ข่าว

เช่า, ซื้อหรือเช่าซื้อมิใช่ประเด็นหลัก

เช่า, ซื้อหรือเช่าซื้อมิใช่ประเด็นหลัก

06 มิ.ย. 2552

มีความสับสนเพิ่มเติมขึ้นกรณีรถเมล์เอ็นจีวี 4,000 คัน หลังจาก ครม.มีมติส่งเรื่องไปให้คณะกรรมการสภาพัฒน์พิจารณาตัดสิน ว่าควรจะเช่าหรือควรจะซื้อ มีความเห็นจากนายกรัฐมนตรีเอง คุณอภิสิทธิ์ บอกว่า ส่วนตัวแล้วควรจะซื้อมากกว่า ต่อมาอีกไม่กี่ชั่วโมงเมื่อวันพฤหัสฯ

 แปลว่า ณ ขณะนี้มีข้อเสนอ 3 ทาง รัฐมนตรีคมนาคม คุณโสภณ ซารัมย์ เสนอให้เช่าทั้งหมด นายกฯ คิดว่าควรจะซื้อ รัฐมนตรีคลังคิดว่าควรจะเช่าซื้อ แปลว่ามี 3 สูตร

 ซึ่งจริงๆ แล้วเป็นประเด็นสำคัญแค่ไหนหรือไม่ เห็นว่าหัวใจของเรื่องยังไม่ใช่เรื่องจะซื้อ หรือจะเช่า หรือจะเช่าซื้อ แต่อยู่ที่ว่าการศึกษาที่ให้สภาพัฒน์ไปพิจารณานั้น ไม่น่าจะเพียงให้เช่าหรือให้ซื้อ แต่โจทย์ควรจะเป็นว่าจริงๆ แล้วจำเป็นหรือไม่ที่ต้องมีข้อเสนอเรื่องรถเมล์ 4,000 คัน เพราะว่าเป้าหมายที่เสนอมาคือจะแก้ขาดทุนของ ขสมก.

 คำถามแรกที่ควรจะศึกษาก็คือ การเสนอให้มีรถเมล์ 4,000 คันนี้ จะแก้ปัญหาขาดทุนของ ขสมก.ได้จริงหรือไม่ มีวิธีการอื่นหรือไม่ที่จะแก้ปัญหาการขาดทุนของ ขสมก. ทำไมจะต้องมาดูเฉพาะเรื่องรถเมล์ 4,000 คันนี้

 ฉะนั้นไม่ควรจะจบลงที่ประเด็นเพียงว่า จะเช่า หรือจะซื้อ หรือจะเช่าซื้อ ควรจะตั้งประเด็นคำถามที่ตรงกับคำถามประชาชนมากกว่าว่าทั้งสิ้นทั้งปวงนี้กำลังจะแก้ปัญหาถูกจุดหรือไม่ เพราะว่าไม่ว่าจะซื้อ จะเช่า หรือจะเช่าซื้อ ก็ต้องใช้เงินของประชาชนไม่ทางตรงก็ทางอ้อม

 คำถามตรงๆ ก็คือว่าเป้าหมายจริงๆ ของการกระทำนี้คืออะไร แก้ได้หรือไม่ ถ้าให้คณะกรรมการสภาพัฒน์กลุ่มเดียวพิจารณาไม่เพียงพอ ควรจะเสนอให้นักวิชาการอื่นๆ เช่น ทีดีอาร์ไอ หรือนิด้า หรือหน่วยงานที่ประชาชนพอได้ยินชื่อแล้วเชื่อได้ว่ามีความกล้าหาญที่จะพูดความจริงให้ศึกษาเพื่อที่จะได้ตอบคำถามของประชาชนอย่างแท้จริง มิใช่เพียงแต่ซื้อ เช่า หรือเช่าซื้อ

 

สุทธิชัย หยุ่น