
'เรือ'ไล่'มันชินี'จ่อตั้ง'เปลเยกรินี'คุมแทน
'แมนฯ ซิตี' ประกาศไล่ 'มันโช' โรแบร์โต มันชินี ออกจากเก้าอี้กุนซือใหญ่ของทีม หลังพาทีมชวดทุกแชมป์ในฤดูกาลนี้ พร้อมเตรียมตั้ง 'มานูเอล เปลเยกรินี' ขึ้นคุมแทน
หลังจากที่ "เรือใบสีฟ้า" แมนฯ ซิตี ทีมเจ้าบุญทุ่มของพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ไม่ประสบความสำเร็จในการลงสนามฤดูกาลนี้ โดยเสียแชมป์พรีเมียร์ลีกให้คู่ปรับร่วมเมืองอย่าง "ผีแดง" แมนฯ ยูไนเต็ด ขณะที่เอฟเอ คัพ ก็พลิกล็อกพ่าย วีแกน 0-1 ในรอบชิงชนะเลิศ แถมยังตกรอบแรกศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ทำให้ล่าสุดเมื่อคืนวันที่ 13 พฤษภาคมที่ผ่านมา ได้ประกาศปลด "มันโช" โรแบร์โต มันชินี กุนซือใหญ่ชาวอิตาลี ออกจากตำแหน่งเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
แมนฯ ซิตี ออกแถลงการณ์เรื่องนี้อย่างเป็นทางการมีใจความว่า สโมสรเสียใจที่จะแจ้งให้ทราบว่า โรแบร์โต มันชินี ได้พ้นหน้าที่การเป็นผู้จัดการทีมของสโมสรแล้ว ถือเป็นการตัดสินใจที่ยากลำบากของเจ้าของทีม ประธานและบอร์ดบริหารของสโมสร และทำให้แผนการต่างๆ ในช่วงปิดฤดูกาลคงมีการทบทวนกันใหม่
"เป็นที่ทราบกันว่าปีนี้สโมสรไม่ประสบความสำเร็จตามที่ตั้งเป้าหมายไว้ ยกเว้นการได้ผ่านเข้าไปเล่นฟุตบอลยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ฤดูกาลหน้า และเมื่อรวมกับเหตุผลในการพัฒนาสโมสรด้านอื่นๆ ทำให้มีการตัดสินใจที่จะหาผู้จัดการทีมคนใหม่เกิดขึ้น โดยการเล่นพรีเมียร์ลีกอีกเกม 2 นัดที่เหลือ รวมไปถึงการเตะนัดพิเศษที่สหรัฐ จะให้ ไบรอัน คิดด์ ผู้ช่วยผู้จัดการทีม รับผิดชอบไปก่อน"
ส่วน คัลดูน อัล มูบารัก ประธานทีมเรือใบสีฟ้า กล่าวว่า สถิติของมันชินีบ่งบอกถึงตัวเอง เขาได้รับการยอมรับจากทุกคน รวมถึงแฟนบอลในช่วงเวลา 3 ปีครึ่งที่ผ่านมา เขาได้ทำตามที่ให้สัญญาและนำความสำเร็จนำถ้วยกลับมาสู่ทีมเป็นครั้งแรกในรอบ 35 ปี ซึ่งก็ต้องขอขอบคุณในทุกๆ สิ่งไว้ ณ ที่นี้
สำหรับ โรแบร์โต มันชินี วัย 45 ปี ย้ายจาก "งูใหญ่" อินเตอร์ มิลาน เข้ามาคุมทีมเรือใบสีฟ้า แทน มาร์ค ฮิวจ์ส ที่ถูกปลดจากตำแหน่งเมื่อเดือนธันวาคม 2009 ก่อนใช้เวลาไม่ถึง 2 ปี พาทีมคว้าแชมป์เอฟเอ คัพ ในปี 2011 ซึ่งเป็นการคว้าแชมป์ครั้งแรกของทีมนับตั้งแต่ได้แชมป์ลีกคัพ เมื่อปี 1976 ก่อนจะพาทีมคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกได้สำเร็จเมื่อฤดูกาลก่อน โดยผู้ที่จะเข้ามารับตำแหน่งแทนคาดว่าจะเป็น มานูเอล เปลเยกรินี ของมาลากา ที่ล่าสุดมีรายงานแจ้งว่าได้เปิดการเจรจากันเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ขณะที่มันชินีเองก็มีสิทธิ์ที่จะได้รับงานใหม่ทั้งจากนาโปลี ในอิตาลี และโมนาโก ของฝรั่งเศส
--------------------
(หมายเหตุ : ที่มาภาพ : AFP)



