ข่าว

'อภิสิทธิ์'ควง'อลงกรณ์'ลบภาพร้าว

'อภิสิทธิ์'ควง'อลงกรณ์'ลบภาพร้าว

16 พ.ค. 2556

'อภิสิทธิ์'ควง'อลงกรณ์'แถลงปฏิรูปพรรค ลบภาพขัดแย้ง ด้าน'อลงกรณ์' 'ปัดขัดแย้ง ย้ำทุกคนในพรรคเห็นตรงกันปฏิรูปพรรค

                 16 พ.ค.56 นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ นายอลงกรณ์ พลบุตร รองหัวหน้าพรรค และนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน เลขาธิการพรรค พร้อมด้วย กรรมการบริหารพรรค ประกอบด้วยนายชำนิ ศักดิเศรษฐ รองหัวหน้าพรรค นายนราพัฒน์ แก้วทอง นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต นางสาวผ่องศรี ธาราภูมิ กรรมการบริหารพรรค ร่วมกันแถลงผลการประชุมกรรมการบริหารพรรคในวันที่ 13 พ.ค.ที่ผ่านมา

                นายอภิสิทธิ์ ชี้แจงว่า ที่ต้องมีการเลื่อนการแถลงข่าวจากวันที่ 14 พ.ค.ที่ผ่านมานั้น เป็นเพราะนายอลงกรณ์ ติดภารกิจในวันดังกล่าว ทั้งนี้ในที่ประชุมกรรมการบริหารพรรค ตนได้กำหนดวาระการประชุมเป็นเฉพาะเกี่ยวกับแนวทางการบริหารพรรค ซึ่งกรรมการบริหารพรรคได้หารือต่อเนื่องมาหลายครั้ง โดยมีเป้าหมายในการพัฒนาพรรคในฐานะเป็นสถาบันการเมืองอย่างต่อเนื่อง และตระหนักในภาระหน้าที่ของฝ่ายค้าน อีกทั้งเพื่อเป็นทางเลือกสำหรับการเป็นรัฐบาลต่อไปในอนาคตด้วย เพราะปัจจุบันสถานการณ์การเมืองมีความขัดแย้งที่พรรคยังต้องตรวจสอบเข้มข้น และยังวิเคราะห์เพิ่มเติมว่าสถานการณ์ปัจจุบันมีความเป็นไปได้ว่า การเลือกตั้งอาจมีภายในปีนี้ จึงต้องเตรียมความพร้อมทั้งในสถานการณ์ปัจจุบันและการเลือกตั้ง โดยมีเป้าหมายว่า เราต้องการชัยชนะ ซึ่งเป็นโจทย์ของกรรมการบริหารพรรค ดังนั้นต้องมีการปรับปรุง เปลี่ยนแปลง ปฏิรูปอย่างเป็นระบบ

                นายอภิสิทธิ์ กล่าวต่อว่า กรอบความคิดที่มีการเสนอมานั้นพรรคเห็นพ้องต้องกันว่า ต้องปรับปรุงการดำเนินการในลักษณะที่เป็นองค์รวม เชื่อมโยงกันทั้งเรื่องโครงสร้างพรรค ที่มีความจำเป็นต้องปรับให้เกิดประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ทั้งระบบการบริหารพรรคที่ต้องเสริมความเข้มแข็งพรรคได้ เปิดกว้างให้มีบุคคลที่เป็นมืออาชีพเข้ามาช่วยงานได้ รวมถึงวิธีการทำงานของบุคลากรและกลไกของพรรค อีกทั้งการเสนอเปลี่ยนแปลงปรับปรุงพรรคยังมีความเห็นหลากหลาย เช่น เรื่องโครงสร้าง แต่ทั้งหมดให้ยึดประสิทธิภาพเป็นหลัก เน้นความยืดหยุ่น เปิดกว้าง กระชับ คล่องตัว จึงได้มีการตั้งคณะทำงานพิจารณา แนวทางการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงภายใน 30 วัน ก่อนเสนอให้กรรมการบริหารพรรคเพื่อเป็นต้นแบบ เชื่อว่าการเปลี่ยนแปลงจะกระทบถึงการแก้ไขข้อบังคับพรรค ที่ต้องผ่านการประชุมใหญ่ของพรรค ดังนั้นเมื่อผ่านกรรมการบริหารพรรคแล้วต้องเสนอต่อที่ประชุม สส.หากจำเป็นก็ต้องเสนอที่ประชุมใหญ่ จะทำให้เสร็จภายใน 3 เดือน

                นายอภิสิทธิ์ กล่าวต่ออีกว่า แม้จะมีความเห็นหลากหลายแต่บรรยากาศของกรรมการบริหารพรรคเป็นไปในทิศทางเดียวกัน จากนี้ไปกระบวนการนี้จะเดินหน้าจึงอยากให้สื่อมวลชนเข้าใจถึงมติและทิศทางในการดำเนินการ และขอว่าในระหว่างการทำงานช่วงนี้ไม่อยากให้เกิดความสับสน ไขว้เขว ให้ทุกฝ่ายรอข้อยุติที่จะใน 30 วันข้างหน้า มั่นใจว่าทุกข้อเสนอที่เข้ามามีเป้าหมายเดียวกัน คือผลักดันอุดมการณ์พรรค 10 ข้อให้บ้านเมืองเดินไปข้างหน้าอย่างเข้มแข็ง ไม่มีอะไรกระทบภารกิจตรวจสอบรัฐบาลที่จะทำอย่างเข้มข้น พร้อม ๆ กับการเสนอตัวเป็นทางเลือกในการบริหารประเทศในอนาคตด้วย ทั้งนี้ตนไม่ขอไม่เปิดเผยตัวคณะทำงานที่จะพิจารณาแนวทางปฏิรูปพรรค เพราะเป็นเรื่องภายใน และไม่อยากให้เพิ่มความสับสน เนื่องจากเป้าหมายไม่ได้อยู่ที่คิดจะทำอะไรแต่อยู่ที่เราจะทำอะไร เพื่อให้ได้ข้อยุติเป็นรูปธรรมออกมา

                “ การปฏิรูปไม่ได้ทำเพื่อพรรคแต่ปฏิรูปเพื่อให้พรรคเป็นกลไกที่เข้มแข็งสำหรับสังคมและบ้านเมือง โดยไม่ได้ต้องยึดร่างพิมพ์เขียวของนายอลงกรณ์เป็นหลัก เพียงแต่นายอลงกรณ์เห็นว่า การเริ่มต้นทำต้องมีจุดตั้งต้น แต่ในการพิจารณาในกรรมการเห็นตรงกันว่ามีความเห็นหลากหลาย พรรคจะเปิดกว้าง รับฟังทุกข้อเสนอ พิมพ์เขียวของนายอลงกรณ์จึงไม่ใช่ข้อยุติ “นายอภิสิทธิ์ กล่าว

                นายอภิสิทธิ์ กล่าวต่อไปว่า การเปลี่ยนแปลงต้องครอบคลุมเรื่องโครงสร้าง การบริหาร วิธีการทำงานของกลไก บุคลากรของพรรค ต้องทำแบบองค์รวม ส่วนข้อเสนอปลีกย่อย เช่น โครงสร้างเป็นอย่างไรถือเป็นรายละเอียด งานนี้เป็นงานของพรรคไม่ใช่งานของบุคคลในองค์กรอยู่แล้ว อยากให้เป้าหมายคือความสำเร็จของงานอะไรเป็นอุปสรรคต้องระมัดระวังเพราะอาจเกิดความสับสนได้ ดังนั้นต่อจากนี้ไปทุกคนจะต้องระมัดระวัง เพราะไม่อยากเห็นปัญหาเพิ่มขึ้น ตนมั่นใจว่าทุกคนที่ต้องการเห็นพรรคเดินไปข้างหน้าทราบดีว่างานใหญ่คืออะไร และไม่เสียสมาธิในการทำงานหลักที่ต้องตรวจสอบรัฐบาลไปพร้อมๆกับการปฏิรูปพรรค โดยโจทย์ของพรรคที่ต้องหาคำตอบมีความซับซ้อน เนื่องจากการเมืองไทยยังไม่เป็นการเมืองที่เป็นมาตรฐานสากลจริง ๆ มีข้อจำกัดหลายเรื่อง โดยเฉพาะการเปิดพื้นที่สื่อหลัก ทั้งนี้ยืนยันว่า พรรคไม่ได้หยุดอยู่กับที่ เพราะหากเป็นเช่นนั้นเราคงไม่มีคะแนนเสียงเพิ่มเป็น 11-12 ล้าน จาก 7 ล้าน ทุกอย่างมีวิวัฒนาการ จึงต้องมองไปในอนาคตโดยเก็บเกี่ยวบทเรียนในอดีตมาชี้อนาคตว่าควรเป็นอย่างไร

                ด้านนายอลงกรณ์ กล่าวว่า อาจมีการตีความคำสัมภาษณ์ของตนผิดไปว่าต้องยึดพิมพ์เขียวของตัวเอง ทั้งนี้ต้องขอบคุณหัวหน้าและกรรมการบริหารพรรคที่เดินหน้าปฏิรูปพรรค ส่วนที่เสนอพิมพ์เขียวไปนั้นก็เป็นเพียงหนึ่งความคิด เพราะยังมีของนายอภิรักษ์ โกษะโยธิน รองหัวหน้าพรรค และคุณหญิงกัลยา โสภณพนิช ประธาน ส.ส.พรรค ที่ได้รับมอบหมายจากหัวหน้าพรรคด้วย จึงไม่คิดว่าข้อเสนอของตัวเองดีที่สุดหรือเป็นหนึ่งเดียว ซึ่งกระบวนการต่อจากนี้ไปควรเป็นกระบวนการภายใน มีคณะทำงานประมวลรวบรวมให้โอกาสเปิดกว้าง ทำภายใน 30 วันเสนอกรรมการบริหารพรรคไม่ต้องเอาร่างของตนเป็นหลัก ทั้งนี้จากนี้ไปก็คงจะมีการทวิตเตอร์เกี่ยวกับการปฏิรูปพรรคเท่าที่จำเป็น โดยยืนยันว่าเป็นคนรักษาวินัยพรรค ไม่ว่ากรรมการบริหารพรรคมีมติอย่างไร ก็จะให้ความเคารพและรักษาวินัยพรรค

                 นายอลงกรณ์ กล่าวต่อว่า ยืนยันไม่มีความขัดแย้งภายในพรรค เพราะทุกคนเห็นตรงกันว่าพรรคต้องมีการเปลี่ยนแปลง แต่ในรายละเอียดนั้นต้องมีความคิดเห็นที่แตกต่างกันบ้าง ซึ่งหลังจากที่ตนได้เสนอแนวทางปฏิรูปแล้ว จะเปิดโอกาสให้สมาชิกทุกคนมีส่วนร่วมในการแปรญัตติ โดยจะใช้เวลา 15 วัน ก่อนนำร่างให้กรรมการบริหารพรรคพิจารณาอีกครั้ง เพื่อให้การเดินหน้าปฏิรูปพรรคมีเอกภาพ ทั้งนี้ ส่วนตัวอยากให้ที่ประชุมใหญ่ของพรรค ที่มีตัวแทนสมาชิกทั่วประเทศเข้ามามีส่วนร่วมในการปฏิรูปพรรคในครั้งนี้ แต่ยืนยันว่าไม่จำเป็นต้องยึดร่างของตนเพียงร่างเดียว

                 "ส่วนกรณีที่มีสื่อรายงานว่า แหล่งข่าวอาวุโสในพรรคกล่าวหาว่า ข้อเสนอการปฏิรูปพรรคของตนเน้นประชานิยมและขัดแย้งต่ออุดมการณ์ของพรรคนั้น ไม่เป็นความจริง และไม่อยากให้คนในพรรคออกมาบิดเบือน หรือทำลายความน่าเชื่อถือของแนวทางปฏิรูปที่ตนเองนำเสนอ เพราะแนวทางปฏิรูปนี้เป็นไปตามอุดมการณ์ของพรรคที่ยึดมั่นในระบอบประชาธิปไตย และไม่มีการเสนอโยบายประชานิยมใด ๆ โดยในวันนี้ตนจะเข้าพบ นายชวน หลีกภัย ประธานสภาที่ปรึกษาพรรค เพื่ออธิบายข้อเท็จจริงและมอบพิมพ์เขียวปฏิรูปพรรค นอกจากนี้ เชื่อว่าแหล่งข่าวในพรรคที่นำชื่อนายชวนมาอ้าง เพราะรู้ดีว่านายชวนเป็นที่เคารพของทุกคน แต่การกระทำดังกล่าวถือเป็นการทำลายภาพลักษณ์ของพรรค" นายอลงกรณ์ กล่าว