ข่าว

'โอบามา'ยกย่อง'เต็ง เส่ง'ปฏิรูปพม่า

'โอบามา'ยกย่อง'เต็ง เส่ง'ปฏิรูปพม่า

21 พ.ค. 2556

ผู้นำสหรัฐ ยกย่องประธานาธิบดีเต็ง เส่ง ที่นำพาพม่าไปสู่การปฏิรูป แต่ก็เตือนเรื่องความขัดแย้งระหว่างชาวพุทธกับมุสลิม

 

                          21 พ.ค. 56  ประธานาธิบดีบารัก โอบามา ของสหรัฐ ได้ให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่ต่อประธานาธิบดีเต็ง เส่ง ของพม่า ที่พยายามผลักดันการปฎิรูปอดีตประเทศที่เคยถูกโดดเดี่ยว แต่ก็เตือนว่า จะต้องยับยั้งคลื่นความรุนแรงต่อต้านชาวมุสลิมด้วยเช่นกัน

                          ประธานาธิบดีเต็ง เส่ง เป็นผู้นำพม่าคนแรกที่ไปเยือนทำเนียบขาวในรอบเกือบ 50 ปี และประธานาธิบดีโอบามา ได้ให้การต้อนรับแขกคนสำคัญนี้ ด้วยการยกย่องการหลุดพ้นจากรัฐบาลทหารที่โหดร้ายของพม่า และสัญญาว่า จะให้การสนับสนุนทั้งทางการเมืองและเศรษฐกิจให้มากขึ้น

                          ประธานาธิบดีโอบามา กล่าวว่า ความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐกับพม่าที่เคยบาดหมาง ได้คลี่คลายลง เพราะความเป็นผู้นำของประธานาธิบดีเต็ง เส่ง แสดงออกผ่านการนำพม่าไปสู่การปฏิรูปทั้งการเมืองและเศรษฐกิจ / ประธานาธิบดีโอบามา ยังได้ใช้คำว่า เมียนม่าร์ แทนคำว่า พม่า ซึ่งเป็นชื่อที่ใช้เรียกในสมัยที่ยังถูกปกครองโดยรัฐบาลทหาร และเจ้าหน้าที่ทางการสหรัฐ ได้ใช้บ่อยขึ้นเรื่อย เพื่อแสดงมารยาทต่อรัฐบาลที่กำลังอยู่ระหว่างการปฏิรูป

                          ประธานาธิบดีโอบามา กล่าวด้วยว่า ประธานาธิบดีเต็ง เส่ง ได้ใช้ความพยายามด้วยความจริงใจในการแก้ปัญหาสงครามความขัดแย้งที่ซับซ้อนระหว่างเชื้อชาติ ที่ทำลายความเป็นเอกภาพของพม่ามาเป็นเวลานาน แต่ก็ย้ำความวิตกอย่างลึกซึ้งเกี่ยวกับชะตากรรมของชาวมุสลิมโรฮิงญาด้วย / การย้ายถิ่นฐานของพวกเขา ความรุนแรงที่พุ่งเป้าไปที่พวกเขาโดยตรง จำเป็นต้องถูกยับยั้ง

                          การเยือนสหรัฐของประธานาธิบดีเต็ง เส่ง ได้ดำเนินไปตามกำหนด แม้ว่ากลุ่มเคลื่อนไหวเพื่อสิทธิมนุษยชน ได้กล่าวหารัฐบาลพม่าว่า ไม่สนใจต่อคลื่นการโจมตีนองเลือดต่อชาวโรฮิงญา ที่ไม่เคยแม้แต่จะได้รับการพิจารณาให้ถือสัญชาติพม่า ขณะที่ประธานาธิบดีเต็งเส่ง ได้บอกกับผู้นำสหรัฐว่า เขามุ่งมั่นที่จะปฏิรูป

                          ผู้นำพม่า ยังไปกล่าวสุนทรพจน์สั้น ๆ ที่ School of Advanced International Studies ของมหาวิทยาลัยจอห์น'ส ฮอปสกิ้น ด้วยว่า ต้องการจะสร้างความเป็นเอกลักษณ์ของชาติที่ครอบคลุมมากขึ้น โดยคนพม่าจากทุกชาติพันธุ์และทุกศาสนา ไม่ว่าจะเป็น พุทธ , คริสต์ , มุสลิม , ฮินดูและอื่น ๆ ต้องรู้สึกถึงความเป็นส่วนหนึ่งของการควบรวมเป็นเอกลักษณ์ของชาติ แต่เขาไม่ได้พูดถึงชาวโรฮิงญา เพียงแต่บอกว่า ต้องยุติการเลือกปฏิบัติทุกรูปแบบ และต้องมั่นใจด้วยว่า ไม่ใช่แค่ความรุนแรงระหว่างชุมชนเท่านั้น ที่จะต้องถูกยับยั้ง แต่พวกที่กระทำผิดกฎหมายจะต้องถูกลงโทษด้วย

                          ประธานาธิบดีเต็ง เส่ง ซึ่งเข้ารับตำแหน่งในฐานะผู้นำพลเรือน เมื่อปี 2554 กล่าวด้วยว่า การปฏิรูปที่เกิดขึ้นถือเป็นประวัติการณ์ และได้เรียกร้องขอความช่วยเหลือในระดับสูงสุดจากนานาชาติ เนื่องจากแต่ละช่วงของการเปลี่ยนผ่านต้องเจอกับความเสี่ยง แต่เขาก็รู้จักประเทศและประชาชนของเขาดีว่า คนส่วนมากต่องการจะเห็นประชาธิปไตยหยั่งราก ละทิ้งการถูกโดดเดี่ยวมานานหลายทศวรรษไว้เบื้องหลัง และตามให้ทันเศรษฐกิจประเทศในเอเชียอื่น ๆ รวมถึงยุติความรุนแรงและการสู้รบด้วย

                          นักวิเคราะห์เชื่อว่า การที่ประธานาธิบดีเต็ง เส่ง ย้ำเรื่องความมุ่งมั่นที่จะปฏิรูป ก็เพราะพม่าที่ภาคภูมิใจในความเป็นประเทศราช เกรงว่า การถูกโดดเดี่ยวนาน ๆ จะทำให้ถูกผลักดันให้เข้าไปอยู่ในวงโคจรของจีนจนกู่ไม่กลับ / เขามีกำหนดจะพบปะกับบรรดานักธุรกิจชั้นนำของสหรัฐ อ่านสุนทรพจน์เป็นภาษาอังกฤษอย่างคล่องแคล่ว หลังจากใช้ภาษาพม่าก่อนหน้านี้ อีกทั้งยังเตรียมจะทำให้พม่าเป็นประตูสู่ตลาดที่ดึงดูดอย่างอินเดียและจีนด้วย

 

 

--------------------

(หมายเหตุ : ที่มาภาพ : AFP)