
'ไม่ใช่การฟอกเงิน'คำสารภาพ'อิบรอเฮง' :
ปลุกชีพอสังหาฯปัตตานี 'ไม่ใช่การฟอกเงิน'คำสารภาพ'อิบรอเฮง' : สุพิชฌาย์ รัตนะรายงาน
เสียงระเบิดที่ดังถี่ขึ้นในพื้นที่เซฟตี้โซน และใจกลางย่านธุรกิจในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ไม่เพียงสั่นคลอนความมั่นใจในความปลอดภัยของชีวิตและทรัพย์สินของผู้คนดินแดนปลายด้ามขวาน การรุกคืบของ "กลุ่มผู้ไม่หวังดี" จงใจใช้ยุทธศาสตร์ป่วนเมืองสร้างสถานการณ์รายวัน ยังเป็นตัวเร่งปฏิกิริยาให้สภาพเศรษฐกิจ จ.ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมาตกอยู่ในสภาวะมีแต่ทรงกับทรุด
บรรดานักธุรกิจท้องถิ่นเปรียบเปรยว่าภาวะการค้าขาย ณ วันนี้มีสภาพไม่ต่างไปจากคนป่วยที่ต้องใช้เครื่องช่วยหายใจเยื้อชีวิต เพื่อรอเวลาคืนชีพอีกครั้ง...หลังวันสิ้นเสียงปืนเสียงระเบิด
ทว่าในวิกฤติย่อมมีโอกาสเสมอ แม้เป็นเพียงลำแสงอันน้อยนิด ยังดีกว่าปล่อยให้เลือนหายโดยไร้ประโยชน์
ดั่งปรัชญาการดำเนินธุรกิจบนพื้นที่เสี่ยงของชายคล้ำเข้มคมวัยกลางคนนาม “อิบรอเฮง เจ๊ะอาลี” มุสลิมรุ่นใหม่พื้นเพเป็นชาวบ้านปะนาเระ อ.ปะนาเระ จ.ปัตตานี หลังจบการศึกษาจากคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (ม.อ.) ก็บ่ายหน้าเข้าเมืองกรุงแสวงหางานทำเรียนรู้ประสบการณ์ชีวิต โดยเข้าทำงานที่บริษัทซิโน-ไทย ประมาณ 10 ปี พร้อมกับคว้าปริญญาโทจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และมีโอกาสเก็บเกี่ยวประสบการทำงานอสังหาริมทรัพย์ทั้งในประเทศและต่างแดน กระทั่งสามารถก่อตั้งบริษัท ดีอาร์เอส ดีเวลลอปเม้นท์ กรุ๊ป จำกัด
เส้นทางชีวิต "อิบรอเฮง" กว่า 20 ปี ที่ออกจากบ้านเกิดเมืองนอนไปโลดแล่นบนถนนสายอสังหาริมทรัพย์ ถือว่าประสบความสำเร็จกับโครงการในกรุงเทพฯ ในระดับที่น่าพึงพอใจ จึงต้องการกลับมาลงทุนทำธุรกิจที่บ้านเกิด เพราะเห็นถึงความห่างชั้นทางโครงสร้างหลายด้านระหว่างพื้นที่ปลายด้ามขวานกับส่วนกลาง
“อิบรอเฮง” เดินทางกลับปัตตานี เห็นความชะงักของเศรษฐกิจอันเป็นผลพวงจากความไม่สงบ จึงใช้เวลาเก็บข้อมูลร่วม 3 ปี ก่อนตัดสินใจซื้อที่ดินเมื่อปี 2552 เพื่อบุกเบิกสร้างโครงการปัตตานีเพลส มูลค่ากว่า 800 ล้านบาท ตั้งอยู่บนพื้นที่ 10 ไร่ ริมถนนเจริญประดิษฐ์ หรือถนนสาย ม.อ.ปัตตานี ภายในประกอบด้วยคอนโดมิเนียม โฮมออฟฟิศ และศูนย์การค้า Wau Bulan Mall รวมไว้เป็นหนึ่งเดียว กลายเป็นอาณาจักรแห่งความเพียบพร้อมที่โดดเด่นแห่งเดียวในปัตตานี และชายแดนภาคใต้
สำหรับโครงการแรกที่สร้างปรากฏการณ์ คือสามารถตอบโจทย์ใน 2 เรื่อง คือ 1.เป็นศูนย์กลางการศึกษา เพื่อไม่ให้เด็กในพื้นที่กว่า 4,000 คน ที่ต้องออกนอกพื้นที่ไปติวในช่วงปิดเทอม และ 2.ทำให้คนในพื้นที่มีความสุขกับห้างสรรพสินค้าที่ครบวงจร
การเริ่มต้นโครงการมีการทำรีเสิร์ชในพื้นที่อย่างหนัก หลังจากพบว่าคนในพื้นที่ไปซื้ออสังหาริมทรัพย์ในหาดใหญ่ จ.สงขลา มากขึ้น เพราะในพื้นที่ไม่มีอสังหาริมทรัพย์ ทั้งที่กำลังซื้อหรือความต้องการบ้าน หรือที่อยู่อาศัยสูงแต่ไม่มีคนสร้าง เมื่อได้คำตอบจึงเป็นที่มาของการตัดสินใจซื้อที่ดินทำเลทองใกล้ ม.อ.ปัตตานี
สิ่งที่เกิดขึ้นเป็นความต้องการของคนในพื้นที่จริงๆ หลังจากทำการวิจัยสร้างการมีส่วนร่วม โดยทุนที่ร่วมมือกันเป็นกลุ่มทุนรักบ้านเกิด เป็นการเปิดกว้างให้ทุกคนมีส่วนร่วม แม้กระทั่งหุ้นก็เปิดขายปัจจุบันถือหุ้นเพียง 70% เพื่อสอดรับกับมุมมองการลงทุนในพื้นที่ ซึ่งมักจะถูกสังคมภายนอกมองว่า เรื่องของความเสี่ยงด้านความมั่นคง แต่ในด้านธุรกิจความเสี่ยงนั้น มีความต้องการที่มากกว่าซ่อนอยู่ ดังนั้นจึงมั่นใจพื้นที่แห่งนี้มีโอกาสทางธุรกิจ
"ที่สำคัญการเข้ามาลงทุนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ต้องรู้จักอัตลักษณ์ในพื้นที่ก่อน เพราะที่นี่เป็นมุสลิมที่ต้องละหมาด ดังนั้นการสร้างคอนโดต้องดูทิศทางการวางห้องละหมาดด้วยเพื่อตอบสนองพฤติกรรมของลูกค้า การเป็นคนพื้นที่ทำให้เรามีจุดแข็งในเรื่องนี้เมื่อเทียบกับรายอื่นๆ"
สำหรับหัวใจในการลงทุนในพื้นที่แห่งนี้มีปรัชญาการ 4 ด้าน คือ 1.ทำธุรกิจโดยยืนอยู่บนหลักการของศาสนา คือ มีคุณธรรม (Moral) ไม่ขัดกับหลักการอิสลาม และนำผลกำไรตอบแทนคืนให้สังคม 2.ทำธุรกิจบนพื้นฐานของ Corporate Social Responsibility (CSR) ผลกำไรคืนสู่ผู้ถือหุ้นอย่างน้อง 5% ต้องคืนให้สังคมก่อนปันผลกำไรให้ผู้ถือหุ้น 3.Education ทำธุรกิจต้องอิงกับการศึกษา การเรียนรู้ เกิดการเรียนรู้ ตามหลักการของศาสนาอิสลามที่บอกว่าต้องเรียนรู้อยู่ตลอดเวลา และ 4.Innovation หรือนวัตกรรมการก่อสร้าง โดยนำเอาเทคโนโลยีเข้ามาช่วยในการพัฒนาโครงการ
"ที่สำคัญในองค์กรของผมมีพนักงานทั้งศาสนาอิสลาม พุทธ คริสต์ และซิกข์ และเปิดโอกาสให้ทุกคนมีการแสดงความเห็นอย่างเท่าเทียมกัน ไม่ได้เป็นแค่ผู้ร่วมงานเท่านั้น แต่ทุกคนคือทีมเวิร์ก เมื่อปัตตานีเพลสทำสำเร็จ วันนี้ปัตตานีมีอสังหาฯ เกิดขึ้นมากกว่า 50 โครงการ"
“หลายคนบอกว่า ผม คือคนปลุกกระแสให้บรรยากาศการลงทุนคึกคัก แต่บอกตรงๆ ผมไม่กล้า ไม่กล้าคิดว่า สิ่งที่ทำอยู่จะช่วยดับไฟใต้ได้ เพียงแค่มั่นใจว่าปัจจุบันโครงการเราช่วยสร้างงานให้แก่คน 500 คน ในศูนย์การค้า ไม่นับผู้รับเหมาอีก 2,000 คน ที่สำคัญเราสร้างความมั่นใจสถาบันการเงินให้แก่นักลงทุนรายอื่นๆ เป็นการช่วยยกระดับเมืองปัตตานี จากเมืองเก่าโบราณ ในอนาคตปัตตานีจะก้าวสู่ศูนย์การศึกษาทั้งภาษาอาหรับ มลายู และอังกฤษ”
“หลายคนตั้งข้อสังเกตถึงการลงทุนขนาดใหญ่ในพื้นที่ว่า อาจมีเส้นทางการเงินที่เข้ามาสนับสนุนไม่โปร่งใส ขอยืนยันว่าที่ผ่านมาการทำธุรกรรมทางการเงินกับสถาบันการเงินทุกแห่ง เราพร้อมให้ตรวจสอบเต็มที่มีหลักฐานสามารถตรวจสอบได้หมด ที่สำคัญเงินทั้งหมดนั้น ต้องขอบคุณลูกค้า เพราะเงินส่วนหนึ่งมาจากที่ลูกค้าดาวน์ 10% และผ่อนดาวน์ 20% ในมุมส่วนตัวมองว่าลูกค้าคือพาสเนอร์ ทำให้มีเงินหมุนเวียน ยืนยันว่าไม่ได้ฟอกเงิน” อิบรอเฮง ย้ำในช่วงท้าย และยืนยันปักหมุดลงทุนเพื่อกระตุ้นชีพจรเศรษฐกิจปลายด้ามขวานท่ามกลางกระแสไฟใต้ที่ยังโหมกระพือพัดแรงอย่างไม่ย่อท้อ
................................
(หมายเหตุ : ปลุกชีพอสังหาฯปัตตานี 'ไม่ใช่การฟอกเงิน'คำสารภาพ'อิบรอเฮง' : สุพิชฌาย์ รัตนะรายงาน)



