ข่าว

แม่ใจยักษ์!ทิ้งลูกแรกเกิดหลังหอพักกลางเมือง

แม่ใจยักษ์!ทิ้งลูกแรกเกิดหลังหอพักกลางเมือง

20 พ.ค. 2556

แม่ใจยักษ์! ทิ้งลูกแรกเกิดเพศชายหลังหอพักกลางเมืองพิษณุโลก จนท.กู้ชีพเร่งช่วยเหลือนำส่งรพ.จนอาการปลอดภัย อีกราย พลเมืองดีพบทารกเพศหญิงถูกทิ้งซอยเสือใหญ่

 

                     20 พ.ค.56 ร.ต.อ.หญิงกัลยาณี ท่าโพธิ์ ร้อยเวร สภ.เมืองพิษณุโลก รับแจ้งเหตุมีคนพบทารกแรกเกิดถูกทิ้งหลังหอพักพีชรัตน์ เลขที่ 80/351 ถ.ประชาอุทิศ อ.เมือง จ.พิษณุโลก หลังรับแจ้งจึงรุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อมด้วย พ.ต.ต.สุเมธ สุนะ สวป.สภ.เมืองพิษณุโลก ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนพร้อมเจ้าหน้าที่กู้ภัยข่าวภาพ ที่เกิดเหตุเป็นที่ดินว่างเปล่ามีป่าหญ้าขึ้นปกคลุมไปทั่วบริเวณและมีเสียงเด็กทารกร้องไห้อย่างน่าเวทนา เจ้าหน้ากู้ภัยต้องปืนข้ามกำแพงเพื่อช่วยเหลือเด็กทารกแรกเกิดที่อยู่ในสภาพ จากการตรวจสอบเป็นทารกเพศชาย ถูกพันห่ออยู่ในถุงขยะสีดำ มีเสื้อยืดแขนสีเขียวพันรอบตัวทารกมีอยู่ สภาพยังมีรกพันอยู่รอบตัวเด็ก ตามเนื้อตัวมีมดแดงไตตอม และกัด จนเกิดผื่นแดง พุพอง นอกจากนี้ยังพบว่ามีเลือดไหลออกจากปาก ทางเจ้าหน้าที่กู้ภัยเร่งปฐมพยาบาลเบื้องต้นและได้ประสานขอรถเจ้าหน้าที่ก็ชีพจากโรงพยาบาลพุทธชินราชเพื่อรับเด็กทารกคนดังกล่าวไปทำการช่วยเหลือต่อไป

                     น.ส.วันทนา ศรีสวัสดิ์ อายุ 28 ปี ผู้พักในหอพักพีชรัตน์ ที่พบเด็กทารกคนแรก เล่าว่า ตนเองพักอยู่ที่หอพักพีชรัตน์เมื่อช่วงเที่ยงที่ผ่านมา ระกว่างที่ลงมาเดินข้างหอพักได้ยินเสียงทารกร้องไห้งอแงในตอนแรกคิดว่ามีคนนำเด็กมาเลี้ยงห้องพักจึงไม่เอะในจนกระทั่งเวลาผ่านไปตนยังได้ยินเสียงเด็กร้องอีกคล้ายกับดังมาจากหลังกำแพงจึงได้ปืนข้ามไปดูพบว่ามีถุงพลาสติกสีดำห่อหุ้มร่างของเด็กทารกคนดังกล่าวไว้โดยมีข้างหนึ่งพ้นออกมานอกถุงจึง ได้วานให้คนในหอช่วยปีนข้ามกำแพงไปอุ้มมาเมื่อเปิดออกดูพบเป็นเด็กทารกในสภาพคราบเลือดเต็มตัวยังมีสายรกพันรอบตัวแรกเกิดและยังหายใจอยู่ในสภาพน่าเวทนา จึงรีบแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ และเจ้าหน้าที่กู้ภัยเพื่อมาช่วยเหลือ

                     น.ส.วันทนา ให้การต่อว่าหอพักดังกล่าวที่ตนเองอยู่นั้นจะไม่คอยมีคนพลุกพล่านเพราะเป็นหอปิด ซึ่งจะปิดประตูหอพักตอนเวลา 22.00 น. ของทุกวันจะไม่อนุญาตให้คนนอกเข้ามาในหอพักเด็กขาด

                     ด้านนางสาว ดวงกมล สงวนศรี อายุ 19 ปี นักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม ซึ่งพักอยู่ที่พักอยู่ในหอศิริพร ติดกับที่เกิดเหตุ กล่าวว่า หลังจากที่ตนเองได้กลับมาจากมหาวิทยาลัยตนเองก็พักผ่อนอยู่ในห้องพักตามปกติจนกระทั่งเวลาประมาณ 20.00 น. ของวันที่ 19 พ.ค. ที่ผ่านมาเริ่มมีฝนตกตนเองจึงได้มาออกมาจากห้องพักเพื่อมาเก็บผ้าที่ตากไว้นอกห้องด้านหลังพอพักซึ่งมีกำแพงสูงกั้นอยู่กับจุดที่พบเด็กทารก ในตอนแรกตนเองก็ได้ยินเสียงคล้ายกับเด็กทารกแต่ก็ไม่แน่ใจคิดว่าเป็นเสียงลูกแมวจึงได้พยายามค้นหาแต่ก็ไม่พบจึงได้เข้านอนตามปกติจนกระทั่งเที่ยงวันนี้มาคนได้มาพบเด็กทารกดังกล่าว

                     ด้าน ร.ต.อ.หญิงกัลยาณี ร้อยเวรเจ้าของคดีเปิดเผยว่า จากเหตุการณ์ดังกล่าวได้ส่งเจ้าหน้าตำรวจชุดสืบสวนลงพื้นที่ในการหาข่าวว่าพอพักทั้งสองแห่งมีหญิงตั้งครรภ์เข้ามาพักและหายไปจากที่เกิดเหตุหรือไม่ เพราะจุดที่ทิ้งเด็กทารกเป็นพื้นที่ตัดกับหอพักศิริพร และหอพักพีชรัตน์ ส่วนอีกสองข้างเป็นบ้านพักของประชาชนในละแวกนั้น จึงเป็นไปไม่ได้ว่าจะมีคนเดินผ่านมาและนำเด็กทารกมาทิ้งไว้ คาดว่าหญิงสาวคนดังกล่าวน่าจะพักอยู่หอใดหอหนึ่งเมื่อคลอดเด็กทารกออกมาแล้วไม่มีปัญญาที่จะเลี้ยงจึงได้ตัดสินใจโดนเด็กทารกทิ้งไปนอกกำแพงดังกล่าว

                     ส่วนที่โรงพยาบาลพุทธชินราชแพทย์ ได้ดำเนินการช่วยเหลือหนูน้อยทารกเพศชายดังกล่าวเป็นการด่วน เนื่องจากทารกน้อยมีอาการหายใจติดขัด ส่งผลให้แพทย์ต้องเร่งดำเนินการให้ออกซิเจนและดูดน้ำคล้ำออกจากร่างกายของเด็ก พร้อมทั้งนำหนูน้อยทารกเข้าตู้อบ เพื่อปรับสภาพอุณหภูมิร่างกายและป้องกันการติดเชื้อ ล่าสุดหนูน้อยทารกอยู่ในอาการที่ปลอดภัยแล้ว สำหรับน้ำหนักหนูน้อยทารกเพศชาย มีน้ำหนัก 2,800 กรัม

 

สลดใจ! พบทารกแรกคลอดเพศหญิงถูกทิ้งซอยเสือใหญ่

 

                     วันเดียวกัน ร.ต.ท.ธีฬะเกียรติ ฑีฆะบุตร พนักงานสอบสวน สน.พหลโยธิน รับแจ้งจากพลเมืองดีว่าพบทารกยังมีชีวิตมาทิ้งไว้ภายในซอยรัชดา 36 แยก 9 บริเวณสถานที่ก่อสร้าง จึงรุดไปตรวจสอบบริเวณที่เกิดเหตุเป็นเพิงพักคนงาน พบทารกเพศหญิง อายุไม่ถึงสัปดาห์ ถูกห่อไว้ด้วยผ้าขนหนู มีรอยยุงกัดบริเวณแขนและตามลำตัว นอกจากนั้น ยังมีกำไลข้อเท้าทองปลอม 1 เส้น แต่ไม่พบเครื่องใช้สำหรับเด็กอย่างอื่น

                     จากสอบปากคำ นายโยธิน เกษมสวัสดิ์ อายุ 60 ปี รปภ.ของวีอาร์ อพาทร์เมนท์ ซึ่งอยู่ใกล้กับที่เกิดเหตุเมื่อช่วงเวลา 05.00 น. ได้ยินเสียงเด็กร้องออกมาจากสถานที่ก่อสร้าง จึงออกตามหาเสียงดังกล่าวแต่ก็ไม่พบ จนกระทั่งรุ่งเช้าได้ตามเพื่อนบ้านมาช่วยตามหาเพราะคาดว่าน่าจะมีผู้นำเด็กมาทิ้ง จนกระทั่งมาพบที่บริเวณเพิงพักดังกล่าว จึงโทรแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ

                     ด้านนายธัวชัย ทัยรวัฒน์ อายุ 24 ปี อาชีพพ่อค้าขายน้ำเต้าหู้ ในตลาดจันทร์เกษม ผู้ที่อาสานำเด็กมาที่ สน.กล่าวรู้ลึกถูกชะตากับเด็กและอยากได้เด็กไปเลี้ยงต่อเพราะน้าที่ทำสวนอยู่ต่างจังหวัดเคยบอกไว้ว่าอยากมีลูกซึ่งแฟนมีอาชีพเป็นทหาร ถ้าพบเด็กให้ขอมาเลี้ยงให้หน่อย เนื่องจากเด็กมีความน่ารักและมีบุญที่ถูกนำมาทิ้งไว้แต่ยังไม่เสียชีวิต และได้กล่าวเสริมว่า ถึงผู้ที่นำเด็กมาทิ้งว่าไม่มีความรับผิดชอบ ขนาดสัตว์ยังเลี้ยงลูกตัวเอง แต่นี้เป็นมนุยษ์ยังเอาลูกของตัวเองมาทิ้งได้

                     เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ติดต่อศูนย์ประชาบดีให้มารับเด็กไปดูแลไว้ก่อน ได้สั่งให้ฝ่ายสืบสวนตามหาผู้ที่นำเด็กมาทิ้ง ในส่วนของนายธัวชัย ถ้ามีความประสงค์อยากได้เด็กไปเลี้ยงให้ติดต่อไปที่ศูนย์ประชาบดีเพื่อตรวจสอบความพร้อมตามกฎของศูนย์