ข่าว

'ปู'ยิ้มร่า!เปิดถกผู้นำน้ำโลก

'ปู'ยิ้มร่า!เปิดถกผู้นำน้ำโลก

20 พ.ค. 2556

'ยิ่งลักษณ์'เปิดประชุมน้ำโลก ชี้รัฐบาลใช้วิกฤติเป็นโอกาสลงทุนแก้น้ำท่วมทั้งระบบ หวังนานาชาติจับมือแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน ระบุไทยพร้อมร่วมมือใกล้ชิด

 
          วันที่ 20 พ.ค.56  เมื่อเวลา 07.20 น. น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี นายปลอดประสพ สุรัสวดี รองนายกรัฐมนตรี เดินทางศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติ เฉลิมพระเกียรติ 7 รอบพระชนมพรรษา จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อให้การต้อนรับผู้นำจากประเทศต่างๆ ที่เดินทางมาร่วมประชุมระดับผู้นำด้านน้ำแห่งภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก ในวันที่ 20 พ.ค.นี้ ท่ามกลางการรักษาความปลอดภัยรอบศูนย์ประชุมฯอย่างเข้มงวด เนื่องจากเป็นวันที่ผู้นำฯเต็มคณะ โดยมีการปิดเส้นทางบริเวณถนนคันคลองชลประทานด้านหน้าศูนย์ประชุมฯด้วยเพื่อความปลอดภัยของผู้นำที่เข้าร่วมประชุมฯ
 
          ทั้งนี้นายกฯได้รอต้อนรับผู้นำแต่ละประเทศบริเวณห้องโถงของอาคารนิทรรศการฯ มีการตกแต่งจำลองสถานที่เป็นประตูท่าแพ จากนั้นนายเอเปลี ไนลาติเกา ประธานาธิบดีสาธารณรัฐฟิจิ นายมิเคอิล ซาคัชวิลี ประธานาธิบดี สาธารณรัฐจอร์เจีย นางเชก ฮาชินา นายกรัฐมนตรีสาธารณรัฐประชาชนบังคลาเทศ นายซุง ฮอง วอน นายกรัฐมนตรีสาธารณรัฐเกาหลี นายทองสิง ทำทะวง นายกรัฐตรี ส.ป.ป.ลาว ทยอยเดินทางมาถึงสถานที่ประชุมฯครบทุกประเทศ นายกฯได้เป็นเจ้าภาพเลี้ยงอาหารเช้าผู้นำ ( Working Breakfast )
 
          ส่วนสมเด็จพระราชาธิบดีฮัจญี ฮัสซานัล โบลเกียห์ มูอิซซัดดิน วัดเดาละห์ พระราชาธิบดีแห่งบรูไน ได้เดินทางมาเข้าร่วมพิธีเปิดและการประชุมฯเต็มคณะ
 
          ในเวลา 08.30 น. นายกฯเชิญผู้นำเข้าชมนิทรรศการโครงการในพระราชดำริ ในห้องนิทรรศการที่จัดขึ้นระหว่างการประชุมระดับผู้นำด้านน้ำฯ และในเวลา 09.00 - 12.00 น.จะมีการประชุมเต็มคณะของผู้นำและหัวหน้าคณะผู้แทนจากประเทศต่างๆ โดยนายปลอดประสพ สุรัสวดี รองนายกฯในฐานประธานกรรมการบริหารจัดการน้ำและอุทกภัย (กบอ.) จะกล่าวนำและสรุปผลประชุมวิชาการ นายกฯกล่าวสุนทรพจน์และปาฐกาถาพิเศษเรื่อง"ภัยพิบัติและการรับมือ : การดำเนินงานและพันธกิจของประเทศไทยต่อการจัดการน้ำและอุทกภัยเพื่ออนาคต" ส่วนในช่วงบ่ายก่อนเสร็จสิ้นการประชุมฯนายปลอดประสพ สุรัสวดี รองนายกฯ จะแถลงปฎิญญาเชียงใหม่ ซึ่งผู้นำและตัวแทนประเทศต่างๆ ได้ร่วมลงนาม

 

 

 

 "นายกฯ"เปิดประชุมน้ำโลกชี้รัฐบาลใช้วิกฤติเป็นโอกาสลงทุนแก้น้ำท่วมทั้งระบบ

 

                เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ที่ศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบพระชนมพรรษา จังหวัดเชียงใหม่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ให้การต้อนรับบรรดาและเป็นเจ้าภาพเลี้ยงอาหารเช้าแก่ผู้นำจากประเทศที่เข้าร่วมประชุม จากนั้นนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย นายปลอดประสพ สุรัสวดี รองนายกรัฐมนตรี ในฐานประธานคณะกรรมการบริหารจัดการน้ำและอุทกภัย(กบอ.) พาคณะผู้นำและรัฐมนตรีที่เข้าร่วมการประชุมเดินเยี่ยมชมนิทรรศการด้านน้ำก่อนการประชุมระดับผู้นำด้านน้ำแห่งภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก ครั้งที่ 2

               ทั้งนี้ ถัดมาเป็นพิธีเปิดการประชุม โดย น.ส.ยิ่งลักษณ์ ได้กล่าวสุนทรพจน์เปิดการประชุมว่า น้ำคือชีวิต มนุษย์ทุกคนถ้าขาดน้ำวันไหน ย่อมหมายถึงชีวิต แต่ถ้าน้ำท่วมเกินความจำเป็นอาจมีอำนาจในการทำลายล้าง และสามารถคร่าชีวิตมนุษย์ได้ และน้ำยังเชื่อมโยงความเป็นอยู่เสริมสร้างคุณภาพชีวิต เป็นเส้นทางคมนาคม เป็นปัจจัยการผลิตทั้งภาคเกษตรและอุตสาหกรรม เป็นพื้นฐานสร้างความมั่นคงทางอาหาร ตลอดจนการพัฒนาที่ยั่งยืน ทรัพยากรน้ำเป็นสมบัติของมนุษย์ทุกคนไม่ใช่ของคนใดคนหนึ่งหรือประเทศใดประเทศหนึ่ง ดังนั้นจึงเห็นด้วยกับ นายบัน คี มูน เลขาธิการสหประชาชาติ ที่เคยกล่าวไว้ว่า “น้ำ เป็นเรื่องของสิทธิมนุษยชนที่เราทุกคนควรปกปักษ์รักษา”

               นายกรัฐมนตรี กล่าวต่อว่า การประชุมครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์หารือประเด็นสำคัญต่าง ๆ เกี่ยวกับความมั่นคงด้านน้ำและภัยพิบัติที่เกี่ยวกับน้ำ โดยมีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและประสบการณ์ เพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาที่เกี่ยวกับน้ำที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ที่ผ่านมามนุษย์เป็นผู้ทำลายทรัพยากรโดยเฉพาะป่าไม้ ทำให้ธรรมชาติขาดความสมดุล และทำให้เกิดปัญหาที่เกี่ยวกับน้ำ บางคนถึงกับทำนายว่าต่อไปจะเกิดสงครามจากการแย่งชิงน้ำ และภูมิภาคเอเชียมีการเข้าถึงน้ำดื่มน้อยรวมถึงมีโอกาสเจอภัยภิบัติสูงกว่าภูมิภาคอื่นของโลก ขณะที่ภูมิภาคเอเชียมีแนวโน้มการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจสูงแต่ความหวังจะเป็นจริงไม่ได้หากไม่ร่วมกันบริหารจัดการน้ำอย่างจริงจัง

               จากนั้น น.ส.ยิ่งลักษณ์ได้ กล่าวถึงเหตุการณ์อุทกภัยเมื่อปี 2554 ว่า ตั้งแต่วันแรกที่เข้ามาดำรงตำแหน่งนายกฯ รัฐบาลและประชาชนคนไทยต้องรวมพลังกันเพื่อเผชิญและฟันฝ่ากับมหาอุทกภัยที่ร้ายแรงที่สุดในประวัติศาสตร์ของชาติไทย จนได้รับความเสียหายเป็นอย่างมาก ทั้งการเสียชีวิต ทรัพย์สินและไร้ที่อยู่อาศัย รายได้ 3 ไตรมาสแรกของปี 54 สูญเสีย ส่งผลให้การเจริญเติบโตได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงแต่ก็สามารถฟันฝ่าอุปสรรคครั้งนี้มาได้ด้วยความเป็นเอกภาพของประชาชนที่ร่วมใจกันทุกภาคส่วน

                 “ขณะเดียวกันรัฐบาลได้เปลี่ยนวิกฤตเป็นโอกาสโดยการลงทุน 1,2000 ล้านดอนลาร์ สหรัฐฯ ในการจัดการน้ำทั้งระบบ โดยดำเนินการตามแนวทางพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ทรงอุทิศพระวรกายมาโดยตลอดพระชนม์ชีพ เพื่อจัดการกับปัญหาด้านน้ำของประชาชนชาวไทย การดำเนินการดังกล่าวทำให้ได้รับความเชื่อมั่นทั้งชุมชน และภาคธุรกิจระดับโลกคืนกลับมา ปัจจุบันเศรษฐกิจไทยเติบโต ร้อยละ 6.4 ในปีที่ผ่านมา”นายกฯ กล่าว

               น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวต่ออีกว่า การบริหารจัดการน้ำต้องให้ความสำคัญ และดำเนินการสอดคล้องกันทั้งระบบ เพราะภัยพิบัติไม่รู้จักพรหมแดนและความแตกต่างของคน ดังนั้นต้องเน้นแก้ปัญหาที่ต้นทางและลงกิจกรรมของมนุษย์ที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางอากาศ ซึ่งต้นทุนการร่วมมือกันวางแผนป้องกัน จะต่ำกว่าค่าเสียหายที่เกิดขึ้นในการต้องมาฟื้นฟูซ้ำแล้วซ้ำเล่าหลังเกิดเหตุภัยภิบัติและอุทกภัย ซึ่งการป้องกันดังกล่าวจะสร้างความมั่นคงให้กับประชาชนและประเทศรวมถึงภูมิภาคด้วย และไม่มีประเทศใดจัดการได้เพียงลำพังต้องสร้างพลังขับเคลื่อนให้เกิดความร่วมมือที่ใกล้ชิดในระดับภูมิภาคและระดับโลก โดยไทยพร้อมมีบทบาทร่วมอย่างเต็มที่ โดยร่วมกันบริหารจัดการ ตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ สร้างระบบเตือนภัยที่แม่นยำ วางระบบป้องกันความเสี่ยงต่าง ๆ

               “ดิฉันหวังว่าประเทศในเอเชียแปซิฟิก จะร่วมมือกับ ภูมิภาคอื่น ๆ ในเวทีสหประชาชาติและเวทีอื่นๆเพื่อจัดการกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ จัดทรัพยากรน้ำอย่างยั่งยืน ลดความเสี่ยงที่เกิดจากภัยภิบัติน้ำ และในฐานะที่เป็นส่วนหนึ่งของเป้าหมายในการพัฒนาแห่งสหัสวรรษ เราต้องมั่นใจว่าประเด็นเหล่านี้จะถูกบรรจุไว้ในวาระการพัฒนาภายหลังปี ค.ศ. 2015 และหวังว่าการประชุมครั้งนี้จะนำไปสู่ความร่วมมืออย่างต่อเนื่อง เสริมสร้างเอเซียแปซิฟิก ให้มีภูมิคุ้มกันต่อน้ำและภัยภิบัติที่ดียิ่งขึ้น” นายกฯ กล่าว

 

 

 

"สมเด็จพระราชาฯบรูไน"ทรงชื่นชมโครงการพระราชดำริด้านน้ำของในหลวง

                

               ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังจาก น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวสุนทรพจน์เปิดการประชุมระดับผู้นำด้านน้ำแห่งภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก ครั้งที่ 2 เสร็จสิ้น จากนั้นเป็นการสุนทรพจน์และกล่าวถ้อยแถลงโดยประมุขแห่งรัฐ และผู้นำรัฐบาลที่เข้าร่วมประชุมในครั้งนี้

               โดยลำดับถัดจากนายกรัฐมนตรีของไทย คือ สมเด็จพระราชาธิบดีฮัจญี ฮัสซานัล โบลเกียห์ มูอิซซัดดิน วัดเดาละห์ พระราชาธิบดีแห่งบรูไน ซึ่งสมเด็จพระราชาธิบดีฯแห่งบรูไน ทรงมีกระแสพระราชดำรัสตอนหนึ่งของการกล่าวถ้อยแถลง โดยทรงชื่นชมโครงการบริหารจัดการน้ำอันเนื่องมาจากกระแสพระราชดำริ ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ว่า เป็นโครงการและเป็นตัวอย่างการบริหารจัดการน้ำที่ดี และประสบผลสำเร็จ โดยเฉพาะการอนุรักษ์ทรัพยากรน้ำ ซึ่งถือเป็นทรัพยากรสำคัญที่เกี่ยวข้องกับชีวิตของประชากรโลก และแม้บรูไนจะมีทรัพยากรน้ำเพียงพอ แต่เราก็ได้มีการริเริ่มให้ทุกคนได้ตระหนักถึงความสำคัญและการลดการสูญเสียของทรัพยากรน้ำ ซึ่งจำเป็นที่ทุกฝ่ายจะต้องร่วมมือกันเพื่อลดผลกระทบที่จะเกิดขึ้นได้ในอนาคตถือเป็นความรับผิดชอบร่วมกัน