
ทานโสม พักผ่อนสมอง
ทานโสม พักผ่อนสมอง
หลังจากนั่งทำงานท่ามกลางความกดดันและการแข่งขันสูงอยู่นาน กว่าจะได้พักผ่อนยังต้องเผชิญกับมลภาวะอากาศและสภาพจราจรที่ไม่สู้ดีนักอยู่ทุกวัน หากไม่ลุกขึ้นมาปกป้องดูแลร่างกายและจิตใจตัวเองบ้าง คุณภาพชีวิตคงแย่ลงเรื่อยๆ แบบรวดเร็วจนไม่ทันคาดคิด นอกจากการจัดสรรเวลาเสียใหม่ให้ลงตัวกับสุขภาพ การรับประทานอาหารช่วยบำรุงก็เป็นอีกวิธีที่ช่วยให้ร่างกายกลับมาสดใสเหมือนเดิมได้
ตามที่ รศ.ดร.สุรพจน์ วงศ์ใหญ่ คณบดีผู้ก่อตั้งคณะการแพทย์แผนตะวันออก และผู้เชี่ยวชาญพืชสมุนไพร สหประชาชาติ เปิดเผยว่า ภายใต้การดำเนินชีวิตในยุคข้อมูลข่าวสารที่เต็มไปด้วยการแข่งขันซึ่งต้องอาศัยการทำงานของสมองที่จะคอยช่วยจดจำ คิดเชื่อมโยงเร็ว ทำให้สมองต้องทำงานอย่างหนักตั้งแต่เช้าจรดค่ำ การใช้อาหารและสมุนไพรเป็นยาเพื่อบำบัดโรคและบำรุงร่างกายในด้านต่างๆ โดยเฉพาะโสมที่มีฤทธิ์บำรุงสมองและเส้นประสาทโดยตรงก็สามารถช่วยพักสมองอันอ่อนล้าให้แข็งแรงขึ้นได้
“โสมเป็นสมุนไพรที่มีประวัติใช้เป็นยาบำรุงร่างกายในด้านต่างๆ มากว่า 2,000 ปี ประกอบด้วยสารธรรมชาติที่มีฤทธิ์ทางเภสัชวิทยาที่ชื่อว่า “จินเซนโนไซด์” โดยโสมที่มีความนิยมในการนำมาพัฒนาและคิดค้น คือ โสมอเมริกาและโสมเอเชีย เพราะในด้านสรรพคุณทางการแพทย์โสมอเมริกาและโสมเอเชียจะมีความแตกต่างกัน โดยโสมเอเชียจัดเป็นยาร้อนหรือยาที่เสริมธาตุ “หยาง” ขณะที่โสมอเมริกันจัดเป็นยาเย็น หรือยาที่ช่วยเสริมธาตุ “หยิน” ซึ่งส่งผลให้ร่างกายอยู่ในภาวะสงบ และมีสมาธิ ให้ผลต่ออวัยวะและระบบต่างๆ ของร่างกายหลายส่วน เช่น เสริมการทำงานของสารสื่อประสาทในสมองและระบบประสาทส่วนกลาง ส่งผลต่อการเรียนรู้และจดจำช่วยให้มีกระบวนการคิดและวิเคราะห์ข้อมูลได้อย่างฉับไว มีความจำดีขึ้น นอกจากนั้นยังมีฤทธิ์ ช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระ ช่วยปกป้องเซลล์ประสาท เป็นต้น" รศ.ดร.สุรพจน์ กล่าว
นอกจากนี้ผู้เชี่ยวชาญพืชสมุนไพร สหประชาชาติ ยังแนะนำต่อว่าควรรับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ และควรบริโภคอาหารให้เป็นเวลา เพื่อให้สมองมีพลังงานใช้อย่างสม่ำเสมอ โดยเฉพาะอาหารเช้า จะช่วยควบคุมระดับความดันโลหิตและระดับคอเลสเตอรอลในเลือด เน้นการพักผ่อนให้เพียงพอ ขณะเดียวกันควรเพิ่มการออกกำลังกายสมอง เช่น เล่นเกมโซดูกุ ต่อจิ๊กซอว์ การนั่งสมาธิ สวดมนต์ อ่านหนังสือ หลีกเลี่ยงปัจจัยที่ส่งผลต่อความผิดปกติของสารสื่อประสาท เช่น มีความเครียดสะสม ดื่มเครื่องดื่มที่มีกาเฟอีนและแอลกอฮอล์ รวมถึงยาบางชนิด ซึ่งล้วนเป็นสิ่งที่มีผลต่อการทำงานของสมองทั้งสิ้น



