ข่าว

'มาร์ค'ยันDSIไร้อำนาจฟันปมสลายแเดง

'มาร์ค'ยันDSIไร้อำนาจฟันปมสลายแเดง

15 พ.ค. 2556

'มาร์ค'ยัน 'ดีเอสไอ'ไม่มีอำนาจดำเนินคดีสลายเสื้อแเดง เหน็บ'แม้ว'ควรสอน'เสื้อแดง'ให้เคารพกติกาด้วย พร้อมโบ้ย'อลงกรณ์'ชิ่งแจงปฏิรูปพรรค

                15 พ.ค.56 นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ในรายการฟ้าวันใหม่ ทางสถานีโทรทัศน์สกาย ชาแนล ถึงการไปกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือดีเอสไอ ว่า ทุกอย่างเรียบร้อย ตนและนายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตรองนายกฯให้การปฏิเสธในข้อหาร่วมกันก่อให้มีการฆ่าคนอื่นโดยเจตนาเล็งเห็นผล แล้วก็พยายามฆ่ากรณีที่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ ทั้งกรณี นายพัน คำกอง และด.ช.คุณากร และที่น่าแปลกใจคือ ดีเอสไอให้เวลาตนและนายสุเทพจัดทำคำให้การเป็นลายลักษณ์อักษรภายใน 30 วัน แต่ขณะเดียวกันก็มีการส่งข้อความสั้นมาบอกว่า ดีเอสไอจะส่งเรื่องให้อัยการได้ใน 30 วัน หากเป็นเช่นนี้พวกตนทำคำให้การไปก็คงเท่านั้น เพราะดีเอสไอได้ไปคงไม่ได้อ่าน อย่างไรก็ตามตนยืนยันว่า ดีเอสไอไม่มีอำนาจในการดำเนินคดี แต่กลับจงใจ เพราะอำนาจนี้เป็นหน้าที่ของคณะกรรมการป้องกันและปราปรามทุจริตแห่งชาติ (ปปช.) ซึ่งดีเอสไอทำผิดกฎหมาย เมื่อเปรียบเทียบกับกรณีของ นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกฯ ทาง ปปช.ก็ดำเนินการสอบสวนและชี้มูลความผิดเอง ทั้งนี้ตนให้ฝ่ายกฎหมายไปดูอีกครั้งว่า ในกรณีนี้จะดำเนินการอย่างไร เพราะคดีแรกตนก็ได้ฟ้องร้องไปแล้ว

                “ ผมยืนยันว่า ไม่มีพฤติกรรมอะไรเลยของผม หรือนายสุเทพ ที่ถูกบรรยายอยู่ในการแจ้งข้อหาที่เป็นการกระทำของบุคคลในฐานะบุคคลคนหนึ่ง เพราะไปการออกคำสั่งหรือประกาศภาวะฉุกเฉินนั้น ยืนยันเป็นการปฏิบัติหน้าที่ในฐานะนายกรัฐมนตรี และรองนายกรัฐมนตรีที่มีกฎหมายที่รองรับทุกประการ “นายอภิสิทธิ์ กล่าว

               
 

 

เหน็บ"แม้ว"หลังโพสต์เฟซบุ๊กสอนเคารพกติกา แนะควรสอน"เสื้อแดง"ให้เคารพกติกาด้วย

 

                นายอภิสิทธิ์ กล่าวถึงกรณีที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว เปรียบเทียบการเมืองกับกติกาฟุตบอลว่า การเขียนลักษณะนี้คงเกาะกระแสแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ซึ่งคิดว่าพยายามสร้างกระแสให้เกิดความไขว้เขวว่า แพ้ชนะแล้วมีเรื่องเลือกตั้ง ที่พวกตนยืนยันแล้วว่าแพ้เลือกตั้ง ก็ให้คนชนะไปทำงานตามกติกา แต่ก็แปลกใจถ้าพูดว่า รู้จักแพ้ชนะต้องทุกเวที ตนเห็นวันที่ฝ่ายประชาธิปัตย์ชนะเสียงในสภา ก็ไม่เห็น พ.ต.ท.ทักษิณ ยอมรับ และมีการปั่นป่วนวุ่นวายจนคนเสียชีวิต เกิดการเผาบ้านเผาเมือง อีกทั้งศาลตัดสินว่าแพ้ก็โวยว่าศาลไม่เป็นธรรม ศาลตัดสินว่าชนะก็ไม่ว่าอะไร ทั้งที่ศาลก็ถูกกล่าวหาว่าไม่เป็นกลาง อย่างส่วนการใช้คำว่า ถ้าประเทศไทยเคารพกติกาก็เจริญนั้น ตนเห็นด้วยแต่ขอเรียกร้องให้ พ.ต.ท.ทักษิณ กับคนเสื้อแดง เคารพกติกาบ้านเมืองด้วย เพราะพวกตนเคารพกติกาอยู่แล้ว อย่างไรก็ตาม มองว่าเรื่องดังกล่าว พ.ต.ท.ทักษิณ คงไม่มีเจตนาที่จะปรามคนเสื้อแดง

               

 


หนุน"พท."ถอยชงแก้รธน.-เงินกู้ เข้าสภาฯ

               
               นายอภิสิทธิ์ กล่าวถึงกรณีที่พรรคเพื่อไทย มีมติพรรคยังไม่นำเรื่องแก้รัฐธรรมนูญ และเรื่องเงินกู้ 2 ล้านล้านบาท เข้าสู่การประชุมรัฐสภาสมัยวิสามัญ ว่า ตนเห็นด้วย เพราะจากการติดตามการทำงานของคณะกรรมาธิการทุกคณะ โดยเฉพาะคณะกรรมาธิการ 2 ล้านล้านบาท ยังมีรายละเอียดที่ต้องพิจารณากลั่นกรองอีกจำนวนมาก แต่หากจะนำเข้าสู่ที่ประชุมรัฐสภา สมัยวิสามัญนี้ก็ต้องเร่งรัดการประชุมค่อนข้างมาก ส่วนการพิจารณาแก้ไขรัฐธรรมนูญของคณะกรรมาธิการ 3 คณะ ก็ก้าวหน้าไม่เหมือนกัน ทั้งนี้ ตนเห็นด้วยที่ไม่ควรสร้างความขัดแย้งในสังคม ทั้งนี้การที่พรรคเพื่อไทยระบุว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญ และร่างกฎหมายกู้ 2 ล้านล้านบาท มีสมาชิกแปรญัตติจำนวนมาก เป็นข้อกล่าวหาฝ่ายค้านหรือไม่นั้น นายอภิสิทธิ์ ตอบว่า หากพูดเช่นนี้จะกลายเป็นฝ่ายค้านเป็นตัวปัญหา ซึ่งมองว่าเขากำลังทำตามสิ่งที่เป็นเรื่องปกติที่พึงจะกระทำ เพราะถ้ามีคนแปรญัตติมากก็ต้องฟัง เพราะฉะนั้นหวังว่าจะเป็นอย่างที่พูด

 

 

               
โบ้ย"อลงกรณ์"ชิ่งแจงปฏิรูปพรรค ย้ำทุกคนในพรรคต้องมีส่วนร่วม

 

                นายอภิสิทธิ์ กล่าวถึงกรณีที่เลื่อนการแถลงข่าวเรื่องปฏิรูปพรรคประชาธิปัตย์เมื่อวันที่ 14 พ.ค.ที่ผ่านมาว่า ตนเดินทางไปเพื่อแถลงข่าวแล้ว แต่ปรากฏว่านายอลงกรณ์ พลบุตร รองหัวหน้าพรรค ภาคกลาง มีภารกิจด่วนที่ จ.เพชรบุรี ซึ่งอยากให้ทุกคนมาร่วมกันแถลง ต่อไปนี้การปฏิรูปถ้าเป็นงานสำคัญทุกคนต้องมาพูดด้วยกันเคลื่อนให้เป็นเอกภาพก็จะเกิดพลัง แต่เมื่อนายอลงกรณ์ติดภารกิจด่วนก็ให้เลื่อนแถลงไปก่อน แต่งานก็เดินต่อไปเนื่องจากโจทย์ที่ได้จากการประชุมต้องทำงานเพิ่มเติมในการทำรายละเอียดการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงหรือพัฒนาพรรค ทั้งนี้เรื่องดังกล่าวจะเกี่ยวข้องโครงสร้างการบริหารพรรค การบริหารจัดการสำนักงาน บทบาทหน้าที่แต่ละฝ่าย โดยขับเคลื่อนให้เกิดประสิทธิภาพมากขึ้นในการทำงาน ซึ่งมีกรอบเวลา 1 เดือน ก็ต้องทำมาให้เสร็จเรียบร้อย และถ้าจำเป็นก็ต้องแก้ไขข้อบังคับและเรียกประชุมใหญ่พรรค อย่างไรก็ตามเป้าหมายการปฏิรูปพรรคครั้งนี้ คือชัยชนะของอุดมการณ์พรรค โดยต้องเป็นการเดินหน้าที่รักษาอุดมการณ์ และมุ่งสู่ชัยชนะการเลือกตั้ง ทำงานให้กับประเทศ