
'กทม.'ขู่เอาผิด'ม็อบสนามหลวง'บุกรุก!
'กทม.' ขีดเส้น 2 วัน 'ม็อบ' พ้นสนามหลวง ขู่เตรียมแจ้งความเอาผิดฐานบุกรุก
20 พ.ค. 56 นายจุมพล สำเภาพล รองผู้ว่าฯกทม. กล่าวถึงการชุมนุมของกลุ่มแนวร่วมคนไทยรักชาติรักษาแผ่นดินที่สนามหลวงซึ่งชุมนุมมาหลายวันเเล้วว่า ขณะนี้สำนักงานเขตพระนครกำลังกดดันกลุ่มผู้ชุมนุม ภายหลังไปลงบันทึกประจำวันที่สน.ชนะสงคราม พร้อมติดประกาศให้เขตและเทศกิจไปทำความเข้าใจกับผู้ชุมนุม โดยทราบมาว่าเมื่อช่วงเช้ามีผู้ชุมนุมเหลือเพียง 500 คน
"จากนี้กทม.จะให้เวลาผู้ชุมนุมอีก 2 วันก่อนจะไปแจ้งความเพื่อให้ผู้ชุมนุมย้ายออก แต่จะไม่ใช้กำลังผลักดัน เพราะเชื่อว่าคนไทยด้วยกันเองจะพูดคุยด้วยเหตุผลได้ การใช้กฎหมายนำอย่างเดียวคงไม่ใช่วิธีการแก้ปัญหา"
รายงานข่าวแจ้งว่า จากนี้กทม.จะระวังไม่ให้กลุ่มอื่นเข้ามาใช้สนามหลวงชุมนุม เพราะเมื่อเข้ามาแล้วจะผลักดันให้ออกยาก ทำให้ฝ่ายกฎหมายของกทม.กำลังหารือแนวทางดำเนินคดีเพื่อปกป้องตัวเอง เพื่อไม่ให้กลุ่มอื่นเข้ามาใช้สนามหลวงชุมนุม ที่ผ่านมาถึงแม้การพูดคุยกับนายไชยวัฒน์ สินสุวงศ์ แกนนำกลุ่มกลุ่มแนวร่วมคนไทยรักชาติรักษาแผ่นดินจะเป็นแนวทางด้วยดีมาตลอด แต่ทางนายไชยวัฒน์ก็ไม่รับข้อเสนอใดๆ ทั้งสิ้น
สั่งเตรียมกระสอบทราย 5.8 ล้านใบรับมือฤดูฝนถล่มกรุง
นางสาวตรีดาว กล่าวว่า สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ได้จัดทำแผนปฏิบัติการป้องกันและลดอุบัติภัยจากพายุหมุนเขตร้อนประจำปี 2556 เพื่อเตรียมป้องกันผลกระทบต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน เบื้องต้นได้แจ้งเตือนให้ประชาชนระวังอันตรายจากพายุหมุนเขตร้อน โดยให้ประชาชนอยู่ห่างจากสิ่งที่อาจโค่นล้มได้ อาทิ ป้ายโฆษณาขนาดใหญ่ ต้นไม้ และเสาไฟฟ้า ส่วนกรณีอยู่ในที่โล่งแจ้งไม่ควรหลบหรือเพิงพักที่อยู่โดดเดี่ยว ไม่ควรใส่เครื่องประดับหรือถือวัตถุโลหะ ควรอยู่ห่างวัตถุที่เป็นสื่อไฟฟ้าเช่น ลวดโลหะ ท่อน้ำ และแนวรั้วบ้าน ควรงดใช้อุปกรณ์ไฟฟ้า หลีกเลี่ยงการใช้ลิฟท์ขึ้นลงในอาคารสูงและควรใช้บันไดแทน
ด้านนายจุมพล กล่าวว่า กทม.ได้กำชับให้สำนักการโยธา และสำนักงานเขต 50 เขต ลงพื้นที่ตรวจสอบความมั่นคงแข็งแรงของป้ายโฆษณาขนาดใหญ่ตามที่กฎหมายกำหนด หากตรวจสอบพบว่ามีป้ายไม่มั่นคงแข็งแรงให้แจ้งเจ้าของป้ายดำเนินการแก้ไขด่วนที่สุด โดยเฉพาะในจุดที่มีความเสี่ยง อาทิ เขตโรงเรียน ชุมชน เนื่องจากหากเกิดพายุลงแรงอาจโค่นล้ม โดยที่ผ่านมาในกรุงเทพฯมีป้ายขนาดใหญ่จำนวน 1.6 พันแห่งใน 150 ถนนสายหลัก ปัจจุบันนำป้ายเสี่ยงออกไปแล้วคงเหลือ 900 กว่าป้าย และอยู่ระหว่างการรื้อถอน 70 ป้าย
"กทม.มีข้อบัญญัติการควบคุมป้ายโฆษณา รวมทั้งป้ายที่ติดตั้งบนหลังคาหรือดาดฟ้าอาคาร ให้มีระยะห่าง 50 เมตรจากเขตทางพิเศษ ทางรถไฟ ถนนสายสำคัญหลายสาย รวมทั้งพื้นที่ภายในรัศมี 200 เมตรโดยรอบอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ อนุสาวรีย์พระเจ้าตากสินมหาราช และอนุสาวรีย์พิทักษ์รัฐธรรมนูญกับพื้นที่ภายในระยะ 50 เมตรจากริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาทั้งสองฝั่ง ยกเว้นป้ายบางอย่างตามที่กำหนดไว้ในประกาศ"นายจุมพล กล่าว
ขณะที่นายอมร กล่าวว่า กทม.ได้มอบหมายให้หน่วยงานในสังกัด อาทิ สำนักการระบายน้ำ สำนักงานเขต พร้อมทั้งจัดจ้างกรมราชทัณฑ์ เร่งดำเนินการล้างทำความสะอาดและลอกท่อระบายน้ำ 6,090 กิโลเมตร ให้เป็นไปตามแผน ซึ่งมีกำหนดแล้วเสร็จทุกเส้นทางในเดือนกรกฎาคมนี้ ขณะนี้ผลงานรวมคืบหน้าร้อยละ 42.02 พร้อมทั้งเปิดทางน้ำไหลตามคูคลองต่างๆ ในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง ผลงานคืบหน้าแล้วร้อยละ 65.41 เพื่อเตรียมความพร้อมรับมือกับฤดูฝนที่กำลังจะมาถึง แต่เบื้องต้นจากการประเมินสถานการณ์น้ำในช่วงเดือนมิถุนายนถึงกรกฎาคม ยังไม่น่าเป็นห่วง
นายอมร กล่าวต่อว่า ทั้งนี้ หากเกิดฝนตกพายุเขตร้อนส่งผลให้ฝนตกหนักมากกว่า 60 มิลลิเมตรต่อชั่วโมง จะใช้เวลาในการระบายน้ำไม่เกิน 3 ชั่วโมง ซึ่งกทม.ได้เตรียมพร้อมหน่วยเบสท์ กว่า 700 คน ประจำจุดเพื่อปฏิบัติหน้าที่ทันทีที่ได้รับแจ้งเหตุ พร้อมทั้งติดตั้งเครื่องสูบน้ำบนถนน รวมถึงบริเวณจุดอ่อนน้ำท่วมเพื่อเร่งระบายน้ำบนถนน จำนวน 1,322 เครื่อง และเครื่องผลักดันน้ำ 54 เครื่อง เพื่อเร่งผลักดันน้ำลงสู่คูคลองและแม่น้ำให้เร็วที่สุด และเตรียมกระสอบทรายไว้ประมาณ 5.8 ล้านใบสำหรับฤดูน้ำหลาก
"ประชาชนสามารถติดตามรายงานสภาพฝนจากเรดาร์ทุกชั่วโมง ทางเว็บไซต์ของสำนักการระบายน้ำ dds.bangkok.go.th หรือเฟสบุ๊คสำนักการระบายน้ำ bkk.best และทวิตเตอร์ bkk_bests"นายอมรกล่าว



