ข่าว

'เด็จพี่-เหวง'ยอ'ตู่'เหมาะนั่งมท.3

'เด็จพี่-เหวง'ยอ'ตู่'เหมาะนั่งมท.3

19 พ.ค. 2556

'พร้อมพงศ์' ชี้ปรับครม.แค่ข่าวลือ ยอ 'จตุพร' เหมาะนั่งมท.3 ด้าน 'หมอเหวง' เชื่อ 'ตู่' ไม่เป็นสายล่อฟ้าทำรบ.ล่ม

 

                         19 พ.ค. 56  นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกระแสข่าวการปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า การปรับครม. ถือเป็นเรื่องปกติของทุกรัฐบาลในการบริหารงานของประเทศ ซึ่งอำนาจในการปรับครม.ก็ขึ้นอยู่ที่นายกรัฐมนตรีจะตัดสินใจ แต่อย่างไรก็ตามขณะนี้นายกรัฐมนตรี ยังไม่ส่งสัญญานมายังกรรมการบริการพรรค หรือแกนนำว่าจะมีการปรับครม. แต่อย่างใด คงเป็นเพียงกระแสข่าวเท่านั้น เนื่องจากในช่วงเวลานี้ยังมีเรื่องที่สำคัญที่จะเปิดประชุมสภาฯในวันที่ 29 - 31 พ.ค.นี้ เพื่อพิจารณาเรื่องงบประมาณรายจ่ายประจำปี

                         นายพร้อมพงศ์ กล่าวต่อว่า สำหรับกระแสข่าวการปรับครม.ครั้งนี้มีชื่อนายจตุพร พรหมพันธุ์ แกนนำกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) จะเข้ามานั่งเก้าอี้รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย นั้น ส่วนตัวมองว่านายจตุพร ก็ถือเป็นคนหนึ่งในพรรคที่มีความรู้ความสามารถ เหมาะสมที่จะเข้ามาทำหน้าที่ในฝ่ายบริหารได้ ส่วนที่หลายฝ่ายมองว่าหากนายจตุพร เข้ามาเป็นรัฐมนตรีจริง อาจจะเป็นสายล่อฟ้าให้รัฐบาลอยู่ไม่ครบ 4 ปีนั้น เชื่อว่านายจตุพร ไม่น่าจะเป็นสายล่อฟ้าอย่างแน่นอน เพราะการที่นายจตุพร จะไปทำหน้าที่ในฝ่ายบริหาร ก็เพื่อช่วยขับเคลื่อนนโยบายของรัฐบาลที่ได้แถลงไว้ต่อรัฐสภา อีกทั้งคนที่เข้ามาเล่นการเมืองก็พร้อมที่จะทำหน้าที่เพื่อดูแลพี่น้องประชาชน แต่อย่างไรก็ตามการปรับครม.จะมีใครได้เป็นรัฐมนตรีนั้น ก็คงขึ้นอยู่กับนายกรัฐมนตรีจะตัดสินใจ

 

'หมอเหวง' ไม่รู้เรื่อง 'ตู่' ติดโผนั่ง 'มท.3'

 

                         นพ.เหวง โตจิราการ แกนนำกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) กล่าวถึงกระแสข่าวการปรับคณะรัฐมนรี (ครม.) โดยมีชื่อนายจตุพร จะเข้ามานั่งเก้าอี้รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ว่า ตนไม่ทราบเรื่องดังกล่าว ซึ่งเมื่อวาน (18 พ.ค.) ที่ผ่านมาก็ได้มีการพูดคุยกับนายจตุพร แต่นายจตุพร ก็ไม่ได้มีการพูดถึงเรื่องนี้แต่อย่างใด เชื่อว่าคงเป็นเพียงข่าวลือมากกว่า เพราะหากจะมีการปรับครม.จริง ต้องขึ้นอยู่กับดุลพินิจของนายกรัฐมนตรีแต่เพียงผู้เดียว ตนไม่ขอเข้าไปก้าวก่าย แต่หากมีการปรับครม.จริง และนายจตุพร เข้าไปดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีจริง ตนก็เห็นว่ามีความเหมาะสม เนื่องจากนายจตุพร มีความรู้ความสามารถเพียบพร้อมที่จะเป็นรัฐมนตรีได้ แต่นายจตุพร ก็เคยพูดไว้แล้วว่า การเป็นแม่ทัพของกลุ่มคนเสื้อแดง สำคัญกว่าการเป็นรัฐมนตรีเสียอีก ดังนั้นเรื่องนี้เชื่อว่าคงเป็นเพียงข่าวลืออย่างแน่นอน

                         นพ.เหวง กล่าวด้วยว่า ส่วนที่หลายฝ่ายมองว่าหากนายจตุพร เข้ามาเป็นรัฐมนตรีจริง จะกลายเป็นสายล่อฟ้าส่งผลให้รัฐบาลอยู่ไม่ครบ 4 ปีนั้น ไม่อยากให้คิดเช่นนั้น เพราะนายจตุพร ไม่ใช่สายล่อฟ้า หากนายกรัฐมนตรีเห็นว่านายจตุพร มีความเหมาะสมที่จะเป็นรัฐมนตรี นายจตุพรก็ย่อมเป็นรัฐมนตรีได้ เพราะความสามารถของนายจตุพร เอง

 

'สุภรณ์' หนุน 'จตุพร' เป็น รมต. เชื่อไม่เกิดปัญหา

 

                         นายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ รองเลขาธิการนายกฯ ฝ่ายการเมือง ฐานะแกนนำกลุ่มคนเสื้อแดง ให้สัมภาษณ์ “สำนักข่าวเนชั่น” ต่อประเด็นที่มีกระแสข่าวว่านายจตุพร พรหมพันธุ์ แกนนำคนเสื้อแดงจะได้รับการคัดเลือกให้เป็นรัฐมนตรี ในรัฐบาลของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกฯ ในการปรับ ครม. รอบล่าสุด ว่า  ตนไม่ทราบถึงกระแสการปรับ ครม. แต่การปรับเปลี่ยนตำแหน่งใดๆ นั้นก็ขึ้นอยู่กับ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกฯ กรรมการบริหารพรรคเพื่อไทย รวมถึงผู้ใหญ่ในรัฐบาล  ส่วนการที่นายจตุพรจะมานั่งเป็นรัฐมนตรี นั้นตนถือว่าเป็นสิ่งที่นายจตุพรควรได้รับ เพราะที่ผ่านมานายจตุพรเรียกได้ว่าได้ช่วยรบมาอย่างเต็มที่ ดังนั้นจึงสมควรได้รับตำแหน่งเพื่อเป็นเกียรติกับตัวเอง

                         "ผมรู้ถึงหัวใจคุณจตุพรดีกว่า เขาเป็นนักสู้ ที่ไม่ยึดติดกับตำแหน่ง ทุกวันนี้ก็ทำงานอยู่กับภาคประชาชน คุณจตุพรก้าวข้ามพ้นทุกอย่าง แม้จะไม่มีตำแหน่งรัฐมนตรี ส่วนตัวผมเชื่อว่าหากคุณจตุพรได้รับตำแหน่งจริง จะไม่ทำให้เป็นปัญหาต่อรัฐบาลในแง่ของการถูกโจมตี แต่ในทางตรงกันข้ามคุณจตุพรจะเข้ามาเป็นตัวช่วยรัฐบาลในการประสานเพื่อแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องประชาชนได้ลุล่วงเป็นอย่างดี"

                         ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในช่วงท้ายของการสัมภาษณ์ นายสุภรณ์ ได้ย้อนถามนักข่าวแบบทีเล่นทีจริง ว่า "แล้วชื่อพี่ละ มีไหม ถ้าไม่มีพี่เสียใจแย่" พร้อมกับทำท่าปาดน้ำตา

 

โฆษกพท. ซัด 'อภิสิทธิ์' ไร้สาระ หลังระบุ รบ.ต้องยุบสภาปีนี้

 

                         นายพร้อมพงศ์ กล่าวถึงกรณีที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ออกมาวิเคราะห์ว่ารัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ จะยุบสภาในปีนี้ ว่า เป็นการวิเคราะห์บนความไร้สาระและเพ้อฝันมีอคติ เหมือนคนนอนกลางวันแล้วละเมอเพ้อเจ้อ ซึ่งตรงข้ามกับความรู้สึกของประชาชนที่สำรวจผ่านสำนักโพลล์ต่างๆ ว่าเสียงส่วนใหญ่อยากให้รัฐบาลอยู่ครบเทอม เพราะมีผลงานจับต้องได้ซึ่งต่างกับนายอภิสิทธิ์ วิเคราะห์ โดยอาศัยความรู้สึกส่วนตัวและน่าจะหวังผลทางการเมืองพยายามหยิบปมร้อนมาขยาย โดยหวังว่าจะมีแนวร่วมมาช่วยผสมโรงต่อต้านรัฐบาลเหมือนในอดีต และนายอภิสิทธิ์ น่าจะหวังกลับมาเป็นรัฐบาลแบบฟลุ๊คๆ อีก วันนี้ต้องยอมรับว่านายอภิสิทธิ์ และพรรคประชาธิปัตย์ เหมือนถูกโดดเดี่ยวค้านอยู่คนเดียว ค้านรายวัน ไม่มีเหตุผล ไม่สร้างสรรค์ แต่จำเป็นต้องค้านไปตามบทฝ่ายค้านแบบเดิมๆ มุขเก่าๆสร้างแค่วาทะกรรมทางการเมือง ไม่มีการค้านโดยสร้างเนื้อหาเสนอสิ่งที่ดีกว่าให้ประชาชนได้เห็น

                         "อยากถามนายอภิสิทธิ์ ว่าจะให้ยุบสภาจนตัวสั่น พรรคประชาธิปัตย์ จะพร้อมที่จะเลือกตั้งหรือเปล่า ถ้าทำงานค้านแบบไม่มีเนื้อหาให้ประชาชนจับต้องได้ถ้าเลือกตั้งอีกก็แพ้อีกและที่สำคัญในพรรคของนายอภิสิทธิ์ เองยังทะเลาะขัดแย้งเรื่องปฏิรูปพรรคยังไม่เสร็จ อยากให้นายอภิสิทธิ์หันไปปฏิรูปพรรคประชาธิปัตย์ ตามข้อเสนอของนายอลงกรณ์ พลบุตร ให้พร้อมก่อนแล้วค่อยมาวิเคราะห์ให้ยุบสภา และที่สำคัญนายอภิสิทธิ์ให้เคลียร์ตัวเองต่อศาลรัฐธรรมนูญในเรื่องที่ถูกกล่าวหาว่าหนีทหารและถูกร้องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยความเป็นส.ส.เพราะคนเป็นถึงอดีตนายกฯและเป็นผู้นำฝ่ายค้านปัจจุบัน การจะตรวจสอบรัฐบาลหรือคนอื่นควรทำตัวให้ใสสะอาดไม่เช่นนั้นความสง่างามจะไม่มี อย่าดีแต่หน้าหล่อ แต่เนื้อตัวมอมแมมแบบนี้ประชาชนรับไม่ได้"

 

อัด 'ปชป.' ขี้อิจฉา จี้ นายกฯ ปลด 'ปลอดประสพ'

 

                         นายพร้อมพงศ์ กล่าวถึงกรณีที่สมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ เรียกร้องให้น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ปลดนายปลอดประสพ สุรัสวดี รองนายกฯ ที่ดูแลโครงการการบริหารจัดการน้ำของรัฐบาล ว่า เรื่องนี้เป็นแค่เกมการเมือง เพื่อลดความน่าเชื่อถือของนายปลอดประสพ เพื่อให้กระทบกับรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ การเสนอของพรรคประชาธิปัตย์จึงไม่มีเหตุผล ตรงข้ามกับเสียงประชาชนส่วนใหญ่ที่มองว่านายปลอดประสพ ทำงานอย่างจริงจังเพื่อแก้ปัญหาการบริหารจัดการน้ำของประเทศที่กำลังเดินมาถูกทางและดำเนินโครงการบริหารจัดการน้ำอย่างเป็นรูปธรรม ตนไม่อยากให้ประชาชนมองว่าการเรียกร้องให้ปลดนายปลอดประสพ เป็นการเรียกร้องที่มีนัยยะทางการเมือง เพราะเชื่อว่าเป็นการอิจฉา เนื่องจากกลัวว่ารัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ทำโครงการบริหารจัดการน้ำสำเร็จ จะทำให้รัฐบาลมีผลงานได้รับความนิยมและอยู่ยาว พรรคประชาธิปัตย์ก็เลยออกมาเรียกร้องและโจมตีนายปลอดประสพมาโดยตลอด ซึ่งตนเชื่อว่าการออกมาเรียกร้องครั้งนี้เป็นเหมือนคนลักษณะธาตุไฟแตก หวังผลทางการเมืองมากกว่าการเรียกร้องอย่างสร้างสรรค์หรือบริสุทธิ์ใจ

 

วอน 'มาร์ค' หนุนนิรโทษกรรมผู้ชุมนุมทางการเมือง

 

                         นายพร้อมพงศ์ กล่าวถึงการชุมนุมรำลึก 3 ปี ครบรอบการสลายการชุมนุม 19 พ.ค. 53 ของกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ว่า ตนขอฝากให้เจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ดูแลความปลอดภัย และเฝ้าระวังไม่ให้มือที่สามมาสร้างสถานการณ์สำหรับการชุมนุมของกลุ่มนปช.ในครั้งนี้ ก็คงเป็นแค่การชุมนุมในเชิงสัญลักษณ์ สามารถทำได้แต่ต้องอยู่ในกรอบของกฎหมาย วันนี้ประชาชนผู้รักประชาธิปไตย เจ็บปวดต่อเหตุการณ์ในอดีตที่เกิดขึ้น ภาพของผู้บาดเจ็บ ผู้เสียชีวิตยังติดตายประชาชนอยู่  จนถึงขณะนี้คนสั่งการยังไม่ถูกลงโทษ ถูกลงทัณฑ์ ทำให้คนเสียชีวิตยังตายตาไม่หลับ ดังนั้นเราควรจะต้องพูดถึงการเยียวยาความรู้สึก และการแสวงหาหนทางปรองดอง การนิรโทษกรรมไปพร้อมๆกัน

                         นายพร้อมพงศ์ กล่าวต่อว่า ตนจึงขอเรียกร้องไปยังนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ มาสนับสนุนการนิรโทษกรรมให้กับผู้ชุมนุมทางการเมือง เพื่อเป็นการล้างบาปในจิตใจของตนเอง เพราะวันนี้ตนเชื่อว่านายอภิสิทธิ์ และพวกคงนอนหลับไม่เต็มตาในแต่ละคืน และที่สำคัญนายอภิสิทธิ์และสุเทพ เทือกสุบรรณ ควรก้มหน้ายอมรับการดำเนินคดีตามกระบวนการยุติธรรมไม่ใช่ไม่ยอมรับกระบวนการยุติธรรม และออกมาตีโต้ฟ้องกลับหน่วยงานทางกระบวนการยุติธรรม ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง

 

ชี้กลุ่มคนไทยรักชาติ กำลังจะเป็นม็อบเถื่อน

 

                         นายพร้อมพงศ์ กล่าวถึงกรณีการชุมนุมของกลุ่มแนวร่วมคนไทยหัวใจรักชาติฯ ที่ประกาศยกระดับการชุมนุมว่าสนามหลวงเขตปลอดอำนาจรัฐ ขอให้ประชาชนทั่วประเทศไม่ยอมรับอำนาจรัฐบาล ว่า ตนมองว่าการชุมุนมของกลุ่มแนวร่วมคนไทยหัวใจรักชาติฯ น่าจะกลายเป็นม็อบเถื่อน เพราะเมื่อประกาศไม่ยอมรับอำนาจรัฐ ก็แสดงว่ากำลังที่จะทำอะไรเพื่อฝ่าฝืนกฎหมาย เพราะการชุมนุมที่ผ่านมาได้กล่าวหาและโจมตีรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี มาโดยตลอด เช่น บริหารประเทศผิดพลาดทำให้ประชาชนมีหนี้สินล้นพ้น สนับสนุนให้ ส.ส.และส.ว.ไม่ยอมรับอำนาจศาลรัฐธรรมนูญร่วมถึงให้ท้ายคนเสื้อแดง คุกคามศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งตนยืนยันว่าเรื่องที่กล่าวหานั้นเป็นเรื่องไม่จริงและบิดเบือนข้อเท็จจริง ถือเป็นมุมมองของผู้มีอคติทางการเมืองที่อยู่ตรงข้ามกับพรรคเพื่อไทยและรัฐบาลมาตลอด ดังนั้น เชื่อว่าการชุมนุมของกลุ่มแนวร่วมคนไทยหัวใจรักชาติฯ น่าจะหวังผลทางการเมืองที่มองรัฐบาลในแง่ร้าย ตรงข้ามกับที่ประชาชนส่วนใหญ่ที่สะท้อนผ่านโพลล์สำรวจว่ารัฐบาลน.ส.ยิ่งลักษณ์ บริหารประเทศได้ดีและประชาชนต้องการให้อยู่ครบวาระด้วย

                         "อยากถามว่าผู้ที่มาไล่รัฐบาลในขณะนี้ โดยไม่มีเหตุผลว่ารับงานใครมาหรือไม่ เพราะมองว่าพฤติกรรมการชุมนุมของกลุ่มนี้แปลกๆ ไม่เกรงกลัวกฎหมายท้าทายอำนาจรัฐไม่ฟังเสียงประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศ คล้ายคนมีอำนาจหรือน่าจะมีคนหนุนหลัง จึงขอเรียกร้องไปยังมือมองไม่เห็นหรืออำนาจมืดหยุดแทรกแซงอำนาจประชาชนจ้องล้มรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชน เพราะจะไม่มีวันสำเร็จ แม้รัฐบาลจะล้มไปในบางครั้ง สุดท้ายรัฐบาลของประชาชนก็จะกลับมาซ้ำแล้วซ้ำอีกเพราะไม่มีอำนาจใด ต้านอำนาจที่มาจากประชาชนได้"