ข่าว

เตือนเรื่องของหนี้ครัวเรือนอีกครั้ง

เตือนเรื่องของหนี้ครัวเรือนอีกครั้ง

23 พ.ค. 2556

สวัสดีเศรษฐกิจ : เตือนเรื่องของหนี้ครัวเรือนอีกครั้ง : โดย...สุรพล โอภาสเสถียร

 

                          ปัจจุบันนี้เรื่องของหนี้สินที่เกิดจากการบริโภค การใช้จ่าย การนำไปซื้อทรัพย์สิน เช่น บ้าน คอนโดมิเนียม รถยนต์ เครื่องใช้ไฟฟ้า หรือแม้แต่โทรศัพท์มือถือ หรือจะเป็นอะไรก็ตาม ที่ท้ายสุดแล้วคือต้องมีการผ่อนชำระ ทั้งหลายทั้งปวงคือเรื่องของสิ่งที่เรียกว่า "หนี้ครัวเรือน" หรือหนี้ที่ครัวเรือนสร้าง หนี้ที่ครัวเรือนมีภาระต้องจ่ายคืน เพราะ "เมื่อเป็นหนี้ก็ต้องใช้หนี้"

                          ประเด็นเรื่องของหนี้ครัวเรือนที่มีลักษณะเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องได้ถูกนำมาแสดงในรายงานหลายครั้งหลายครา ล่าสุด ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยเรื่องยอดคงค้างสินเชื่อของธนาคารพาณิชย์ พบว่ายอดคงค้างสินเชื่อเพื่อการอุปโภคบริโภคส่วนบุคคลในไตรมาส 1/56 มีมูลค่า 2,960,079 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.57% จากไตรมาส 4/55 ซึ่งดูเหมือนไม่มากมายนัก

                          แต่เรื่องที่ต้องให้ความสนใจมากๆ ก็คือเรื่องของยอดการผิดนัดชำระหนี้มีแนวโน้มสูงขึ้น โดยสินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกำกับมียอดผิดนัดชำระหนี้เกิน 3 เดือนขึ้นไป มูลค่า 8.5 พันล้านบาท ขณะที่สินเชื่อบัตรเครดิตที่ผิดนัดชำระเกิน 3 เดือนขึ้นไป มีมูลค่า 5.3 พันล้านบาท เพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อนหน้า 14.17% และ 6.23% ตามลำดับ

                          การที่มีอัตราการเติบโตของสิ่งที่เรียกว่าการผิดนัดชำระหนี้นั้น "เป็นเรื่องที่น่าห่วง" จะไม่ดูไม่ได้ พอเข้าไปเจาะเรื่องราวต่อจะพบว่าจากข้อมูลของสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) หรือสภาพัฒน์ในการรายงาน GDP ภาคสังคมไตรมาสที่สี่ปีที่ผ่านมาและได้รายงานกับสาธารณะแล้วพบว่า ในช่วงที่ผ่านมาหนี้เพื่อการอุปโภคบริโภคที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ หรือหนี้เอ็นพีแอล หรือที่เราเรียกกันว่า "หนี้เน่าหนี้เสีย" นั้นในไตรมาส 4/55 มีมูลค่า 5.6 หมื่นล้านบาท และสถานการณ์นี้ยังคงมีต่อเนื่องถึงไตรมาส 1/56

                          นอกจากนี้ ในเอกสารชี้แจงข้อเท็จจริงเพื่อสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับการดำเนินงานของ ธปท. ตอนที่มีเรื่องค่าเงินบาทยังได้ระบุว่า ปัจจุบันสินเชื่อภาคเอกชนขยายตัวสูงขึ้น และหนี้ครัวเรือนเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยเฉพาะในระยะหลังที่เร่งขึ้นมาก หนี้ครัวเรือนมาอยู่ที่ 78% ของ GDP จากระดับ 40%เมื่อ 10 ปีก่อน เพิ่มขึ้นมากถึงเกือบเท่าตัวในปัจจุบันแล้ว "เราจะไม่ห่วงเลยหรืออย่างไร"   

                          ท้ายสุดเบอร์หนึ่งของสถาบันการเงินที่ดูแลสินเชื่อบุคคลและเป็นสถาบันการเงินที่เป็นผู้นำตลาดสินเชื่อนี้ได้เปิดเผยว่า ในระยะ 3 เดือนที่ผ่านมายังไม่พบสัญญาณการผิดนัดชำระหนี้จากการใช้บัตรเครดิตและสินเชื่อบุคคลของบริษัทอย่างมีนัยสำคัญ ทั้งนี้ หนี้เสียของบัตรเครดิตอยู่ที่ 1% ต้นๆ สินเชื่อบุคคลอยู่ที่ 2% ต้นๆ เป็นระดับที่ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของวงการสินเชื่อรายย่อย และทั้งปีจะควบคุมไม่ให้อยู่ในระดับไม่สูงกว่าตลาด

                          หากแต่สิ่งที่กังวลคือ ลูกค้าโครงการคืนภาษีรถคันแรก "เริ่มมีความเสี่ยงที่จะผิดนัดชำระหนี้บัตรเครดิตและสินเชื่อบุคคลมากขึ้น ดังนั้น จึงมีโอกาสที่ลูกค้าจะผิดนัดชำระหนี้ได้มากขึ้น"

 

 

---------------------

(สวัสดีเศรษฐกิจ : เตือนเรื่องของหนี้ครัวเรือนอีกครั้ง : โดย...สุรพล โอภาสเสถียร)