ข่าว

'ปชป.'จี้'ปู'แสดงจุดยืนกม.ปรองดอง

'ปชป.'จี้'ปู'แสดงจุดยืนกม.ปรองดอง

21 พ.ค. 2556

'ปชป.' เตรียมยื่นหนังสือ 'ยิ่งลักษณ์' 22 พ.ค.แสดงจุดยืนกม.ปรองดอง เล็งยื่นผู้ตรวจฯเอาผิด 'สุรนันทน์' ใช้อำนาจแทรกแซงสื่อ ค้านขึ้นแก๊สหุงต้ม

 

                          21 พ.ค. 56  นายสาธิต ปิตุเตชะ ส.ส.ระยอง พรรคประชาธิปัตย์ เปิดเผยว่า ในวันที่ 22 พ.ค. เวลา 10.30 น.จะเดินทางไปขอพบ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เพื่อยื่นหนังสือแจ้งให้นายกรัฐมนตรีทราบและขอความอนุเคราะห์ให้แสดงออกถึงความคิดและความชัดเจนในนโยบายที่เกี่ยวกับการเสนอร่างกฎหมายปรองดอง ของร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกฯ ที่มีเนื้อหาส่งผลให้รัฐบาลต้องคืนเงิน หรือล้างผิดคืนสิทธิให้กับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร และบุคคลจำนวนหนึ่งที่ทำผิดกฎหมายอาญา ตามมาตรา 4 และมาตรา 5 ซึ่งจะมีการยื่นต่อประธานสภา ในวันที่ 23 พ.ค.นี้ ดังนั้น เท่ากับว่ากฎหมายฉบับนี้มีความเกี่ยวข้องกับกฎหมายการเงิน ซึ่งนายกฯจะต้องเป็นผู้เซ็นรับรอง โดยนายกฯอย่าอ้างว่าเป็นเรื่องของบุคคลอื่น และไม่รู้ แล้วเดินทางไปต่างประเทศ เพื่อมอบหมายให้รองนายกรัฐมนตรีเป็นผู้เซ็นรับรองแทน ฉะนั้น ถ้านายกฯมีความเป็นผู้นำประเทศก็ต้องมีความชัดเจนต่อกฎหมายฉบับดังกล่าว

                          ด้านนายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า จะไปยื่นหนังสือต่อผู้ตรวจการแผ่นดินในวันที่ 22 พ.ค. เวลา 10.30 น. เพื่อให้ตรวจสอบจริยธรรมนายสุรนันทน์ เวชชาชีวะ เลขาธิการนายกรัฐมนตรี กรณีมีพฤติกรรมแทรกแซงสื่อต่างประเทศไม่ให้สัมภาษณ์นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผู้นำฝ่ายค้านฯ หลังพบหลักฐานการติดต่อทางจดหมายอิเล็คทรอนิกส์เป็นการภายในของตัวแทนนสพ.ยูเอสเอทูเดย์ มีข้อความพาดพิงถึงนายสุรนันทน์ว่าห้ามไม่ให้ตัวแทนยูเอสเอทูเดย์มาสัมภาษณ์นายอภิสิทธิ์ โดยขู่ว่าหากมาพบนายอภิสิทธิ์ สำนักนายกรัฐมนตรีจะไม่ให้การสนับสนุนใด ๆ กับตัวแทนยูเอสเอทูเดย์ ทำให้มีการยกเลิกการสัมภาษณ์นายอภิสิทธิ์ ที่เดิมมีกำหนดสัมภาษณ์ในวันที่ 9 พ.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งพฤติกรรมดังกล่าวถือว่าเป็นการแทรกแซงสื่อที่รุนแรง และยังเป็นการกระทำที่ละเมิดรัฐธรรมนูญ มาตรา 46 ด้วย

 

ค้านขึ้นแก๊สหุงต้ม จี้ทบทวน เตือนศก.ไทยส่อถดถอยหนัก เสี่ยงวิกฤตซ้ำรอยต้มยำกุ้ง

 

                          นายชวนนท์ แถลงถึงกรณีที่นายพงษ์ศักดิ์ รักนพงษ์ไพศาล รมว.พลังงาน  ยืนยันจะขึ้นราคาแก๊สหุงต้มเดือนมิถุนายน โดยขยับเดือนละ 50 สตางค์ ว่า พรรคไม่เห็นด้วยกับการขึ้นราคาแก๊สหุงต้ม และการที่กระทรวงพลังงานจะลงทะเบียนคนจน 7.2 ล้านครัวเรือนเพื่อให้รัฐชดเชยแก๊สหุงต้ม จากเดิม 22 ล้านครัวเรือน เท่ากับมีประชาชน 15 ล้านครัวเรือนจะไม่ได้รับการดูแลจากรัฐ ซึ่งตนไม่แน่ใจว่ามหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต ใช้เกณฑ์อะไรในการชี้วัดว่าเป็นครอบครัวที่ควรได้รับการช่วยเหลือจากรัฐบาล อีกทั้งการแก้ปัญหาแบบนี้จะไม่ช่วยแก้ปัญหาการลักลอบขายแก๊สข้ามตลาดที่ใช้เป็นข้ออ้างในการปรับราคาแก๊ส เพราะการชดเชยเฉพาะบางกลุ่มไม่มีอะไรเป็นหลักประกันว่าจะไม่มีการทุจริต เป็นการแก้ปัญหาผิดวิธี เปิดช่องให้เกิดการทุจริต และเพิ่มกำไรให้นายทุน ทั้งที่ไม่มีความจำเป็นต้องขึ้นราคาแก๊สหุงต้มเนื่องจากแก๊สมีเพียงพอสำหรับการใช้ภายในประเทศ จึงขอเรียกร้องให้รัฐบาลทบทวนเรื่องนี้ รวมถึงเสนอมาตรการที่จะแก้ปัญหาได้อย่างแท้จริงมากกว่านี้

                          นายชวนนท์ กล่าวว่า นอกจากนี้ทางพรรคยังเป็นห่วงกับภาวะเศรษฐกิจที่ถดถอยสะท้อนจากตัวเลขการส่งออกที่สภาพัฒนาสังคมและเศรษฐกิจแห่งชาติมีการปรับลดตัวเลขลงจาก 11 % เหลือ 7.67 % ซึ่งยังไม่รวมถึงการก่อหนี้โดยภาครัฐจากการใช้จ่ายอย่างสุรุ่ยสุร่ายก็เกรงว่าจะเกิดวิกฤตไม่ต่างจากต้มยำกุ้งอีกครั้ง เพราะยังไม่เห็นมาตรการที่ชัดเจนในเรื่องการกระตุ้นเศรษฐกิจ แต่รัฐบาลพยายามสร้างภาพว่าปัญหาเกิดจากธปท.ไม่ลดดอกเบี้ยนโยบาย โดยคำพูดของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นักโทษหนีคดี สอดคล้องกับนายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง  ที่ต้องการให้มีการลดดอกเบี้ยนโยบาย ซึ่งตนเห็นว่าเป็นความผิดปกติว่าทำไมบุคคลทั้งสองจึงต้องการให้มีการลดดอกเบี้ยมากขนาดนี้ มีประโยชน์อะไรแฝงเร้นจากการดักซื้อพันธบัตรเพื่อเก็งกำไรหรือไม่

 

ปูดนายทุนกว้านซื้อที่ดิน จ.ชัยภูมิ ใกล้โครงการบริหารน้ำ หวังงาบค่าเวนคืน

 

                          นายชวนนท์ กล่าวถึงการประชุมน้ำโลกที่สิ้นสุดไปแล้วว่า ยังไม่เห็นมาตรการที่เป็นรูปธรรมในการนำเงิน 3.5 แสนล้านบาทไปแก้ปัญหาให้ประชาชนอย่างแท้จริง แต่กู้เงินมาเพื่อมากองไว้ ไม่มีความชัดเจนในเรื่องโครงการและการศึกษาผลกระทบด้านต่าง ๆ ในขณะที่มีข่าวเกี่ยวกับการทุจริตคอร์รัปชั่นเกี่ยวกับการรู้ข้อมูลภายในของคนที่มีอำนาจ ซึ่งตนเห็นว่าโครงการนี้เอื้อต่อการทุจริตอย่างยิ่ง ซึ่งคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.)ได้ชี้ให้เห็นถึงความไม่รอบคอบในการกำหนดเนื้องาน กำหนดงบประมาณสูงเกินไป ไม่มีการศึกษาผล กระทบสิ่งแวดล้อมไม่มีการประกาศราคากลางตามกฎหมาย ป.ป.ช.แต่กลับเป็นการประกาศวงเงินงบประมาณก่อนการประมูล 1 วัน หวังหลีกเลี่ยงเรื่องการไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย ป.ป.ช.

                          นายชวนนท์ กล่าวว่า นอกจากนี้ยังมีข่าวตลอดว่ามีการซื้อที่ดิน เช่าที่ดินที่คาดการณ์ว่าจะเป็นพื้นที่ที่ถูกเวนคืนมาสร้างเป็นเขื่อนหรืออ่างเก็บน้ำ ซึ่งมีการนำเสนอจากสื่อมวลชนว่ามีหมู่บ้านผีแห่งที่ 3 เกิดขึ้นที่จ.ชัยภูมิ โดยที่ไม่มีคนอยู่แต่มีคนงานก่อสร้างแจ้งว่านายจ้างบอกให้สร้างให้เสร็จภายใน 7 วัน โดยพื้นที่ชัยภูมิมีเขื่อนสามแห่งคือ เขื่อนโป่งขุนเพชร เขื่อนชีบน และเขื่อนนายางดี โดยปรากฏว่าพื้นที่ที่คาดว่าจะถูกเวนคืนสร้างเขื่อนนั้นมีการซื้อดักล่วงหน้าโดยนายทุน แสดงให้เห็นว่ามีการทุจริตคอร์รัปชั่นมหาศาล ดังนั้นหากมีการใช้เงินเต็มที่ 3.5 แสนล้านบาทในการสร้างเขื่อนขนาดใหญ่ ก็เชื่อว่าจะมีการนำข้อมูลภายในไปสร้างโอกาสทางธุรกิจหากินกับงบประมาณของประเทศ ผ่านการเวนคืนที่ดิน และ การพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่จะหาประโยชน์จากการใช้ข้อมูลภายในได้ จึงไม่อยากให้ข้อครหาที่บอกว่าน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร  นายกรัฐมนตรี ซึ่งเคยบริหารในบริษัทอสังหาริมทรัพย์ และใกล้ชิดกับนักธุรกิจด้านอสังหาริมทรัพย์ หาประโยชน์จากเงินกู้ก้อนนี้ จึงขอให้นายกรัฐมนตรีและนายปลอดประสพ สุรัสวดี รองนายกรัฐมนตรี ออกมาระบุให้ชัดเจนว่าจะมีมาตรการป้องกันอย่างไร