
ถกจีบีซีเน้นสร้างความเชื่อใจแก้ขัดแย้ง
ไทย-เขมรถกจีบีซีครั้งที่ 9 เน้นสร้างความเชื่อใจแก้ปัญหาขัดแย้ง "สุกำพล"เผยถกเขมรชื่นมื่น ด้าน"เตีย บันห์"รับรองไม่ปะทะ ทำสองชาติอยู่ร่วมกันอย่างสันติ
วันที่ 17 พ.ค.56 เมื่อเวลา 12.00 น.ที่อุทยานสนามกอล์ฟวังจันทร์ อ.วังจันทร์ จ.ระยอง พล.อ. อ. สุกำพล สุวรรณทัต รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมไทย และ พล.อ.เตีย บันห์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมกัมพูชา ได้ร่วมแถลงผลการประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไปไทย-กัมพูชา(จีบีซี) โดยพล.อ.อ.สุกำพล แถลงว่า ในการประชุมมีบรรยากาศที่ดีมาก เป็นไปด้วยความอบอุ่นมีไมตรีจิตและสร้างสรรค์ สะท้อนถึงความสัมพันธ์ฉันท์เพื่อนบ้านที่ใกล้ชิดกันระหว่างสองประเทศ ซึ่งการประชุมครั้งนี้เป็นการดำเนินการตามความตกลงว่าด้วยความร่วมมือชายแดนระหว่างทั้งสองประเทศมีวัตถุประสงค์ เพื่อส่งเสริมสนับสนุนและดำเนินการเพื่อให้พื้นที่ชายแดนมีความสงบเรียบร้อยและมั่นคงปลอดภัย รวมทั้งกระชับความสัมพันธ์ระหว่างกองทัพและหน่วยงานด้านความมั่นคงของไทยและกัมพูชาที่เกี่ยวข้องให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น
การประชุมครั้งนี้ทั้ง 2 ประเทศยืนยันถึงการกระชับความร่วมมือกันอย่างแน่นแฟ้น 4 ข้อคือ1. ทั้งสองฝ่ายเห็นชอบความร่วมมือภายใต้กรอบคณะกรรมการคณะจีบีซี ในเรื่องการป้องกันและปราบปรามการกระทำผิดในรูปแบบต่างๆ ในพื้นที่ชายแดน รวมทั้งการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด การลักลอบตัดไม้ทำลายป่า การก่ออาชญากรรมข้ามแดนที่ผิดกฎหมาย ตลอดจนการส่งเสริมความปลอดภัยทางทะเล ทั้งนี้การบังคับใช้กฏหมายและขั้นตอนการปฎิบัติจะอยู่บนพื้นฐานด้านสิทธิมนุษยธรรม
2. ที่ประชุมเห็นชอบที่จะเสร้มสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจและความเคารพซึ่งกันและกันเกี่ยวกับการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสาร ทั้งสองฝ่ายจะเน้นเฉพาะข่าวสารที่เป็นข้อเท็จจริงและสร้างสรรค์ ด้วยการส่งเสริมความเข้าใจและความไว้วางใจซึ่งกันและกันในฐานะเพื่อนบ้านที่ดี ข้อนี้ถือเป็นข้อสำคัญ
3. ทั้งสองฝ่ายจะร่วมมือในการส่งเสริมคุณภาพชีวิตของประชาชนชายแดน ไม่ว่าจะเป็นการประกอบอาชีพ การท่องเที่ยว การศึกษาและสาธารณสุข 4. ที่ประชุมรับทราบด้วยความชื่นชมในผลการประชุมคณะทำงานร่วม (JWG) 3ครั้งและผลการประชุมหารือแผนการเก็บกู้ทุ่นวัตถุระเบิดร่วม ระหว่างศูนย์ปฎิบัติการทุ่นระเบิดแห่งชาติ(TMAC)และศูนย์ปฎิบัติการทุ่นระเบิดแห่งชาติของกัมพูชา(CMAC)2ครั้ง ซึ่งที่กล่าวมาล้วนเป็นสิ่งที่แสดงให้เห็นถึงผลประโยชน์ร่วมและความเข้าใจที่มีต่อกันที่ต่างปรารถนาร่วมมือกันนำสิ่งดีๆ มาสู่ประชาชนทั้ง 2 ประเทศ สำหรับการประชุมจีบีซีครั้งต่อไป ซึ่งเป็นครั้งที่10 กัมพูชาจะเป็นเจ้าภาพ โดยจะมีการแจ้งรายละเอียด กำหนดการ วันเวลา และสถานที่การประชุมให้รับทราบต่อไป
ผู้สื่อข่าวถามว่า ยืนยันได้หรือไม่ว่า จะไม่มีเหตุการณ์ปะทะระหว่างไทย และกัมพูชาก่อนที่จะมีมติศาลโลกออกมา พล.อ.เตีย บันห์ กล่าวว่า ในช่วงรอฟังคำสั่งศาลโลก ในพื้นที่ไทย-กัมพูชา ได้ยืนยันมาโดยตลอดว่าจะส่งเสริมความร่วมมือและความปลอดภัยตามแนวชายแดน การประชุมครั้งนี้เป็นการสะท้อนเพื่อยืนยันว่าความร่วมมือของสองประเทศ จะทำให้ชายแดนมีสันติภาพและความร่วมมืออย่างแท้จริง
เมื่อถามถึงกรณีที่ยังมีเหตุการณ์ทหารกัมพูชามีการยิงปืนบริเวณชายแดน.พล.อ.เตีย บันห์ กล่าวว่า เป็นคำถามยากที่จะตอบได้ชัดเจน แต่ยืนยันว่าที่ผ่านมาได้ร่วมมือกันแก้ไขปัญหา โดยเฉพาะการประชุมที่ผ่านมา เป็นสิ่งยืนยัน ว่าจะให้เกิดความสงบเรียบร้อยตามแนวชายแดน ปัญหาชายแดนเป็นปัญหาที่อ่อนไหว เกี่ยวกับการได้ยินเสียงปืนนั้น หรือมีการยิงปืนจะต้องกลับไปพิสูจน์ดูว่าเสียงปืนเกิดจากอะไร และต้องการอะไร เพราะบางครั้งมีการพลั้งเผลอ ผู้ที่ถือปืนอาจจะได้ยินเสียงปืนบ้าง แต่เมื่อได้ยินเสียงปืนแล้วก็ต้องตรวจสอบว่าเจตนาของเสียงปืนเกิดจากอะไร
ต่อข้อถามที่ว่า จะทำอย่างไรไม่ให้สถานการณ์ชายแดนเเกิดความตึงเครียด โดยเฉพาะการซ้อมรบ และการถอนกำลังทหารออก พล.อ.เตีย บันห์ กล่าวว่า การสับเปลี่ยนกำลัง ต้องดูในรายละเอียด และการกำหนดพื้นฐานความเป็นจริงในพื้นที่ว่าพื้นที่นั้นมีความปลอดภัยดีหรือไม่ หรือต้องมีอะไรต้องพิจารณา ที่ผ่านมาได้ยืนยันถึงความพร้อมรับรองว่า จะไม่มีการปะทะ จะอยู่ร่วมกันให้ประชาชนมีความปลอดภัย และสวัสดิภาพ ส่วนเรื่องศาลโลกก็ปล่อยให้เป็นไปตามกระบวนการต่อไป
ขณะที่ พล.อ.อ.สุกำพล กล่าวว่า พื้นฐานสองประเทศต้องอยู่ด้วยความสันติ เพราะสองชาติไม่สามารถแยกกันได้ สองบ้านทะเลาะกันย้ายบ้านหนีได้ แต่ไทยและกัมพูชาหนีกันไม่ได้ต้องอยู่กันตลอดไป สิ่งต่าง ๆ เป็นความละเอียดอ่อน ดังนั้นเรื่องการปรับกำลัง และ เรื่องงานด้านความมั่นคง เรามีการสื่อสาร ติดต่อกันตลอดเวลา หากกัมพูชามีการซ้อมรบเขาก็บอกเรา ซึ่งเป็นสิ่งที่ทำได้ เราซ้อมรบในพื้นที่บริเวณใกล้ ๆ ก็สามารถบอกได้ว่าเราซ้อมรบ ดังนั้นความตึงเครียดตรงนั้น เราทั้งสองประเทศเข้าใจกัน และจะไม่มีความตึงเครียด ที่ผ่านมามาตรการคุ้มครองชั่วคราวของศาลโลก เห็นชัดเจนว่าไม่มีเหตุการณ์รุนแรงอะไรเกิดขึ้น รวมถึงเหตุการณ์ปะทะกัน แสดงให้เห็นว่า ไทยและกัมพูชาเข้าใจและตระหนักในสิ่งนี้
ส่วนความคืบหน้าในการเก็บกู้วัตถุระเบิดตามแนวชายแดนนั้น พล.อ.อ.สุกำพล กล่าวว่า การเก็บกู้วัตถุระเบิดในเขตปลอดทหาร หรือPDZ ตามมติของศาลโลก โดยมี TMAC ของไทย และ CMAC ของกัมพูชา เบื้องต้นได้ข้อสรุปจะมีการดำเนินการในเดือนหน้า ขณะนี้ได้มีการกำหนดพื้นที่ชัดเจนแล้ว ส่วนการปักปันเขตแดนนั้นทางจีบีซีไม่ได้เกี่ยวข้อง เพราะมีเจบีซีดูแลอยู่แล้ว แต่หากมีปัญหาก็สามารถพูดคุยกันได้



