
คนรักหมา - หมอเลี้ยงหมา ตอน พาหมาไปหาหมอ (2)
มาดูกันต่อครับว่า ระหว่างเรากับหมอใครจะเก่งกว่ากันเวลาพาหมาไปหาหมอ...
“แล้วหมาฉลาดอย่างมะปินจะไม่รู้เลยหรือว่ามันจะถูกพาไปฉีดยา ไปร้านหมอก็คือการเจ็บตัวทุกครั้ง ประสบการณ์เจ็บๆ แบบนี้ มันต้องจำได้ ตอนหลังพอรถเลี้ยวเข้าโรงพยาบาลของหมอเมธี มะปินก็ดิ้นขลุกๆ ขลักๆ อยู่ในรถกว่าจะลากมันลงจากรถได้ คนอย่างเราก็เหงื่อตก มันจะทั้งยันทั้งยื้อ จนน่ากลัวว่าเบาะที่นั่งในรถจะฉีก
พอลงจากรถได้ก็ถึงคราวดันกันมันเข้าประตูคลินิกและกว่าจะชั่งน้ำหนักมันได้ก็ต้องเหนื่อยอีกสองยก
ทีนี้พอถึงคิวมันจะถูกฉีดยา ก็จะไม่มีใครจับมันได้แม้แต่เจ้าของมันก็ไม่ยอม ขืนจะคว้าปลอกคอของมันมะปินก็จะงับเอาท่าเดียว
ร้อนถึงทั้งหมอ ผู้ช่วยหมอ เจ้าของอีกสามคนปล้ำสู้กับหมาตัวเดียวกับเขี้ยวอีกสองกราม ไม่ว่าจะใช้อุปกรณ์ผ่อนแรงชนิดไหน เชือกผูกปากรึ บ่วงคล้องคอรึไม่มีวันสำเร็จกับมะปิน มันจะโยนตัวไปมา กระแทกกับแผงกันห้องตรวจของหมอเมธีทำด้วยวัสดุเบาโครมๆ จนน่ากลัวว่าห้องตรวจของคุณหมอจะพัง
แต่ไหนๆ ก็ไหนๆ มาหาหมอแล้วก็ต้องฉีดยาให้ได้ครั้งสุดท้ายเราปล้ำกับมันอยู่เกือบชั่วโมง จนเราคนห้าคนนั่งลงหอบแฮ่กๆ และมะปินก็เหนื่อยจนหมอบแล้ว นั่นแหละมันจึงจะยอมให้เราจับตัวมันขึ้นเตียงแล้วนอนให้ฉีดยาแต่โดยดี ไม่ขัดขืนและไม่ร้องเสียด้วยซ้ำๆ กับในที่สุดมันก็ตัดใจว่า เอาเหอะ อยากจะทำอะไรผมก็เชิญตามสบายผมขี้เกียจดิ้นแล้ว
ยังดีที่คุณหมอเมธีไม่คิดค่าเหนื่อยเพิ่มจากค่าฉีดยาตามปกติ
ตั้งแต่นั้นมาเราก็ไม่เคยพามะปินไปหาคุณหมอเมธีอีกเลย ดูเหมือนว่าคุณหมอก็เข้าใจดีเพราะเห็นฤทธิ์มะปินอาละวาดแล้ว หมอก็ยอมแพ้ ถ้าให้มาหาบ่อยๆ ดีไม่ดีเดี๋ยวคลินิกหมอจะพังเอา
มะปินมีปัญหาอะไรก็ไปเล่าๆ ให้หมอฟัง เอายามากินเอง หรือไม่เช่นนั้นก็เอายามาฉีดเอง อาศัยที่เราเป็นหมอเสียเอง ฉีดยาหมาไปยากอะไร
พอถึงเวลาฉีดวัคซีน เราก็ไปขอยาหมอเมธีมาฉีด ถ้ามีปัญหาอื่นอีกที่ต้องปรึกษาหมอ อย่างตอนที่มันมีเมือกขาวๆ ออกมาจากจู๋ของมัน เรากลัวว่ามันอาจจะเป็นกามโรคหมา หมอเมธีก็บอกให้เราเอาหนองป้ายกระจกสไลด์ไปให้หมอตรวจก็พอ อย่างตอนที่มันมีอาการทางผิวหนัง เพราะแพ้แชมพูอาบน้ำหมา หมอเมธีกลัวว่ามันจะเป็นเชื้อราอะไรบางอย่าง หรือโรคเรื้อนแทนที่จะเป็นผื่นแพ้เฉยๆ หมอก็ให้เราเอามีดขูดผิวหนังตรงนั้นใส่สไลด์ไปให้ตรวจก่อน แล้วเอายามากิน มาทาตามเรื่อง”
เฮ้อ...เหนื่อยแทน
บัญชร ชวาลศิลป์



