
ศาลนัดฟังคำสั่ง'อี้'ฟ้อง'เก่ง'หมิ่นฯ3มิ.ย.
ศาลนัดฟังคำสั่งรับหรือไม่รับฟ้อง 'แทนคุณ' ฟ้อง 'การุณ' ปราศรัยหมิ่นปี 54 วันที่ 3 มิ.ย.นี้
20 พ.ค. 56 ผู้สื่อข่าวรายงานจากห้องพิจารณา 902 ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษกว่า เมื่อเวลา 09.00 น. ศาลไต่สวนมูลฟ้องครั้งแรก คดีหมายเลขดำ อ.3005/2555 ที่นายแทนคุณ หรือ อี้ จิตต์อิสระ อายุ 34 ปี ผู้สมัคร ส.ส.กทม. พรรคประชาธิปัตย์ เป็นโจทก์ ยื่นฟ้องนายการุณ หรือ เก่ง โหสกุล อดีต ส.ส.กทม.ดอนเมือง เขต 12 พรรคเพื่อไทย เป็นจำเลย ในความผิดฐานหมิ่นประมาทผู้อื่น ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 326 และมาตรา 328 กรณีเมื่อวันที่ 3 และ 12 มิ.ย.2554 นายการุณ ได้กล่าวปราศรัยหาเสียงในการลงสมัครเลือกตั้ง ส.ส.กทม. เดือน ก.ค.2554 ที่ตลาดโกสุมรวมใจ เขตดอนเมือง ทำนองว่า ชาติตระกูลของคู่แข่งทางการเมืองมาจากภูเขา ที่ได้มีการเปลี่ยนชื่อ-นามสกุล และบุคคลนั้นยังเคยแก้ผ้าถ่ายภาพในหนังสือเกย์ รวมทั้งคู่แข่งทางการเมืองดังกล่าวยังทำลายป้ายหาเสียงและใช้เงินเพื่อการหาเสียง
โดยวันนี้นายแทนคุณ โจทก์ ได้เดินทางมาเบิกความด้วยตนเองเพียง 1 ปาก สรุปว่า การกล่าวปราศรัยของจำเลย ได้พูดถึงคู่แข่งทางการเมืองที่เป็นพรรคเก่าแก่ ว่าได้ทำลายป้ายหาเสียงด้วยการทาสี และการกล่าวว่าเป็นคนที่มาจากเขาไหนก็ไม่รู้ ก็ทำให้เข้าใจว่าเป็นคนไม่มีหัวนอนปลายเท้า ไม่มีความรู้การศึกษา รวมทั้งยังกล่าวถึงกรณีที่มีเปลี่ยนชื่อ-สกุลใหม่จากเดิมที่ใช้แซ่จนบิดาตรอมใจ ซึ่งแม้การลงแข่งขันเลือกตั้งจะมีผู้สมัคร 10 คนจากพรรคต่างๆ เช่น พรรคกิจสังคม พรรคความหวังใหม่ พรรคมาตุภูมิ แต่การลงแข่งขันมี 2 พรรคใหญ่ คือพรรคประชาธิปัตย์และพรรคเพื่อไทย ที่เป็นคู่แข่งย่อมทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย โดยแม้โจทก์จะมีการเปลี่ยนนามสกุลจริง ก็เปลี่ยนหลังจากที่บิดาถึงแก่กรรมแล้ว ส่วนที่มีการกล่าวว่ามีการแก้ผ้าถ่ายภาพในหนังสือเกย์นั้น โจทก์ก็ไม่เคยเป็นเกย์และไม่ได้แก้ผ้าถ่ายภาพแต่อย่างใด เช่นเดียวกับที่มีการกล่าวว่า มีการนำเงินไปหยอดให้ประชาชน โจทก์ ก็ไม่เคยกระทำหรือทุจริตนำเงินไปซื้อเสียง ซึ่งการกระทำของจำเลยทำให้ประชาชนเข้าใจผิดก่อนที่จะลงคะแนนเสียงเลือกตั้ง ขณะที่โจทก์ยืนยันว่าไม่เคยมีสาเหตุโกรธเคืองกับจำเลยมาก่อน
ภายหลังพยานเบิกความเสร็จสิ้นแล้ว โจทก์แถลงหมดพยานที่จะไต่สวนในชั้นนี้ ศาลจึงนัดฟังคำสั่งว่าจะประทับรับฟ้องหรือไม่ในวันที่ 3 มิ.ย.นี้ เวลา 09.00 น.
ขณะที่นายแทนคุณกล่าวว่า อยากให้คดีของตนเป็นบรรทัดฐานว่า หากใครจะปราศรัยเรื่องใดขอให้ระวังคำพูด ส่วนคดีนี้หากฝ่ายจำเลยจะมาพูดคุยไกล่เกลี่ยตนก็พร้อมที่จะดำเนินการ



