธปืนลูกโม่ขนาด.22 จำนวน 1 กระบอก กระสุนปืน 6 นัดยาบ้า 200 เม็ด อุปกรณ์การผลิตยาบ้าประกอบด้วย อุปกรณ์ดัดแปลงสำหรับปั๊มตัวอักษรWY บนเม็ดยาบ้า 4 อัน ยาฆ่าหญ้ายี่ห้อกรัมม็อคโซน จำนวน 1 ขวด ยากำจัดหนูยี่ห้ออาทแร็ทคิลเลอร์ 1 กล่อง หัวน้ำหอม 1 ขวด แอลกอฮอล์ 1 ขวด สีน้ำ 1 กล่อง ค้อนสำหรับตอก 1 อัน แท่นเหล็กกลึงเป็นบล็อกสำหับใช้อัดเม็ดยาบ้า 1 อัน ตู้อบไมโครเวฟ 1 เครื่อง ซึ่งทั้ง 2 คนได้ให้การรับสารภาพว่าร่วมกันผลิตยาบ้าโดยใช้อุปกรณ์และวัตถุดิบที่พบภายในห้องพัก ซึ่งจะผลิตได้วันละประมาณ 50 เม็ด ส่งให้เครือข่ายนำไปจำหน่ายในพื้นที่อำเภอศรีราชา ส่วนอาวุธปืนที่พบนั้นพกติดตัวไว้เพื่อป้องกันตัวจากพวกค้ายาด้วยกันมาหาเรื่องและเอาไว้ต่อสู้ตำรวจเมื่อถูกจับกุมซึ่งลองผลิตยาบ้าโดยใช้ส่วนประกอบดังกล่าวมาได้เดือนเศษแล้วซึ่งเห็นว่ามีกำไรดี โดยได้เรียนรู้วิธีการผลิตยาบ้าโดยศึกษาเรียนรู้จากทางอินเตอร์เน็ตและใช้ส่วนผสมเป็นยาฆ่าหญ้าและยาเบื่อหนู

                          ทางตำรวจจึงสอบสวนขยายผลเครือข่ายก่อนแจ้งข้อหาทั้ง 2 คนว่า ร่วมกันผลิตยาเสพติดให้โทษประเภทที่ 1 (ยาบ้า) โดยผลิตกฎหมาย ร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภทที่1 (ยาบ้า) ไว้ในครอบครองโดยผิดกฏหมาย มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยผิดกฎหมาย หลังจากนั้นทางตำรวจได้เข้าจับกุมเครือข่ายจำหน่ายยาบ้าของทั้ง 2 คนตามที่ขยายผลโดยจับกุมนางสาวพรศิริ พิมพ์พิพัฒน์ อายุ 25ปี ของกลางยาบ้า 49 เม็ด นายยมนา พริ้งพงษ์ อายุ 19 ปี ยาบ้า 5 เม็ดและยังจับกุมผู้เสพยาบ้าที่มั่วสุมเสพยากันภายในบ้านเลขที่155/8 หมู่4ต.หนองขามอ.ศรีราชาได้อีก 3คน หลังจากนั้นจึงควบคุมตัวทั้งหมดพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวนสภ.หนองขามดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

                          พ.ต.อ.คมสัน โยธคล ผกก.สภ.หนองขาม กล่าวว่า จะเห็นได้ว่าส่วนผสมของยาบ้านั้นมีความน่ากลัวทั้งใส่ยาฆ่าหญ้าและยาเบื่อหนูซึ่งเป็นอันตรายเมื่อเสพเข้าไปทำให้ผู้เสพเป็นอันตรายอย่างยิ่ง จึงอยากขอเตือนผู้เสพยาบ้าว่าเป็นสิ่งที่น่ากลัวเสพเข้าไปก็จะสมอยู่ในร่างกาย

 

'ปส.' รวบแก๊งค้ายากลางเมืองหาดใหญ่

 

                          พล.ต.ต.พุทธิชาต เอกฉันท์ รอง ผบช.ปส. พล.ต.ต.อาชวันต์ โชติกเสถียร ผบก.ปส.4 และเจ้าหน้าที่ชุดบก.ปส.4 แถลงผลการจับกุมเครือข่ายยาเสพติดเรือนจำกลางสงขลา ประกอบด้วย ผู้ต้องหา 2 ราย คือ น.ส.ณัฐธยาห์ หรือสิ แซ่จึ่ง อายุ 25 ปี อยู่บ้านเลขที่ 647/4 หมู่ 4 ตำบลและอำเภอท่าม่วง จ.กาญจนบุรี และนายทะนุ เมืองละออง อายุ 37 ปี อยู่บ้านเลขที่ 67 หมู่ 1 ต.คลองเปียะ อ.จะนะ จ.สงขลา พร้อมของกลางยาบ้า จำนวน 48,000 เม็ด รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อยามาฮ่า รุ่นฟีโน่ ทะเบียนป้ายแดง อาวุธปืนขนาด 9 มม. พร้อมกระสุน และโทรศัพท์มือถือ 3 เครื่อง โดยจับกุมตัวน.ส.ณัฐธยาห์ ได้บริเวณนภาลัย เพลส ถ.ราษฎร์ยินดี อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ส่วนนายทะนุ จับกุมได้บริเวณหน้าร้านเซเว่นอีเลฟเว่น หมู่บ้านหน้าควน ต.ควนลัง อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา

                          พล.ต.ต.พุทธิชาต กล่าวว่า การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่อมาจากการขยายผลจากเมื่อวันที่ 15 พ.ค. ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการจับกุม MR.MANIVANAN A/L RAJOO และ MR.MAHIDI BIN ABU BAKAR ชาวมาเลเซีย พร้อมของกลาง เฮโรอีน จำนวน 20 แท่ง น้ำหนัก 7 กก. โดยทั้งสองให้การซัดทอดว่า รับเฮโรอีนมาจากหญิงไทยคนหนึ่ง เจ้าหน้าที่จึงทำการสืบสวนจนทราบว่า วันที่ 20 พ.ค.56 จะมีการลักลอบจำหน่ายยาเสพติดในจังหวัดสงขลา จึงสั่งการให้เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน กก.1 และ กก.3 บก.ปส.4 ทำการสืบสวนจนพบตัว น.ส.ณัฐธยาห์ ซึ่งเป็นบุคคลที่นำเฮโรอีนมาส่งมอบให้กับชาวมาเลเซียดังกล่าว ขณะกำลังเดินออกมาจากตึกนภาลัย เพลส เจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวจับกุม สอบสวนรับสารภาพว่า มียาบ้าอยู่ภายในห้องเช่าของตนเลขที่ 4005 บนชั้น 40 นภาลัยเพลส อีกจำนวนหนึ่ง เจ้าหน้าที่จึงไปตรวจค้น ภายในห้องพักพบยาบ้าอีก 48,000 เม็ด ซึ่งขณะจับกุม น.ส.ณัฐธยาห์ ได้มีโทรศัพท์เข้ามาที่โทรศัพท์มือถือของ น.ส.ณัฐธยาห์ เพื่อสั่งยาบ้า ทางเจ้าหน้าที่จึงขยายผลวางแผนจับกุม โดยให้นัดส่งมอบยาบ้า จำนวน 2,000 เม็ด บริเวณหน้าร้านเซเว่นอีเลฟเว่น หมู่บ้านหน้าควน ต.ควนลัง อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา กระทั่งจับกุม นายทะนุ ได้อีกราย จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวทั้งคู่พร้อมของกลางทั้งหมดมาสอบสวน

                          จากการสอบสวน น.ส.ณัฐธยาห์ ให้การรับสารภาพว่า ได้มีผู้ว่าจ้างซึ่งไม่บอกว่าเป็นใครเป็นผู้เช่าคอนโดหรูให้ในราคาเดือนละ 9,500 บาท และเช่ามาได้เพียง 1 เดือนเพื่อให้เป็นที่พักยาเสพติด แล้วจะโทรศัพท์มาสั่งการให้ไปส่งกับลูกค้ารายใดบ้าง ซึ่งก่อนหน้านี้ได้ส่งมอบเฮโรอีนให้กับชาวมาเซียสองรายที่ถูกจับกุมไปก่อน และนายทะนุ ที่ถูกจับกุมได้พร้อมกัน จะได้ค่าจ้างครั้งละ 20,000 บาท เงินที่ได้จะนำมาเสพยาไอซ์ และนำมาใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน ส่วนนายทะนุ เป็นผู้มารับยาบ้าจากตนเพื่อนำไปจำหน่ายเอากำไรนำเงินมาเสพยาบ้า กระทั่งมาถูกจับกุมได้

                          พล.ต.ต.อาชวันต์ กล่าวว่า จากแนวทางการสืบสวนทราบว่า แก๊งดังกล่าวเป็นเครือข่ายยาเสพติดจากเรือนจำกลางสงขลา โดย น.ส.ณัฐธยาห์ เป็นคนพื้นเพจังหวัดกาญจนบุรี แล้วย้ายมาเช่าคอนโดหรูเพียงเดือนเดียว แต่มีการส่งยาสัปดาห์ละประมาณ 2 ครั้ง รวมเกือบสิบครั้งภายในเดือนเดียว โดยเส้นทางยาเสพติดมาจากทางภาคเหนือและอีสานตอนบน ลำเลียงมาพักไว้ที่จังหวัดสงขลา ก่อนจำหน่ายออกไปยังพื้นที่ภาคใต้ และนำส่งไปยังประเทศมาเลเซีย เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อหา มียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยไมได้รับอนุญาต และนำตัวทั้งคู่พร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน และตรวจสอบทรัพย์สิน บก.ปส.4 ดำเนินคดีและขยายผลต่อไป

 

ตำรวจเมืองสุพรรณฯ รวบ 2 ผัวเมียเอเย่นต์ยาบ้า

 

                          พ.ต.อ.ชัยรัตน์ ทิพยจันทร์ รอง ผบก.ภจ.สุพรรณบุรี พ.ต.อ.เกรียงไกร วุฒิพานิช ผกก.สภ.เมืองสุพรรณบุรี พ.ต.ท.สุมนตรี กรรณเลขา รอง ผกก.สส.นำกำลังจับกุมนายจักรทิพย์ หรือหนึ่ง มาลา อายุ 33 ปี และน.ส.วันวิสาข์ อินทร์สงข์ อายุ 23 ปี สองสามีภรรยาอยู่บ้านเลขที่ 130/57 หมู่ 5 หมู่บ้านบัวคลี่ 8 ต.ไผ่ขวาง อ.เมืองสุพรรณบุรี พร้อมของกลางยาบ้า 212 เม็ดอาวุธปืนขนาด 9 มม. 1 กระบอกกระสุน 14 นัดเงินสด 32,300 บาทโทรศัพทย์มือถือ 3 เครื่อง รถยนต์กระบะยี่ห้ออีซูซุ 1 คัน รถจักรยานยนต์ 1 คัน

                          จากการสืบสวนทราบว่านายจักรทิพย์ หรือหนึ่ง และ น.ส.วันวิสาข์ สองสามีภรรยา เป็นเอเย่นยาบ้ารายสำคัญในพื้นที่ อ.เมืองสุพรรณบุรี อ.บางปลาม้า และใกล้เคียงมานาน จึงรวบรวมหลักฐานขอหมายค้นศษลเข้าตรวจค้นและจับกุมได้พร้อมของกลาง ดังกล่าว

                          นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดเดิมได้ร่วมกันจับกุมนายโสภณ โฮกสุข อายุ 29 ปีของกลางอาวุธปืนพกสั้นลูกซองไทยประดิษฐ์ พร้อมกระสุน 2 นัด น.ส.อุทัยวรรณ สายสาลี อายุ 30 ปียาบ้าครึ่งเม็ด และจับกุมผู้เสพยาเสพติดอีก 3 รายจึงควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้งหมดพร้อมของกลางส่งดำเนินคดีต่อไป

 

'ปปส.' ภาค 1 เข้ายึดทรัพย์ขบวนการยาบ้ามูลค่ากว่า 5 ล.

 

                          นายสงวนศักดิ์ ศรีวัฒนพงศ์ ผู้อำนวยการปปส.ภาค1 ได้เข้าประสานงานพ.ต.อ.พรชัย พวงทอง ผกก.สภ.ชัยบาดาล จังหวัดลพบุรี เพื่อเข้าทำการตรวจสอบยึดทรัพย์ของนางสาวณัฐณิชา ละมุดเทศ ที่บ้านเลขที่ 199 หมู่ที่ 8 ตำบลลำนารายณ์ อำเภอชัยบาดาล จังหวัดลพบุรี หลังจากที่ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจชัยบาดาลจับกุมได้พร้อมของกลางยาบ้าจำนวนมาก และจากการสอบสวนในเชิงลึกพบว่าเป็นขบวนการค้ายาเสพติดรายใหญ่ของจังหวัดลพบุรี มีทรัพย์สินที่ได้จากการค้ายาบ้าจำนวนหลายล้านบาทจึงได้มีการตัดท่อน้ำเลี้ยงของขบวนการจึงได้เข้า ยึดทรัพย์ในครั้งนี้ ประกอบด้วย โฉดที่ดินจำนวน3ฉบับ สมุทรธนาคาร5เล่ม บ้านชั้นเดียวเนื้อที่เกือบ2ไร่มีการตบแต่งอย่างสวยงาม รถยนต์เก๋งเทียนา1คัน รถยนต์เก๋งยาริส 1คัน รถยนต์เก๋งวีออส1คันรวมมูลค่าที่ยึดทั้งหมดในครั้งนี้มูลค่ากว่า 5 ล้านบาท

 

 

 

---------------------

(หมายเหตุ : ภาพแฟ้มข่าว)