ข่าว

ซีพีเอฟทุ่ม 4.5 พันล.ขยายลงทุนตั้งเป้าปี 52 ยอดขายโตไม่ต่ำ 10%

ซีพีเอฟทุ่ม 4.5 พันล.ขยายลงทุนตั้งเป้าปี 52 ยอดขายโตไม่ต่ำ 10%

06 มิ.ย. 2552

"ซีพีเอฟ" เดินหน้าขยายการลงทุนทั้งในและต่างประเทศ ด้วยงบกว่า 4.5 พันล้านบาท ชี้ปีนี้ธุรกิจอาหารเติบโตดี สวนทางภาวะเศรษฐกิจ ตั้งเป้ายอดขายรวมทั้งปีเติบโต 10% จากปีก่อน

นายอดิเรก ศรีประทักษ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานคณะผู้บริหาร บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ เปิดเผยว่า ภาพรวมธุรกิจของซีพีเอฟในปี 2552 มีการเติบโตที่ดี และเชื่อว่า 6 เดือนที่เหลือของปีนี้จะดีต่อเนื่อง แม้ภาวะเศรษฐกิจถดถอยจะกระทบไปทั่วโลกก็ตาม แต่ธุรกิจอาหารไม่ได้รับผลกระทบ โดยบริษัทยังคงมีการขยายการลงทุนตามปกติ โดยเฉพาะการลงทุนในต่างประเทศที่เห็นว่ามีศักยภาพ

 "ยอดขายรวมของเราในปีนี้คาดว่าจะเติบโต 5-10% จากปีที่ผ่านมา เนื่องจากซีพีเอฟได้มีการปรับปรุงประสิทธิภาพการบริหารจัดการและลดต้นทุนมาต่อเนื่อง โดยไตรมาส 1 ที่ผ่านมาเรามีกำไร 770 ล้านบาท ดีขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน และมั่นใจว่าไตรมาส 2 และ 3 ก็จะดีต่อเนื่องทำให้ทั้งปี 2552 นี้จะเป็นปีที่ดีเด่นที่สุดปีหนึ่ง" นายอดิเรกกล่าว

 ทั้งนี้ เมื่อต้นเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ซีพีเอฟได้เปิดโรงงานอาหารสัตว์และธุรกิจสุกรครบวงจรอย่างเป็นทางการ ณ กรุงมอสโก สหพันธรัฐรัสเซีย ภายใต้ชื่อบริษัท เจริญโภคภัณฑ์ฟู้ดส์ (โอเวอร์ซีส์) จำกัด ด้วยงบลงทุน 3,500 ล้านบาท นับเป็นการลงทุนในต่างประเทศเป็นประเทศที่ 8  ซึ่งนอกจากรัสเซียแล้วยังมี ตุรกี มาเลเซีย ลาว ฟิลิปปินส์ อังกฤษ จีน และอินเดีย นอกจากนี้ ยังอยู่ระหว่างการเตรียมการก่อสร้างฟาร์มสุกรในรัสเซียอีก 2 แห่ง วางแผนระยะ 5 ปี จะสามารถผลิตสุกรขุนได้จำนวน 1 ล้านตัวต่อปี

 นายไพศาล จิระกิจเจริญ ประธานผู้บริหารฝ่ายการเงิน ซีพีเอฟ กล่าวว่า แผนการลงทุนในปีนี้จะแบ่งเป็น 2 ส่วนคือการลงทุนในประเทศที่จะเน้นการปรับปรุงเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตโรงงานแปรรูปด้วยงบ 2 พันล้านบาท ส่วนการลงทุนในต่างประเทศจะใช้งบลงทุน 2.5 พันล้านบาท แบ่งเป็นการลงทุนเพิ่มโรงงานแปรรูปไก่ในตุรกี 500 ล้านบาท ส่วนที่อินเดียจะลงทุนสร้างโรงงานอาหารสัตว์บก และโรงฟักลูกไก่เนื้อใน ใช้งบ 500 ล้านบาท ส่วนการก่อสร้างฟาร์มสุกรในรัสเซียจะใช้งบอีก 1,000 ล้านบาท ส่วนที่เหลืออีก 500 ล้านบาท จะเป็นการลงทุนปรับปรุงประสิทธิภาพอื่นๆ