ข่าว

ซ้อม'บีบีกัน'ก่อนดวลปืน...โจร

ซ้อม'บีบีกัน'ก่อนดวลปืน...โจร

07 มิ.ย. 2552

ชายฉกรรจ์ร่างใหญ่ ผิวขาว สวมกางเกงบลูยีน เสื้อเชิ้ตสีเขียวอ่อนพับแขน ยืนจดจ้องอยู่หน้าประตู ค่อยๆ แง้มเปิด กิริยาที่เชื่องช้าเปลี่ยนผันเป็นรวดเร็วจนมองแทบไม่ทัน ปืนยาวในมือประทับขึ้นบ่า เล็งตรงไปข้างหน้า แล้วลั่นไกปล่อยกระสุนออกไปในวินาทีเดียวกัน เป็นชุด

...ระเบียงห้องทำงานบนชั้น 3 ของศูนย์สืบสวนกองบัญชาการตำรวจนครบาล (ศส.บช.น.) ถูกดัดแปลงเป็นสนามซ้อมยิงปืนย่อยๆ เพื่อให้ชุดสืบสวนมาปลดปล่อยอารมณ์ ผ่อนคลายความตึงเครียดระหว่างทำงาน และฝึกซ้อมฝีมือยิงปืน มุมหนึ่งของระเบียงปรากฏลังกระดาษสูงระดับสายตา มีกระป๋องน้ำอัดลม เครื่องดื่มชูกำลัง ที่บิดเบี้ยวผิดรูปทรงเป็นรูพรุนวางอยู่ระเกะระกะ และเกลื่อนกลาดด้วยกระสุนพลาสติกจากปืนอัดลม หรือ "บีบีกัน"

 ส่วนลังกระดาษเองก็อยู่ในสภาพยับเยินไม่แพ้กระป๋อง บริเวณด้านหน้าถูกตัดเป็นวงกลมขนาดใหญ่ ใช้แทนกรอบเป้ายิง ด้านในมีกระป๋องที่ย่ำแย่พอๆ กันอีกจำนวนหนึ่งห้อยแขวนไว้แทนเป้า โดยวงกลมและลังกระดาษป้องกันไม่ให้กระสุนกระเด็นลงไปด้านล่าง และยังช่วยประหยัดเงินซื้อกระสุนชุดใหม่ไว้ใช้ซ้อมอีกในคราวต่อไปด้วย

 สนามยิงปืนย่อยจำลองนี้เกิดขึ้นจากแนวคิด พ.ต.อ.ธัมรงค์ วงศ์แป้น ผกก.ศส.บช.น.หลังจากลงเล่นบีบีกันในสนามครั้งแรกเมื่อราวเดือนตุลาคม 2551 ก็พลันเกิดความคิดใหม่ ที่จะใช้เกมกีฬาชนิดนี้มาประยุกต์ใช้กับการฝึกซ้อมยุทธวิธีของตำรวจ เพื่อนำไปปรับใช้ในการปฏิบัติงานจริง โดยเฉพาะในยามวิกฤติที่หน่วยกำลังไม่สามารถมาถึงที่เกิดเหตุได้ทันเวลา

 "ฝ่ายสืบสวนทำหน้าที่สืบสวนจับกุม เวลาไปเจอคนร้ายในสถานการณ์จริง เขามีอาวุธอยู่ในห้อง เราต้องเข้าไป จะรอหน่วยกำลังอย่างเดียวไม่ได้ เพราะอาจมีปัญหาการจราจรติดขัด มาช้าไม่ทันกาล พอมารู้จักเกมบีบีกันก็คิดว่าจะฝึกคนของเรา เพราะจากประวัติอาชญากรที่เคยยิงตำรวจเสียชีวิต ก็เคยเล่นบีบีกันมาก่อน แถมค่าใช้จ่ายมันไม่แพงเหมือนซ้อมปืนจริง" พ.ต.อ.ธัมรงค์บอกถึงการสนับสนุนให้ทีมสืบสวนเล่นบีบีกันยามว่าง

 นอกจากนี้ ปืนบีบีกันยังมีลักษณะเหมือนของจริงมาก ทั้งสีสันและน้ำหนัก พ.ต.อ.ธัมรงค์ จึงเชื่อว่าน่าจะช่วยให้ชุดสืบสวนเกิดความชำนาญ และคุ้นมือในอาวุธปืนที่ใช้จริงกับปืนบีบีกันที่ใช้ซ้อม โดยชุดสืบสวน ศส.บช.น.นอกจากจะมีอาวุธปืนประจำกายแล้ว ทุกคนยังมีปืนบีบีกันส่วนตัวอีกอย่างน้อยคนละ 1 กระบอก แม้แต่ ผกก.ศส.บช.น.ต้นคิดก็ยังให้ลูกน้องคนสนิทจัดหาปืนยาวอัดลมชนิด เอ็ม 4 มาไว้ประจำกายด้วย...ส่วนจะเป็นรุ่นไหนนั้น แม้แต่ตัวเองก็ไม่รู้จัก นอกจากใช้ยิงอย่างเดียว (ฮา)

 ทีมบีบีกัน ศส.บช.น.ตระเวนลงสนามฝึกซ้อมและแข่งขันกับทีมอื่นๆ ตามแต่เวลาจะเอื้ออำนวย ที่เคยผ่านมาแล้วก็อาทิเช่น สนามบีบีกันย่านพระราม 6 ดอนเมือง หรือตามห้างสรรพสินค้าเก่า และโรงภาพยนตร์ร้าง เป็นต้น มีการสลับสับเปลี่ยนหมุนเวียนไปตามสนามต่างๆ เปลี่ยนสถานที่ไปเรื่อยๆ เรื่องจากความแตกต่างทางภูมิทัศน์จะช่วยเพิ่มทักษะการต่อสู้ ประจัญบาน และการหลบหลีก เหมือนกับสถานที่เกิดเหตุจริงจะไม่จำกัดอยู่เฉพาะแค่สภาพแวดล้อมเดียว

 ทุกครั้งที่ทีมบีบีกัน ศส.บช.น.ลงสนามจะเรียกเสียงฮือฮาจากคู่แข่งระดับต่างๆ ตั้งแต่นักเรียน นักกฎหมาย เจ้าของกิจการ ตลอดจนพนักงานบริษัทเอกชน เพราะนอกจากชื่อชั้นดีกรีความเป็นตำรวจ เคยผ่านการฝึกทางยุทธวิธีและการใช้อาวุธจริงมาแล้ว ประสบการณ์ในหน้าที่การงานยังท้าทายให้คู่แข่งต้องการเอาชนะ รสชาติของความชนะจึงหอมหวนชวนลิ้มลอง

 แต่กระนั้นทีมบีบีกัน ศส.บช.น.ก็ไม่ทำให้เพื่อนตำรวจคนอื่นๆ ผิดหวัง ด้วยการปิดประตูแพ้และกำราบคู่แข่งลงอย่างราบคาบ เคล็ดลับซึ่งกำลังจะถูกเปิดเผยง่ายๆ คือ การใช้วิทยุสื่อสาร คอยประสานงานกันระหว่างปฏิบัติหน้าที่ในสนามซ้อมบีบีกัน แจ้งตำแหน่งแห่งหนของศัตรูจำแลง ก่อนจะคืบคลานเข้าไปกำจัดทีละคน สองคน จนเป็นผู้กำชัยชนะในที่สุด

 "การเล่นบีบีกันช่วยฝึกไหวพริบ สมอง การใช้เครื่องมือ ตลอดจนการฝึกใช้อุปกรณ์ เวลาลงสนามจะไม่มีการออมมือ ใครโผล่มาก็ยิง ไม่เกรงใจ ใครชนะก็อยู่รอด พอเล่นแล้วทุกคนจะรู้สภาพร่างกายเลย เหนื่อยมาก" พ.ต.อ.ธัมรงค์เล่าถึงประสบการณ์ในสนาม

 สิ่งหนึ่งที่ ผกก.ศส.บช.น.ไม่ได้พูดถึง คือ ฝ่ายตรงข้ามไม่ได้มีวิทยุสื่อสารใช้เหมือนกับทีมบีบีกัน ศส.บช.น. (ฮ่า ฮ่า ฮ่า) และถึงแม้จะเป็นฝ่ายมีชัย ทว่าทีมบีบีกันตำรวจก็มีรอยจารึกปรากฏให้ได้รับรู้โดยทั่วกันว่า ถูกยิง หากเป็นสถานการณ์จริงก็อาจได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตบ้าง โดยเฉพาะผู้นำหน่วยอย่าง พ.ต.อ.ธัมรงค์ ถึงกับบ่นเปรยๆ ว่า "ผมเป็นตัวดูดกระสุน กระสุนปลิวว่อนเข้ามาตลอด" (ฮา)

 การเล่นกีฬาและซักซ้อมฝีมือปฏิบัติการของชุดสืบสวน ศส.บช.น.จะเกิดขึ้นอย่างน้อยเดือนละครั้ง ยกเว้นว่าเดือนไหนมีงานเข้ามามากก็อาจจะว่างเว้นไป เมื่อสะดวกก็กลับมาลงสนามใหม่ อย่างไรก็ตามใช่ว่า ผกก.ศส.บช.น.และทีมงานจะฝึกซ้อมแค่ปืนปลอมเท่านั้น ปืนจริงก็ยังซ้อมยิงอยู่เป็นประจำสม่ำเสมอไม่ได้ขาด เพียงแต่การลงสนามบีบีกันบ่อยครั้งจะช่วยเรียกความมั่นใจ ความพร้อม ทั้งร่างกายและจิตใจ เวลาออกปฏิบัติการจริงจะได้ไม่ประมาท

 1 ในทีมบีบีกัน ศส.บช.น.มีชื่อ พ.ต.ท.คัมภีร์ พรหมสนธิ สว.สส.ผู้หลงใหลเกมต่อสู้บีบีกัน จนกลายเป็นเจ้าของอาวุธปืนอัดลมหลากชนิด ทั้งปืนกล็อกและปืนกลยาวที่ผ่านการดัดแปลงด้วยการติดไฟและเลเซอร์ ฯลฯ ยามว่างเว้นจากงานเพียวชั่วนาทีก็จะมาซ้อมยิงที่สนามย่อยริมระเบียง

 "ผมใช้ปืนกล็อกอัดลมตัวนี้ฝึกซ้อม พอเปิดประตูหลังห้องก็ยิงเลย"

 พ.ต.ท.คัมภีร์อธิบายขณะง่วนอยู่กับการบรรจุกระสุนพลาสติกนับร้อยเม็ดลงแม็กกาซีน ก่อนจะเสียบเข้าตัวปืนแล้วปลดเซฟ เดินตรงไปยังประตูหลังห้องทำงาน มือซ้ายค่อยๆ ผลักบานประตูด้วยความระมัดระวัง ก่อนจะสาดกระสุนนับร้อยนัดใส่เป้ากระป๋องบนลังและในลังกระดาษไม่ยั้ง

 "งานของชุดสืบสวนมีโอกาสปะทะกับคนร้าย ส่วนใหญ่ไม่ใช่พื้นที่โล่งกว้าง แต่เป็นห้องแคบๆ พอเปิดประตูเข้าไปแล้วจู่โจมเลย"

 จากประสบการณ์ลงสนามบีบีกัน กีฬายอดฮิตของวัยรุ่นจอมลุยยุคนี้ ทีมบีบีกัน ศส.บช.น.ต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า เด็กและเยาวชนที่เล่นกีฬา แม้จะเป็นกีฬาต่อสู้มักจะไม่มั่วสุมยาเสพติด ประกอบกับการเล่นบีบีกันจะสอนเรื่องการแพ้ ชนะ มีคุณธรรม ไม่กระทำความผิด สามารถแยกแยะความดี-ชั่วได้

 ...นานเกือบปีแล้วที่ชุดสืบสวน ศส.บช.น.รวมตัวเล่นบีบีกัน เพื่อจำลองสถานการณ์ซ้อมรับมือหากเกิดเหตุการณ์จริง ทว่าในชีวิตจริงยังไม่ถึงกับต้องเผชิญหน้ากับผู้ร้ายเหมือนอย่างในสนามบีบีกัน แต่อย่างน้อยก็สามารถนำไปปฏิบัติหน้าที่ได้จริง ยามเข้าตรวจค้นในจุดล่อแหลม หรือตามชุมชนเสี่ยงต่างๆ พวกเขาจะเตรียมพร้อมและระมัดระวังเป็นพิเศษ เหมือนตอนซุ่มรอจังหวะเข้าจู่โจม

 หากเกิดความผิดพลาดย่อมหมายถึง "ชีวิต" ไม่สามารถเลิกเล่นกลางคัน เพื่อหายาหม่องมาทาแก้อาการแสบๆ คันๆ อย่างที่แล้วมา !?!

 ทีมข่าวรายงานพิเศษ : เรื่อง
 ทีมบีบีกัน ศส.บช.น. : ภาพ