ข่าว

ไลฟ์สตางค์-เลย์ออฟ ต้องอยู่ได้ (ภาคสอง)

ไลฟ์สตางค์-เลย์ออฟ ต้องอยู่ได้ (ภาคสอง)

07 มิ.ย. 2552

ความเดิมในสัปดาห์ที่ผ่านๆ มา ผมได้ให้บัญญัติไว้ 12 ข้อ เพื่อเตรียมตัวเตรียมใจรองรับเหตุเลวร้าย กรณีโชคชะตาเล่นตลกให้เราเป็นหนึ่งในหลายคนที่ต้องถูกเลย์ออฟ

 หลังต้นฉบับออกไป มีคำถามเชิงท้าทายต่อว่าถ้าได้งานใหม่แต่เงินเดือนลดลงกว่าครึ่ง ทำให้ทำใจยอมรับได้ยาก จะอยู่กับปัญหานี้ได้อย่างไร ขอคำตอบ้แบบชัดๆ ไม่เอาทฤษฎี แต่น่าจะทำได้จริง

 แวบแรก ผมไม่ใช่นักจิตวิทยานะครับ แต่ไหนๆ ถ้าถูกท้าทาย ก็พร้อมจะสู้กับปัญหานี้อีกสักตั้ง เมื่อรวบรวมสติทั้งคืน นอนตกผลึกความคิด จึงเริ่มลงมือเขียนแผนที่นำทาง ที่เอาเข้าจริงแล้ว ผมว่าคำตอบของปัญหานี้อยู่ที่การปรับทัศนคติเป็นสำคัญ

 อยู่กับปัจจุบัน อย่านั่งจมกับอดีตที่แก้ไม่ได้ ภาษาคุณฐิตินาถใน “เข็มทิศชีวิต” พูดน่าฟังมากคล้ายๆ กับมีดปักใจ เหมือนหยิบอดีตที่เคยรุ่งเรืองมาเปิดฟังซ้ำแล้วซ้ำเล่า ทิ่มแทงใจให้ห่อเหี่ยวแห้ง   แล้ง ไม่มีประโยชน์ใดๆ เลย เลย์ออฟทำร้ายเราได้แค่ครั้งเดียว อย่าให้ผลพวงตามมาหลอนไม่มีวันจบ

 เลิกสร้างกับดัก ไม่มีใครบอกว่ามาตรฐานเงินเดือนต้อง 5 หมื่น ลดไม่ได้ ก่อนเดินมาถึงจุด 5 หมื่น ก็ต้องผ่านจุด 2 หมื่นมาก่อน คนนี่แหละที่ตั้งธงกันเองว่าต้องได้เงินเท่านั้นเท่านี้ เอาเข้าจริง ดัชนีความสุขวัดกันที่ตัวเลขหรือเปล่า? ตัวอย่างมีให้เห็น แม้จะมีเงินเป็นหมื่นล้าน ก็ยังมีแต่ทุกข์ล้วนๆ

 หยุดกลัว ต้องกล้า ลึกๆ ผมว่าเมื่อได้เงินเดือนน้อยลง สมองจะสั่งให้เกิดความกลัวไว้ก่อน กลัวว่าจะอยู่ไม่ได้ จริงๆ แล้ว เรากลัวไม่ได้กินดีๆ กลัวไม่มีช็อปของแพง และกลัวอดเที่ยวต่างหาก

 ลองย้อนคิดในอดีตว่าทำไมเคยอยู่ได้ด้วยเงิน 2 หมื่น แล้วตอนนี้จะอยู่ไม่ได้ ต้องฉีดภูมิต้านทานให้เกิดความกล้า มีเท่าไหร่ก็ใช้เท่านั้น ต้องอยู่อย่างพอเพียงตามพระราชดำริในหลวง

 ดูวงเวียนชีวิต รายการประเภทนี้ชะงัดนัก ในแวดล้อมผมเคยนั่งคุยเรื่องรายการประเภทนี้บ่อยๆ หลายครั้งเล่นเอาน้ำตาของสาวบางคนไหลออกมาได้ ยิ่งดูก็ยิ่งทำให้เข้าใจว่ามีคนอีกไม่น้อยที่แย่กว่าเราเสียอีก นี่ยังไม่นับคนพิการต่อสู้ชีวิต หรือตัวอย่าง “น้องอ้อม” ที่เพิ่งเสียชีวิตไป

 อุทาหรณ์สอนให้ทุกคนทึ่งและนับถือจิตใจที่แข็งแกร่งของคนเหล่านี้ที่ไม่เคยสะกดว่า “พ่ายแพ้” ให้ใครเห็น ในเมื่อคนแย่กว่าเราอยู่ได้ เราอยู่ไม่ได้ ไม่อายเขาหรือ? 

 ของชั่วคราว พระอาจารย์ปราโมชย์ที่ผมนับถือ ท่านเคยสอนไว้ว่าทุกอย่างล้วนเป็นของชั่วคราว สุขก็ชั่วคราว ทุกข์ก็ชั่วคราว ร่างกายก็ยืมเขามา เมื่อถึงเวลาก็ต้องคืน ทุกอย่างเป็นตามกฎธรรมชาติ มีขึ้น มีลง คงสภาพเดิมไม่ได้ ไม่มีใครยึดบังคับไว้ได้

 ผมคิดต่อว่า 5 หมื่นเคยมาก็ไปได้ ฉะนั้นเงิน 2 หมื่นวันนี้ก็น่าจะเป็นของชั่วคราวเช่นกัน มองแง่ดี อาจมีวันที่กลับมาได้ 5 หมื่นหรือวิ่งไปถึงแสน แต่ต้องทำใจว่า ถ้าตกไปเหลือ 5,000 ก็ไม่มีใครล่วงรู้
  วิ่งหาโอกาส หาอาชีพเสริม หรือโอกาสขยับขยายโดยเร็ว ลองค้นประวัตินักธุรกิจที่ล้มแต่ไม่ท้อเปลี่ยนมาขายแซนด์วิชจนกลับมารุ่ง หรือหาหนังสือประเภท “ฮาวทู เพิ่มรายได้” มาอ่าน

 พร้อมๆ กับเปิดรับสื่อ “ต้นกล้าอาชีพ” อ่านหนังสือพิมพ์คลาสสิฟายด์ คุยกับเพื่อน มีโอเพ่นบูธรับสมัครงานเมื่อไหร่ อย่าได้พลาด เข้าตำราอะไรที่จะช่วยเพิ่มรายได้ ต้องขวนขวายให้หมด อย่านั่งรอฟ้าเปิด แต่ย้ำนะครับว่าอย่าลาออกจากงานปัจจุบัน ถ้ายังไม่มั่นใจกับงานใหม่จริงๆ

 ข่าวแว่วเข้าหูว่าอเมริกาเริ่มสาหัส เพราะต้องเร่งจัดการคนว่างงานราว 6 ล้านคนแล้ว ขณะที่ตัวเลขในจีนพุ่งถึงหลักสิบล้าน แต่ไหนจะโชคร้ายเท่าพี่ไทยที่โดนทั้งพิษเศรษฐกิจและสึนามิการเมือง เข้าข่ายเจอสองเด้ง

 ได้แต่หวังว่าทุกอย่างจะกลับฟื้นคืนชีพโดยเร็ว เศรษฐกิจจะดีขึ้น เพื่อให้คำว่า “เลย์ออฟ” ถูกลบจากสารบบ คนไทยจะได้มีงานทำ ดัชนีความสุขจะได้สูงขึ้น

 แต่เมื่อไม่รู้ว่าวันนั้นจะมาถึงเมื่อไหร่ วันนี้ต้องอยู่ได้ด้วยตน ปรับตัว ปรับใจ ก็อยู่ได้แน่นอนครับ

ชัยพล กฤตยาวาณิชย์