
ชิงไลเซนส์'ทีวีดิจิตอล'ส.ค.-ก.ย.นี้
บอร์ด 'กสท.' ไฟเขียวร่างหลักเกณฑ์ประมูลคลื่นทีวีดิจิตอล 24 ช่องธุรกิจ วางกรอบหลัก 3 หัวข้อ ส่งต่อ กสทช. 22 พ.ค.นี้ คาดประมูลภายใน ส.ค.-ก.ย.
พันเอกนที ศุกลรัตน์ ประธานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ (กสท.) เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการ กสท. เมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม 2556 ได้อนุมัติร่างหลักเกณฑ์การประมูลคลื่นความถี่เพื่อให้บริการโทรทัศน์ในระบบดิจิตอล สำหรับช่องธุรกิจ 24 ช่อง ซึ่งร่างหลักเกณฑ์ดังกล่าวจะถูกนำเข้าสู่ที่ประชุม กสทช. อีกครั้งในวันที่ 22 พฤษภาคมนี้ จากนั้นจะนำเข้าสู่กระบวนการรับฟังความคิดเห็นสาธารณะและประกาศในราชกิจจานุเบกษา ก่อนที่จะดำเนินการตามขั้นตอนประมูลต่อไป คาดว่าจะมีการประมูลทีวีดิจิตอลประเภทช่องธุรกิจภายในเดือนสิงหาคม-กันยายนนี้ โดยยังไม่ได้กำหนดประเภทช่องรายการที่จะเริ่มการประมูล
ทั้งนี้ ได้กำหนดกระบวนการ วิธีการประมูลคลื่นความถี่โทรทัศน์ระบบดิจิตอลหลักๆ ใน 3 หัวข้อ ประกอบด้วย กำหนดเงื่อนไขการรับใบอนุญาต ที่ผู้รับใบอนุญาตจะต้องมีการตรวจสอบเนื้อหารายการที่ออกอากาศที่ชัดเจน, กำหนดให้ผู้รับใบอนุญาตจะต้องมีกลไกรับเรื่องร้องเรียนที่มีประสิทธิภาพ และผู้รับใบอนุญาตต้องจัดบริการสำหรับผู้พิการ ผู้สูงอายุ เช่น ต้องมีบทบรรยายใต้ภาพ หรือมีล่ามภาษามือ เป็นต้น ซึ่งเงื่อนไขดังกล่าวเป็นไปตามที่คณะอนุกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคเสนอ
ส่วนหลักเกณฑ์การประมูลจะกำหนดให้ผู้เข้าร่วมประมูลจะต้องวางเงินเพื่อรับซองเข้าร่วมประมูล จำนวน 1 ล้านบาท ต่อ 1 ช่องสถานี วางเงินประกันซอง 10% ของราคาตั้งต้นในแต่ละประเภทช่องรายการ และผู้เข้าประมูลสามารถเคาะราคาเพิ่มเงินประมูลจากราคาตั้งต้น โดยช่องเด็ก เพิ่มครั้งละ 1 ล้านบาทต่อช่องข่าว เพิ่มครั้งละ 2 ล้านบาทต่อช่องมาตรฐานทั่วไป (วาไรตี้) เพิ่มครั้งละ 5 ล้านบาทและช่องความคมชัดสูง หรือเอชดี เพิ่มครั้งละ 10 ล้านบาท
สำหรับหลักเกณฑ์การจ่ายเงินสำหรับผู้ชนะการประมูล จะถูกแบ่งออกเป็น 2 ก้อน คือการจ่ายเงินตั้งต้นการประมูล จะแบ่งจ่ายเป็น 4 งวด ระยะเวลา 4 ปี โดยงวดแรกต้องจ่ายในอัตรา 50% ของเงินประมูลตั้งต้น งวดที่ 2 จ่าย 30% งวดที่ 3 และ 4 งวดละ 10% ส่วนเงินที่เพิ่มขึ้นจากการแข่งขัน ผู้ชนะจะต้องแบ่งจ่าย 6 งวด ระยะเวลา 6 ปี โดยงวด 2 งวดแรก งวดละ 10% ของเงินส่งเพิ่มจากการแข่งขัน ส่วนปีที่ 3-6 จะจ่ายงวดละ 20% ซึ่งจะมีการแบ่งเงินเข้ากองทุนพัฒนากิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ เพื่อนำไปช่วยเหลือประชาชนในการเปลี่ยนผ่านระบบอนาล็อก สู่ระบบดิจิตอล
นอกจากนี้ คณะกรรมการ กสท.ได้อนุมัติร่างประกาศ กสทช.เรื่องการตรวจสอบและรับรองมาตรฐานของเครื่องวิทยุคมนาคมและอุปกรณ์ในกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ พ.ศ.2546 ซึ่งจะนำไปสู่การอนุญาตจัดหาอุปกรณ์แปลงสัญญาณโทรทัศน์ให้รองรับระบบดิจิตอล หรือ SET TOP BOX ซึ่งจะนำเข้าที่ประชุม กสทช. 22 พฤษภาคมนี้ เพื่อประกาศในราชกิจจานุเบกษาได้ภายในเดือนมิถุนายน และเริ่มต้นกระบวนการอนุญาตนำเข้า SET TOP BOX ได้ ขณะที่การแจกและอุดหนุนอุปกรณ์ SET TOP BOX ให้แก่ประชาชนจะเริ่มในต้นปีหน้า



