ข่าว

หาม4คนงานกินเห็ดพิษแกล้มเหล้าส่งรพ.

หาม4คนงานกินเห็ดพิษแกล้มเหล้าส่งรพ.

20 พ.ค. 2556

คนงานโครงการชลประทานน่าน เก็บเห็ดพิษในป่าสงวนบ้านห้วยลึก อ.บ่อเกลือ มากินกับสุรา ปวดท้อง ถ่ายเหลว อาเจียนรุนแรง จนต้องหามส่งโรงพยาบาล 4 ราย

 

                         20 พ.ค. 56  เมื่อเวลา 10.30 น. ที่ รพ.สมเด็จพระยุพราชปัว อ.ปัว จ.น่าน แพทย์หญิงปารมี พรหมไชยวงศ์ แพทย์ประจำ รพ.สมเด็จพระยุพราชปัว จ.น่าน ได้ตรวจอาการผู้ป่วยถูกนำส่งต่อมาจาก รพ.บ่อเกลือ มารักษาตัวด้วยอาการปวดท้องและอาเจียนรุนแรง จำนวน 4 ราย คือ นายประดิษฐ์ จงหอม อายุ 52 ปี บ้านเลขที่ 34 ม.3 ต.และ อ.ทุ่งช้าง จ.น่าน , นายกอบชัย พรหมรังกา อายุ 30 ปี อยู่บ้านเลขที่ 200 ม.3 ต.ทุ่งศรีทอง อ.เวียงสา จ.น่าน , นายสุกิม การินทร์ อายุ 50 ปี อยู่บ้านเลขที่ 74 ม.3 ต.พญาแก้ว อ.เชียงกลาง จ.น่าน และนายโยธยา ตะมาแก้ว อายุ 36 ปี เลขที่ 77 ม.4 ต.พญาแก้ว อ.เชียงกลาง จ.น่าน

                         จากการสอบถามนายประดิษฐ์ ทราบว่า นายสุกิม และนายกอบชัย ได้พากันไปเก็บเห็ดในป่าใกล้กับที่พักคนงาน ซึ่งเห็ดที่เก็บได้คล้ายเห็ดไข่ห่าน หรือเห็ดโม่งโก้งสีขาว และสีเหลือง ประมาณ 1 กิโลกรัม นำมาประกอบอาหารเป็นแกงผักกาด แกงขนุน แต่ก็ได้ทดสอบเห็ดด้วยการนำไปต้มกับข้าวและช้อนสแตนเลสแล้ว ไม่พบว่าข้าวและช้อนมีสีดำ จึงเข้าใจว่าไม่ใช่เห็ดพิษ จึงนำไปประกอบอาหารกินร่วมกับสุราพื้นบ้าน จากนั้นช่วงเช้ามืดได้เกิดอาการปวดท้อง อาเจียน และอีก 3 คน ก็มีอาการในลักษณะเดียวกัน เพื่อนคนงานจึงได้นำตัวส่งโรงพยาบาล

                         แพทย์หญิงปารมี พรหมไชยวงศ์ แพทย์ประจำ รพ.สมเด็จพระยุพราชปัว กล่าวว่า ทีมแพทย์ได้ทำการล้างท้องให้กับผู้ป่วยทั้ง 4 คนแล้ว ล่าสุดทั้งหมดอาการปลอดภัยแล้ว แต่ยังคงต้องนอนรักษาตัวต่อที่โรงพยาบาลเพื่อเฝ้าดูอาการอย่างใกล้ชิด เนื่องจากผู้ป่วยกินเห็ดร่วมกับเหล้าขาวเป็นตัวเร่งให้พิษรุนแรงขึ้น จากการสอบสวนโรคทราบว่า ผู้ป่วยทั้งหมดเป็นงานของโครงการชลประทานน่าน ที่ไปตั้งแคมป์คนงานบริเวณบ้านห้วยลึก ม.2 ต.บ่อเกลือเหนือ อ.บ่อเกลือ จ.น่าน โดยนายสุกิม ได้ออกไปเก็บในป่าหลายชนิด นำมาแกงเห็ดแล้วแบ่งกันไปรับประทาน โดยมีผู้รับประทานเห็ดทั้งหมดรวม 4 คน

                         เบื้องต้นนำผู้ป่วยทั้งหมด ส่งรักษาที่ รพ.บ่อเกลือ ก่อนส่งต่อมารักษาที่ รพ.สมเด็จพระยุพราชปัว ซึ่งขณะนี้มีผู้ป่วยที่ปลอดภัยแล้วให้กลับบ้านแล้วคือ นายกอบชัย พรหมรังกา ส่วนอีก 3 ราย ต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิดเนื่องจากยังมีอาการตับอักเสบ แต่ยังไม่มีอาการแทรกซ้อน สำหรับเห็ดที่ผู้ป่วยเก็บมารับประทาน คาดว่าจะเป็นเห็ดระโงกหิน (ตายซาก) ซึ่งเป็นเห็ดมีพิษ และมีลักษณะใกล้เคียงกับเห็ดระโงกขาว (โม้งโก่งขาว) ที่สามารถรับประทานได้

                         นพ.นิวัฒน์ชัย สุจริตจันทร์ อดีต ผอ.รพ.น่าน กล่าวว่า ในช่วงฤดูฝนชาวบ้านที่นิยมออกไปหาเห็ดมารับประทานหรือนำไปขายต้องระวังให้มากคือ เห็ดป่าระโงกหิน หรือชาวบ้านเรียกว่าเห็ดไข่ห่าน มีรูปร่างเหมือนไข่กลม สี ขาว ขนาดประมาณไข่เป็ด และไข่ไก่ขนาดใหญ่ โดยเฉพาะแถวชายแดนไทย-ลาว บนสันเขาจึง แจ้งเตือนประชาชนถ้าไม่แน่ใจให้หลีก เลี่ยงกินเห็ดที่มาจากป่า โดยเฉพาะเห็ดที่สีขาวนวล ลักษณะคล้ายไข่เป็ดไข่ ไก่ โดยเฉพาะที่มาจากชายแดนไทย-ลาว บริเวณ ต.บ่อเกลือใต้ อ.บ่อเกลือ และบริเวณ อ.ปัว อ.เชียงกลาง และ อ.ทุ่งช้าง ซึ่งพบเห็ดระโงกหิน ชนิดนี้ชุกชุมมากในอำเภอดัง กล่าว อีกทั้งเป็นเห็ดที่มีสารพิษร้ายแรง ทำให้ระบบการทำงานของตับและไตล้ม เหลวจนเสียชีวิตได้

                         สำหรับเห็ดชนิดนี้มีพิษร้ายแรงที่สุด มีชื่อเป็นภาษาอังกฤษ ว่า อะเมนตาฟิลอน สารพิษที่อยู่ในเห็ดแม้จะนำมาทำให้สุกด้วยความร้อนก็ไม่ สามารถสลายพิษได้ ทำให้ในแต่ละปีชาวน่านกินเห็ดพิษชนิดนี้เสียชีวิตไม่น้อยกว่า 5 ราย จากอำเภอบ่อเกลือ เมื่อเดือน พ.ค. 50 จึงขอฝากเตือนชาวบ้านตามแนวชายแดนไทย-ลาว เพราะเห็ดขึ้นมากที่ บริเวณนี้ การรักษาเมื่อคนไข้รับประทานเห็ดชนิดนี้เข้าไปแล้ว เมื่อพิษเข้าสู่ระบบอวัยวะภายในแล้วไม่สามารถล้างท้องได้ แพทย์รักษาโดยให้ยาต้านพิษและขึ้นอยู่กับปริมาณที่คนไข้กินเข้าไปมากน้อย และความแข็งแรงของร่างกายที่จะช่วยขับถ่ายออกมาเองด้วย

                         รายงานข่าวแจ้งว่า เห็ดพิษระโงกหิน จะมีมากแถวชายแดนไทย อ.บ่อเกลือ แต่มักจะเข้าใจผิดว่าเป็นเห็ดระโงกขาว หรือ โม้งโก่ง หรือเห็ด ไข่ห่าน เห็ดระโงกมีทั้งสีขาว สีแดงและสีเหลือง ดอกตูมกลีบรี คล้ายไข่ห่าน สามารถกินได้ส่วน โดยเห็ดระโงกหินเป็นเห็ดมีพิษ ถ้าไม่สังเกตหรือมีความชำนาญ จะดูเหมือนกับเห็ด ระโงกขาว โม้งโก่ง หรือเห็ดไข่ห่าน เมื่อนำมากินจะเป็นอันตรายถึงชีวิต และจะเร่งให้พิษเดินเร็วเมื่อนำมารับประทานร่วมกับสุรา