ข่าว

'มาร์ค'ชี้นิรโทษฯฉบับ'เฉลิม'ช่วย'แม้ว'

'มาร์ค'ชี้นิรโทษฯฉบับ'เฉลิม'ช่วย'แม้ว'

16 พ.ค. 2556

'อภิสิทธิ์' ชี้ นิรโทษกรรม ฉบับ 'เฉลิม' ช่วย 'แม้ว' พ้นผิด ได้เงิน 46,000 ล้านบาทคืน มั่นใจแจงศาล รธน.กรณีสภาพ ส.ส.ได้ จี้รัฐบาลปรามแดงชุมนุมภายใต้กฎหมาย

 

                        16 พ.ค. 56  นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ในรายการฟ้าวันใหม่ ทาง Blue Sky Channel เกี่ยวกับการดันร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรม ฉบับร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกฯเข้าพิจารณาในสมัยประชุมวิสามัญว่า ไม่ทราบ แต่ก็ไม่แน่ใจว่า รัฐบาลได้เสนอพระราชกฤษฏีกาปิดสมัยประชุมวันที่ 31 พ.ค.ก็หมายความว่าจะมีการพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2557 เพียง 3 วัน ดังนั้นก็ไม่มีเหตุผลอะไรที่ต้องมายื่นก่อนเปิดประชุมสมัยวิสามัญ อย่างไรก็ตามตนเห็นว่า เรื่องนี้มีเป้าหมายคือ พาพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯกลับบ้าน ดังนั้นกฎหมายฉบับนี้จึงไม่ใช่กฎหมายปรองดอง แต่เป็นกฎหมายที่ทำให้พ.ต.ท.ทักษิณพ้นผิดทุกคดี และที่ร.ต.อ.เฉลิม อ้างว่า กฎหมายฉบับนี้ พ.ต.ท.ทักษิณจะไม่ได้เงิน 46,000 ล้านบาทคืน ก็น่าจะมีปัญหาเพราะในร่างกฏหมายฉบับนี้มีการพูดถึงความเป็นโมฆะของการกระทำของคณะกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ (คตส. ) ซึ่งตนเชื่อว่า เมื่อกฎหมายผ่าน พ.ต.ท.ทักษิณ จะยืนขอคืนเงิน ขณะเดียวกันก็จะให้นายกฯ เซ็นรับรองในฐานะเป็นกฎหมายการเงินด้วย ดังนั้นต่อไปนี้นายกฯ จะประกาศว่า ไม่เกี่ยวไม่ข้อง ไม่ได้แล้วนะครับ เพราะว่านายกรัฐมนตรีจะต้องเป็นคนลงนาม

                        นายอภิสิทธิ์ กล่าวอีกว่า การที่ ร.ต.อ.เฉลิม ยื่นร่างพรบ. ฉบับสุดซอยเข้าไปในช่วงนี้นั้น ก็เพื่อจะให้เข้าไปรวมกับร่างฯ นิรโทษกรรมที่รอจ่อเข้าวาระในการเปิดสมัยประชุมหน้า ซึ่งก็น่าจะเป็นปัญหา เพราะมีร่างของนายวรชัย เหมะ ส.ส.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทยและอีก 4 ฉบับที่จ่อการพิจารณาอยู่ ซึ่งเป็นไปได้ที่จะนำมาพิจารณารวมกัน ทั้งนี้พรรคยืนยันว่า จะคัดค้านกฎหมายเหล่านี้ ส่วนกฏหมายจะผ่านช้าหรือเร็วก็อยู่ที่กระบวนการของสภา แต่ก็เป็นไปได้ที่จะเสนอให้มีการพิจารณา 3 วาระรวด อย่างก็ตามคงต้องผ่านอีกหลายขั้นตอน เพราะ ร.ต.อ.เฉลิมก็ยอมรับเองว่า เป็นกฎหมายการเงิน ดังนั้นนายกฯต้อลงนามรับรอง จากนั้นจึงบรรจุเข้าสู่ระเบียบวาระ หากจะเสนอให้เลื่อนมาพิจารณาเป็นฉบับแรกก็ต้องขอยกเว้นข้อบังคับการประชุม สภาผู้แทนราษฎร ซึ่งต้องอาศัยเสียง 2 ใน 3

                        เมื่อถามว่า รัฐบาลบอกว่า การออก พ.ร.บ. นิรโทษกรรม หรือ พ.ร.บ. การปรองดอง จะทำให้เกิดความปรองดองได้จริง นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ไม่ใช่เรื่องการปรองดอง เป็นเรื่องการล้างผิด แก้ปัญหาให้คนที่มีคดี ถึงแม้จะมาอ้างว่า แม้กระทั่งตนเองจะต้องโดนดำเนินคดีโดย ดีเอสไอ หรือใครก็ตาม แต่ตนยืนยันว่า แต่ละคนควรที่จะไปต่อสู้คดีความตามกระบวนการยุติธรรม แล้วก็กระบวนการยุติธรรมชี้ออกมาอย่างไร ก็ควรจะยอมรับ แต่ถ้าหากว่า เราทำกันวิธีแบบนี้ ผมคิดว่าเรากำลังทำลายหลักการสำคัญหลาย ไม่คิดว่าอย่างนี้จะนำไปสู่สังคมที่มีความสมัครสมานสามัคคีปรองดองแต่อย่างใดเลย

                        "จุดยืนของพรรคประชาธิปัตย์เหมือนเดิมว่า การทำตรงนี้ทั้งหมดเป็นการแสดงถึงความต้องการของรัฐบาลชุดนี้ที่จะใช้อำนาจของตัวเอง มาล้างความผิดของพรรคพวก โดยมีเป้าหมายสำคัญที่สุดก็ยังย้อนกลับไปอยู่ที่ว่า ให้พ.ต.ท.ทักษิณพ้นผิด และคืนเงิน 46,000 ล้านบาท ซึ่งเราเห็นว่ามันไม่ได้เป็นเรื่องของประโยชน์ของประชาชนแต่ประการใดเลย แล้วก็ถ้าเกิดเราจะทำในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการปรองดองนั้น มันมีขั้นตอนมีอะไรหลายอย่างซึ่งควรจะดำเนินการ แต่กลับไม่ได้รับความสนใจ แต่กลับมาอยู่ที่ตรงนี้เท่านั้นเองในเรื่องของการที่จะทำยังไงห้พ.ต.ท.ทักษิณพ้นผิด "

                        เมื่อถามว่า จะหยุดร่างกฎหมายล้างผิด เพราะรัฐบาลคงใช้เสียงข้างมากให้ผ่านความเห็นชอบจากสภา นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ต้องพยายามที่จะระดมกำลังต่างๆ ในสังคมให้สะท้อนออกมาให้เห็นว่าเราไม่ยอมรับกระบวนการนี้ และโดยส่วนตัวยังมีความเห็นว่ากฎหมายที่กำลังทำกันอยู่นี้น่าจะขัดต่อรัฐธรรมนูญด้วย เพราะฉะนั้นก็คงมีช่องทางในการที่จะต่อสู้ ยับยั้ง ไม่ให้กฎหมายที่สร้างความเสียหายอย่างนี้ออกมาได้

 

มั่นใจแจงศาล รธน.กรณีสภาพ ส.ส.ได้

 

                        นายอภิสิทธิ์ กล่าวถึงกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญรับคำร้องวินิจฉัยสภาพสมาชิกภาพความเป็น ส.ส.นั้น ว่า ตนจะชี้แจงตามกระบวนการของศาลแต่คดีนี้จะไปเกี่ยวพันกับหลายศาล เพราะหลังจากที่รมว.กลาโหมมีคำสั่งออกมาตนก็ได้ไปร้องต่อศาลปกครอง ซึ่งศาลก็รับเรื่อง แต่รมว.กลาโหมก็ไปโต้แย้งทำให้เรื่องต้องส่งไปที่ศาลแพ่ง เพื่อพิจารณาว่าศาลปกครองหรือไม่

                        นอกจากนั้นตนก็ได้ดำเนินการทางอาญาด้วยเรื่องก็ยังค้างอยู่ที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับศาลรัฐธรรมนูญว่าจะมีแนววินิจฉัยว่าจะปฏิบัติอย่างไร แต่ในที่สุดข้อยุติก็ต้องเป็นไปในทางเดียวกันทั้งหมด อย่างไรก็ตามตนมั่นใจทั้งในข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายในเรื่องนี้

 

จี้รัฐบาลปรามแดงชุมนุมภายใต้กฎหมาย

 

                        นายอภิสิทธิ์ กล่าวถึงกรณีที่คนเสื้อแดงจะจัดงานรำลึกในวันที่ 19 พ.ค.นี้ว่า การจัดกิจกรรมทางการเมืองสามารถทำได้ แต่ต้องอยู่ภายใต้กรอบของกฎหมาย ซึ่งตนก็ย้ำอีกครั้งว่ายุคนี้คนที่ออกมาเคลื่อนไหวคือกลุ่มที่รัฐบาลสนับสนุน หากรัฐบาลอยากเห็นความสงบเรียบร้อยในบ้านเมืองก็ควรพยายามสื่อสารกับผู้ที่ตนเองสนับสนุนว่า อย่าตอกย้ำประเด็นที่ความแตกแยกความขัดแย้งในบ้านเมืองได้หรือไม่ เพราะขณะนี้ดูเหมือนรัฐบาลต้องการให้เกิดการเผชิญหน้ากับตุลาการ และพยายามอ้างเอาความเป็นฝ่ายที่มาจากการเลือกตั้งไปรุกคืบดึงอำนาจของฝ่ายตุลาการมา  

                        ส่วนที่จะมีการเปิดคลิปวีดิโอที่ตนสั่งนั้น ยืนยันว่าไม่มีเพราะไม่มีการสั่งสลายการชุมนุมอยู่แล้ว และรอบที่แล้วที่นำคลิปเสียงมาก็พิสูจน์แล้วว่าเป็นการตัดต่อเสียง ซึ่งหากมีการนำเสนอข้อมูลที่เป็นเท็จก็จะเป็นปัญหาอีก ทั้งนี้สิ่งที่ควรทำต่อไปคือแสวงหาข้อเท็จจริงให้ครบถ้วน ซึ่งทุกฝ่ายต้องรับผิดชอบทางกฎหมายต่อการกระทำของตัวเอง ดังนั้นวันนี้คนที่จะถูกดำเนินคดีทั้งข้อหาก่อการร้าย เผาสถานที่ราชการก็ต้องเดินหน้าต่อ ซึ่งตนที่ถูกกล่าวหาก็พร้อมเดินเข้าสู่กระบวนยุติธรรม แต่ฝ่ายรัฐบาลกลับพยายามเรียกร้องให้มีการนิรโทษกรรม