ข่าว

ประมูล...ฟรีทีวีดิจิตอล?

ประมูล...ฟรีทีวีดิจิตอล?

16 พ.ค. 2556

คมชัดลึกจัดถก ประมูล...ฟรีทีวีดิจิตอล?


             ยังเป็นประเด็นปัญหาที่ถกเถียงสำหรับหลักเกณฑ์การประมูลทีวีดิจิตอล 24 ช่องหลังจากที่ กสทช.เคาะตัวเลขออกมาแบ่งเป็นช่องวาไรตี้ความละเอียดสูง (เอชดี) เริ่มที่ช่องละ 1,510 ล้านบาท เปิดประมูล 7 ช่อง ช่องวาไรตี้ความละเอียดมาตรฐาน (เอสดี) เริ่มต้นที่ช่องละ 380 ล้านบาท เปิดประมูล 7 ช่อง ช่องข่าวสาระ เริ่มต้นที่ช่องละ 220 ล้านบาท เปิดประมูล 7 ช่อง ช่องรายการเด็กและเยาวชนเริ่มต้นช่องละ 140 ล้านบาท "คม ชัด ลึก" จัดเสวนา ตอน ประมูล...ฟรีทีวีดิจิตอล?

             พ.อ.ดร.นที ศุกลรัตน์ รองประธาน กสทช. กล่าวว่า ตัวเลขราคาประมูลดังกล่าวเป็นตัวเลขเต็มที่ปัดขึ้นหลังจากจุฬาฯ เสนอมา ซึ่งถือเป็นตัวเลขที่เหมาะสมผ่านการถกเถียงในที่ประชุมใหญ่ ส่วนข้อครหาที่หลายฝ่ายบอกว่า กสทช.ไม่ฟังความคิดเห็นจากหน่วยงานใดนั้น  ยืนยันว่า กสทช.รับฟังความคิดเห็นทางสาธารณะทุกครั้งก่อนที่จะเสนอที่ประชุมใหญ่ ทั้งนี้ อยากเรียนให้ทราบว่า การประเมินคลื่นทางอากาศก็เหมือนกับการขายที่ดินทั่วไป การขายที่ดินเราก็ต้องมีราคาประเมินอยู่ในใจก่อน ซึ่งก็ไม่แตกต่างกับการตั้งราคากลางของทีวีดิจิตอล เพราะกสทช.เห็นชอบกับหน่วยงานที่ได้รับมอบหมายประเมินออกมา จึงได้ข้อสรุปออกมาเช่นนี้ 

             รศ.ดร.ไพฑูรย์ ไกรพรศักดิ์ หัวหน้าคณะประเมินมูลค่าทีวีดีจิตอลประเภทธุรกิจ คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า วิธีการประเมินมูลค่าของคลื่นโทรทัศน์ต้องตีเป็นหน่วยของแต่ละช่อง โดยจะดูจากโครงสร้างของรายการ ส่วนที่ถามว่า ทำไมตัวเลขถึงแตกต่างกันมากในแต่ละรายการ ขอชี้แจงว่า วิธีการประเมินคลื่นทางอากาศให้เป็นตัวเลขนั้น เราตีจากแผนธุรกิจของแต่ละช่อง โดยเอาแผนธุรกิจมาคำนวณเป็นตัวเลข ส่วนอีกวิธีคือตีแบบภาพจำลอง โดยสร้างแบบแผนจำลอง จากนั้นจึงเอาข้อมูลที่มีอยู่จริงจากประเทศสหรัฐอเมริกามาประมาณการ และเอาตัวแปรและปัจจัยต่างๆ ที่อยู่ในแบบจำลองตีรวมเข้าไป ก่อนจะคิดมาเป็นตัวเลข ซึ่งวิธีที่เราใช้ปฏิบัติในขณะนี้คือตีจากแผนธุรกิจ

             รศ.ดร.พนา ทองมีอาคม กรรมการบริหารกองทุนวิจัยและพัฒนา กสทช. กล่าวว่า เวลาที่เราดูเรื่องราคาต้องดูว่าที่สุดแล้วจะไปกระทบกับสังคมหรือไม่ ส่วนเรื่องการประมูลเป็นไปตามกฎหมายกำหนดไว้ แต่เราต้องดูในเรื่องความเป็นธรรมด้วย ซึ่งโดยภาพรวมของหลักการเราต้องการให้ทีวีดิจิตอลมีคุณภาพ ขณะเดียวกันก็ต้องการให้เกิดการแข่งขันมากขึ้นไม่ใช่หน้าเดิม ยืนยันว่า เงินเยอะไม่ใช่เป้าหมายหลัก แต่ยอมรับว่าการทำงานทุกอย่างย่อมมีปัญหาเกิดขึ้นโดยเฉพาะในเรื่องข้อครหาว่า ช่องนี้มากไป ช่องเด็กน้อยไปหรือไม่