ข่าว

'บึ้ม'รร.ที่โก-ลกยังไร้แววสัญญาณสันติภาพ!

'บึ้ม'รร.ที่โก-ลกยังไร้แววสัญญาณสันติภาพ!

19 พ.ค. 2556

'บึ้มชิมลาง'โรงแรมที่โก-ลกยังไร้แววสัญญาณสันติภาพ! : ปกรณ์ พึ่งเนตรรายงาน


              เหตุระเบิดที่ห้อง 304 ชั้น 3 โรงแรมเอเชีย ตั้งอยู่เลขที่ 18 ถนนเจริญเขต อ.สุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส เมื่อช่วงก่อนเที่ยงวานนี้ (18 พ.ค.) กลายเป็นประเด็นที่วิเคราะห์วิจารณ์กันอย่างกว้างขวางว่าคนร้ายจงใจวางระเบิดในโรงแรม หรือเป็นความผิดพลาดที่ทำให้ระเบิดทำงานก่อนเวลาขณะรอให้แนวร่วมอีกกลุ่มหนึ่งมารับระเบิดไปวางต่อกันแน่

              เพราะทั้งพฤติการณ์ของคนร้าย รวมทั้งสภาพแวดล้อมของจุดเกิดเหตุ ทำให้มีคำถามและข้อสังเกตที่ยังมิอาจสรุปฟันธงได้หลายประการ

              หนึ่ง คือ โรงแรมเอเชียเป็นโรงแรมเล็กๆ ที่ไม่น่าจะเป็นเป้าหมายของการลอบวางระเบิด โดยเฉพาะเมื่อเทียบกับเหตุระเบิดครั้งก่อนๆ ที่สุไหงโก-ลก ซึ่งโดยมากต้องเป็นระเบิดลูกใหญ่ระดับ "คาร์บอมบ์"

              ทว่าโรงแรมเอเชียก็ตั้งอยู่ริมถนนเจริญเขต ซึ่งอยู่ใน "เซฟตี้โซน" ของเมืองตามนโยบายคุมเข้มหัวเมืองสำคัญในจังหวัดชายแดนภาคใต้ของรัฐบาล

              สอง คือ โรงแรมเอเชียเป็นโรงแรมประเภทรีสอร์ท ให้บริการทั้งแบบชั่วคราวและค้างคืน เจ้าหน้าที่ตรวจสอบประวัติการเข้าพัก พบพฤติการณ์ของคนร้ายเช็กอินเข้าพักตั้งแต่คืนก่อนหน้า และเช็กเอาท์ออกไปก่อนเกิดระเบิดไม่นาน

              วัตถุระเบิดถูกบรรจุอยู่ในกระเป๋า และคนร้ายนำไปซุกไว้ในถังเขี่ยบุหรี่ โดยระเบิดจุดชนวนด้วยระเบิดตั้งเวลา

              ฉะนั้นน้ำหนักของประเด็นเกิดความผิดพลาดระหว่างการประกอบระเบิดน่าจะตัดออกไปได้ เหลือเพียงจงใจทำให้เกิดระเบิดในโรงแรม หรือรอให้แนวร่วมอีกกลุ่มหนึ่งมารับระเบิดไปวางจุดอื่น แต่ตั้งเวลาผิดพลาดจนระเบิดทำงานเสียก่อน

              แหล่งข่าวจากหน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่ ให้ข้อมูลว่า มีความเป็นไปได้สูงที่คนร้ายจงใจทำให้เกิดระเบิดในโรงแรมเพื่อให้เป็นข่าวใหญ่โต เพราะแม้ผู้บาดเจ็บจะมีเพียง 6 ราย และได้รับอันตรายไม่สาหัส แต่แรงอัดของระเบิดก็มากพอสมควร ทำให้หลังคาโรงแรมเปิด อาคารใกล้เคียงได้รับความเสียหายนับสิบคูหาเหมือนกัน

              ภาพข่าวที่ปรากฏผ่านสื่อน่าจะสร้างผลกระทบทางจิตวิทยาได้ไม่น้อย โดยเฉพาะการเกิดระเบิดในเขตเซฟตี้โซน

              "จุดนี้เป็นเซฟตี้โซนแน่นอน เพราะอยู่ในเขตเทศบาลเมืองสุไหงโก-ลก ไม่ห่างกับจุดที่คนร้ายวางระเบิดคาร์บอมบ์หน้าบริษัทโปรคอมพิวเตอร์ แอนด์ โอเอ (ไทยแลนด์) จำกัด เมื่อวันที่ 20 กรกฎาคมปีที่แล้วมากนัก โดยเมื่อปีที่แล้วคนมีเป้าประสงค์ทำให้เกิดเพลิงลุกไหม้อาคาร ส่วนการวางระเบิดครั้งนี้แม้จะลูกเล็กกว่า แต่เลือกวางในโรงแรม ก็น่าจะหวังผลให้เกิดความตื่นตระหนก และก่อผลทางจิตวิทยาในแง่ของการทำลายความเชื่อมั่นด้านการท่องเที่ยว เพราะจุดเกิดเหตุเป็นสถานบริการในพื้นที่เขตเมือง" แหล่งข่าวระบุ

              ข้อสังเกตของเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงรายนี้ ค่อนข้างสอดรับกับการประเมินสถานการณ์ในพื้นที่ในช่วงที่ผ่านมา ซึ่งคนร้ายพุ่งเป้าโจมตีย่านเศรษฐกิจในเขตเมือง โดยเหตุการณ์ล่าสุดคือเหตุลอบวางระเบิด 2 จุดหน้าห้างสรรพสินค้าไดอาน่า และโชว์รูมรถยนต์กลางเมืองปัตตานี เมื่อวันที่ 9 พฤษภาคม ส่วนครั้งนี้เป็นการวางระเบิดโรงแรม

              สาเหตุที่เลือกโจมตีโรงแรมขนาดใหญ่ไม่ได้ ทั้งๆ ที่มีอีกหลายแห่งใน อ.สุไหงโก-ลก น่าจะเป็นเพราะการมีระบบการตรวจตราที่ดี โดยเฉพาะเครื่องสแกนวัตถุระเบิด ประกอบกับการเคลื่อนย้ายระเบิดน่าจะทำได้ลำบาก เพราะเจ้าหน้าที่วางกำลังรักษาความปลอดภัยค่อนข้างแน่นหนามาก

              สถานการณ์ภาพรวมตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา หลังจากเกิดเหตุระเบิด 2 จุดในย่านเศรษฐกิจใจกลางเมืองปัตตานีเมื่อวันที่ 9 พฤษภาคมแล้ว ก็เกิดเหตุใหญ่อีกเพียงครั้งเดียว คือ เหตุลอบวางระเบิดรถบัสของกรมการขนส่งทหารเรือในท้องที่ อ.ยะหริ่ง จ.ปัตตานี เมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม ซึ่งก็คือวันเสาร์ที่แล้ว นับจากนั้นก็ไม่มีเหตุระเบิดเกิดขึ้นอีกเลยเป็นเวลาถึง 7 วัน มีเพียงเหตุยิงรายวันประปรายซึ่งส่วนใหญ่เป็นความขัดแย้งส่วนตัว การเมืองท้องถิ่น และยาเสพติด

              สาเหตุสำคัญที่กลุ่มก่อความไม่สงบไม่สามารถปฏิบัติการได้อย่างเสรี เป็นเพราะตลอดทั้งสัปดาห์ที่ผ่านมา ฝ่ายความมั่นคงวางกำลังอย่างแน่นหนา เข้มงวด เนื่องจากเป็นสัปดาห์เปิดภาคการศึกษาใหม่ ประกอบกับเพิ่งเกิดเหตุระเบิดในย่านเศรษฐกิจกลางเมืองปัตตานี จนทำให้เจ้าหน้าที่เสียหน้าและถูกตำหนิ ทำให้มีการปรับแผนวางกำลังใหม่ ดึงกำลังจากพื้นที่รอบนอกเข้าไปตรึงเสริมในเขตเมืองมากขึ้น
 
              ที่สำคัญปัจจุบันฝ่ายความมั่นคงใช้ "กองกำลังประจำถิ่น" มากกว่าเดิม โดยลดกำลังทหารจากนอกพื้นที่ หรือทหารจากกองทัพภาคที่ 1, 2 และ 3  จากเดิม 22 กองพัน เหลือ 16 กองพัน และจะทยอยลดลงอีกเรื่อยๆ

              แต่นั่นไม่ใช่การลดกำลังทหาร เพียงแต่สับเปลี่ยนกำลังมาใช้ "กองกำลังประจำถิ่น" ทั้งทหารพราน และอาสารักษาดินแดน (อส.) ซึ่งล้วนเป็นคนท้องถิ่น จึงมีขีดความสามารถการเฝ้าระวังสูงขึ้นกว่าเดิม ทั้งคนและจุดเสี่ยง ทำให้มาตรการ รปภ.ประสบผลสำเร็จมากขึ้นหากไม่ประมาท

              จากการประเมินของฝ่ายความมั่นคงพบว่า สถานการณ์ที่ดีขึ้นในห้วงนี้ยังไม่ใช่ผลจากการพูดคุยสันติภาพระหว่างตัวแทนรัฐบาลกับแกนนำบีอาร์เอ็น กลุ่มนายฮัสซัน ตอยิบ เพราะจากการตรวจสอบจากสายข่าวยืนยันว่ายังไม่มีการส่งสัญญาณให้ลดระดับการโจมตี เพียงแต่ยังหาโอกาสเหมาะๆ ไม่ได้เนื่องจากเจ้าหน้าที่ตรึงกำลังเข้ม

              ฉะนั้นสถานการณ์ที่ชายแดนใต้นับจากนี้ โดยเฉพาะห้วงใกล้วันนัดพูดคุยสันติภาพรอบ 3 วันที่ 13 มิถุนายน

              จึงยังคงอ่อนไหวและมีโอกาสเกิดเหตุรุนแรงได้ทุกเมื่อ โดยมีระเบิด "ชิมลาง" ที่สุไหงโก-ลก เป็นตัวอย่างที่ต้องจับตา!

-------------------

(หมายเหตุ : 'บึ้มชิมลาง'โรงแรมที่โก-ลกยังไร้แววสัญญาณสันติภาพ! : ปกรณ์ พึ่งเนตรรายงาน)