ข่าว

 จำนำ จำใจ

จำนำ จำใจ

09 มิ.ย. 2552

ผมคุ้นเคยกับการจำนำทรัพย์สินมาตั้งแต่อายุยังไม่ถึง 15 ปี ทรัพย์สินชิ้นแรกๆ ที่ผมเอาเข้าไปจำนำกับอาเจ๊กที่โรงรับจำนำมั่งเชียงย่านสะพานควาย คือนาฬิกาข้อมือออโตเมติกยี่ห้อ ซีโต้ เรือนโก้กันน้ำได้ จากนั้นทั้งกางเกงยีนที่ได้ราคา 30 บาท

 แหวนทองคำหัวนิลที่พ่อให้ใส่เป็นเครื่องรางของขลัง   ตามด้วยทรัพย์สินอีกมากมายถูกผมเอาไปแลกเป็นเงินกับโรงจำนำเซี่ยงอัง, โรงรับจำนำประชานุเคราะห์ สี่แยกสะพานควาย เลยกินแดนไปจนถึงโรงรับจำนำอื่นๆ ไม่เว้นแต่ ย่องเซี้ยง สี่แยกประตูผี ตำนานโรงรับจำนำของประเทศไทย

 การเดินแหวกมู่ลี่ไม้ไผ่เข้าไปพิมพ์นิ้วหัวแม่มือจนลายมือแทบจะสึก ทำให้ผมรู้จักความหมายของคำว่าจำนำได้เป็นอย่างดีว่า หากทรัพย์สินของเรามีราคาที่สามารถนำไปขายต่อได้ร้อยบาท ผู้รับจำนำมักจะให้ราคารับจำนำทรัพย์สินชิ้นนั้นๆ ไม่เกิน 80 บาท ยกเว้นแต่เป็นทรัพย์สินที่ราคาไม่เปลี่ยนแปลงไปในทางลบ เช่น ทองคำรูปพรรณต่างๆ ซึ่งผู้รับจำนำอาจจะตีราคาประเมินให้สูงถึง 90 บาท 

 เมื่อเอาทรัพย์สินไปวางเป็นประกันในการจำนำเรียบร้อยแล้ว ผู้จำนำก็รับเอาเงินมาใช้จ่ายตามราคาที่ได้ตกลงกันเอาไว้ จากนั้นเมื่อสามารถหาเงินหาทองมาได้ ก็ต้องเอาเงินจำนวนที่ได้เบิกเอามาใช้จ่ายในตอนที่จำนำทรัพย์สิน พร้อมทั้งดอกเบี้ยตามที่มีการตกลงกันล่วงหน้า ไปไถ่ถอนทรัพย์สินชิ้นนั้นๆ กลับมาครอบครองต่อไป

 และหากยังไม่สามารถหาเงินหาทองไปไถ่ถอนทรัพย์สินได้ แต่ยังมีความหวังว่าจะเอาทรัพย์สินชิ้นนั้นกลับคืนมาครอบครองให้ได้ หรือเสียดายที่เป็นทรัพย์สินอันมีค่าทางใจของตนเอง หรือจะด้วยกลัวพ่อแม่รู้ว่าเอาทรัพย์สมบัติไปขายกินก็ตาม ภายในระยะเวลา 4 เดือนก็ต้องเอาดอกเบี้ยไปส่งให้เขา ในยุคนั้นหากผมจำไม่ผิดก็จะอยู่ในอัตราร้อยละ 1.50 ต่อเดือน

 หากครบกำหนด 4 เดือนนับจากวันเอาทรัพย์สินไปจำนำเอาไว้ และไม่มีทั้งเงินที่จะไปไถ่ถอนและไม่มีกระทั่งเงินที่จะไปจ่ายดอกเบี้ย โรงรับจำนำทั้งหลายก็ยังให้เวลาเอาไว้อีก 15 วัน แต่เวลาที่ให้ไว้ 15 วันส่วนเกินจาก 4 เดือนมานั้น เจ้าของทรัพย์ต้องไปหาเงินมาเพื่อไถ่ถอนเท่านั้น ไม่สามารถมาส่งเพียงแค่ดอกเบี้ยได้อีกต่อไป

 บางครั้งเมื่อต้องการใช้เงินจำนวนหนึ่ง แต่มูลค่าของทรัพย์ที่เอาไปจำนำมีมากกว่าจำนวนเงินที่ต้องการใช้ เช่น ทองน้ำหนัก 2 บาท มีราคาซื้อขายกันอยู่ที่ 1,000 บาท แต่มีความจำเป็นต้องใช้เงินเพียงแค่ 300 บาทเท่านั้น ครั้นเอาไปจำนำเต็มราคาที่หลงจู๊โรงรับจำนำตีให้ คือราคาทอง 2 บาท หลงจู๊อาจจะตีราคาให้ถึง 900 บาท ก็ขึ้นอยู่กับเจ้าของทรัพย์สินว่าจะเอาเงินมาใช้เท่าใด หากยังยืนยันที่จะใช้เงินเพียง 300 บาท เพราะกลัวว่าหากจำนำในวงเงินสูงกว่านั้นจะไม่มีปัญญาหาเงินมาไถ่ถอนก็สามารถทำได้

 หลังจากนั้นเวลาผ่านไปสัก 2 เดือน เงินที่คิดว่าจะหามาเพื่อเอาไปไถ่ถอนทองหนัก 2 บาทเส้นนั้นได้ก็ยังหาไม่ได้ แถมยังมีความจำเป็นต้องใช้เงินเพิ่มอีกสัก 500 บาท ก็ยังสามารถเอาตั๋วจำนำไปให้หลงจู๊ตรวจสอบตีราคาทรัพย์สินอีกครั้งหนึ่ง เมื่อหลงจู๊ยืนยันว่ายังคงสามารถให้ได้ถึง 900 บาท   เจ้าของทรัพย์ก็สามารถเพิ่มมูลค่าราคาจำนำขึ้นไปได้อีกครั้งหนึ่ง การจำนำที่ผมรู้จักมาตั้งแต่หัวเท่ากำปั้นจนหัวเท่าลูกมะพร้าว หมายถึงขั้นตอนกระบวนการตามที่ผมได้อธิบายมา แต่การรับจำนำข้าวเท่าที่ผมได้ติดตามมา ไม่เห็นว่ามันจะมีตรงไหนที่สามารถเรียกกันว่าจำนำได้แม้แต่น้อย คราวหน้าผมจะมาคุยต่อเรื่องของการรับจำนำข้าวบ้างนะครับ

พัฒนเดช อาสาสรรพกิจ