ข่าว

จีนจัดให้

จีนจัดให้

15 พ.ค. 2556

จีนจัดให้ : วันเว้นวันจันทร์ พุธ ศุกร์กับ ประภัสสร เสวิกุล


              มีคำถามเล่นๆ ว่า โลกในอนาคตจะเป็นเช่นไร มนุษย์จะอยู่ร่วมกันด้วยสันติสุขหรือก่อสงครามรบราฆ่าฟันกันเป็นผักปลา สภาพแวดล้อมจะได้รับการปรับปรุงให้ดีขึ้นหรือปล่อยปละให้ถูกทำลายจนไม่เหลือดี คุณภาพชีวิตจะเป็นเช่นไร สังคมจะน่าอยู่ขึ้นหรือแย่ลง และสิทธิเสรีภาพจะยังคงอยู่หรือสูญสิ้น

              แน่นอนว่าไม่มีใครที่จะสามารถให้คำตอบที่ถูกต้องได้ เพราะประการแรกคำว่า “อนาคต” นั้นเป็นช่วงระยะเวลาที่ยาวนานเพียงไร อาจจะ 100 ปี 200 ปี หรือ 1,000 ปี ซึ่งแต่ละช่วงตอนก็ย่อมมีความเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นอยู่ตลอดเวลา ซึ่งบางช่วงอาจจะเป็นจุดที่ดีที่สุดของมนุษยชาติ แต่ในทางตรงกันข้าม บางช่วงก็อาจจะเป็นจุดที่เลวร้ายที่สุดได้เช่นกัน

              ถ้าพลิกประวัติศาสตร์โลกดู เราจะพบว่าโลกได้ผ่านเหตุการณ์ทั้งที่วิเศษและวิกฤติมานับครั้งไม่ถ้วน บางครั้งก็ถึงกับทำให้อาณาจักรอันยิ่งใหญ่ต้องล่มสลายลง แต่บางครั้งก็เป็นการก่อกำเนิดศิลปะ วิทยาการและอารยธรรมใหม่ๆ เหมือนกับการล้มและลุกของเด็กที่สอนเดิน แต่ไม่ว่าจะล้มลงกี่ครั้ง เด็กก็ไม่เคยเลิกราที่จะลุกขึ้นมาใหม่ และพยายามก้าวเดินต่อไป

              ก่อนที่จะมีอาณาจักรโรมัน กรีก ก็เคยเป็นอาณาจักรที่รุ่งเรืองมาก่อน ในยุคล่าอาณานิคม สเปนกับโปรตุเกสก็เคยเป็นเจ้าอาณานิคมมาก่อนที่จะถึงยุคของอังกฤษและฝรั่งเศส หลังสงครามโลกครั้งที่สองจึงเป็นยุคทองของสหรัฐ ที่เหมือนจะครอบครองโลกไว้ในมือ ด้วยอำนาจทางเศรษฐกิจ การทหาร เทคโนโลยี และวัฒนธรรม กระทั่งเริ่มอ่อนแรงลง และประเทศที่เคยอยู่นอกสายตาอย่างจีนเขยิบขึ้นมาไล่หลัง

              เมื่อมองดูบทบาทลุงแซมผู้แสนดีของสหรัฐหลังสงครามโลกครั้งที่สอง เราก็คงอดถามตัวเองไม่ได้ว่า แล้วบทบาทของจีนในวันพรุ่งนี้จะเป็นเช่นไร จะยังคงทำตัวเป็นอาแปะที่ใจดีเหมือนเมื่อ 40 ปีก่อนหรือไม่ เชื่อว่าหลายคนคงจะเห็นตรงกันว่าจีนวันนี้ไม่ใช่จีนในวันก่อน เพราะในสมัยนั้น จีนเป็นประเทศที่ถูก
สหรัฐและชาติตะวันตกกีดกันให้อยู่นอกประชาคมโลก เพราะมีลัทธิการปกครองที่แตกต่างกัน จีนจึงจำเป็นต้องพึ่งพาเสียงสนับสนุนจากประเทศในโลกที่สาม และดำเนินนโยบายลด แลก แจก แถมสารพัด

              แต่เวลานี้จีนเป็นประเทศกึ่งทุนนิยมที่มุ่งหวังผลกำไรและผลประโยชน์สูงสุดเป็นสำคัญ และความสำเร็จทางเศรษฐกิจก็ทำให้จีนไม่เป็นรองประเทศใดในโลก ทำให้จีนเริ่มจะไม่เกรงใจใคร โดยเฉพาะประเทศเพื่อนบ้านที่มีผลประโยชน์ทับซ้อนกัน จนอาจจะนำไปสู่ความขัดแย้งได้โดยง่าย

              ก่อนสงครามโลกครั้งที่สอง ญี่ปุ่นมีการขยายตัวด้านอุตสาหกรรม แต่ก็ประสบปัญหาการขาดแคลนทรัพยากรธรรมชาติที่จะใช้เป็นวัตถุดิบในการผลิต รวมทั้งที่ดินเพื่อทำการเกษตร ขณะเดียวกันญี่ปุ่นก็หมดความเกรงใจประเทศเพื่อนบ้าน จนกล้าที่จะรุกรานจีนซึ่งเป็นประเทศที่มีขนาดใหญ่กว่า

              ถ้าถามว่าโลกในอนาคตจะเป็นเช่นไร ย่อมเป็นเรื่องยากที่จะตอบได้ถูกต้อง แต่ถ้าถามว่าเอเชียในอนาคตจะเป็นอย่างไร ก็คงจะต้องจับตาดูจีนให้ดีๆ เพราะมองดูหลายๆ ประเทศรอบบ้านเราเวลานี้ จะเห็นว่าจีนจัดหนักและจัดเต็ม แต่เราจะรู้ตัวกันหรือเปล่าเล่าครับ?