
สุดทน!เมียแจ้งจับผัวค้ายาบ้าเลี้ยงกิ๊ก
สุดทน! เมียแจ้งตำรวจจับผัวขายยาบ้าเลี้ยงกิ๊ก อีกคดีบุกรวบว่าที่เจ้าบ่าวค้ายาบ้าหาเงินค่าสินสอด
14 พ.ค.56 พ.ต.อ.โกวิท เจริญวัฒนศักดิ์ ผกก.สภ.เมือง จ.อุดรธานี ,พ.ต.ท.เทอดศักดิ์ บุญโชติ รอง ผกก.ป. ,พ.ต.ท.ชลธิชา อักษร สว.สส.ภ.จว.อุดรธานี พร้อมด้วยตำรวจสืบสวนชุด “กุหลาบดง” แถลงข่าวจับกุมผู้ต้องหา “ร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย และครอบครองอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืน” ประกอบด้วย นายทักษ์ชัย หรือตั๊ก ชัยมุงคุณ อายุ 29 ปี อยู่บ้านเลขที่ 57 หมู่ 15 ต.อุ่มจาน อ.กุสุมาลย์ จ.สกลนคร นายไกรสร ภูวิชัย อายุ 19 ปี อยู่บ้านเลขที่ อยู่บ้านเลขที่ 107 หมู่ 12 บ้านหนองบ่อ ต.หมูม่น อ.เมือง จ.อุดรธานี พร้อมของกลางยาบ้า 458 เม็ด อาวุธปืนไทยประดิษฐ์ 1 กระบอก อาวุธปืน .38 รีวอลเวอร์ 1 กระบอก กระสุนขนาด .38 จำนวน 2 นัด อุปกรณ์การเสพ
โดยตำรวจได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่ามีการมั่วสุมเสพและขายยาบ้า ที่บ้านเลขที่ 107 หมู่ 12 บ้านหนองบ่อ ต.หมูม่น จึงนำกำลังออกไปตรวจสอบ พบนายทักษ์ชัย นายไกรสร และนายเต้ย ไม่ทราบชื่อนามสกุลจริง นั่งอยู่บนบ้านไม้ชั้นเดียวยกพื้นสูง เมื่อเห็นตำรวจได้กระโดดลงจากบ้านวิ่งหลบหนี ตำรวจไล่ติดตามจับตัวนายทักษ์ชัย และนายไกรสรเอาไว้ได้ ส่วนนายเต้ยสามารถหลบหนีไปได้ จากการตรวจค้นภายในบ้านพบยาบ้าบรรจุถุงพลาสติกสีฟ้า 2 ถุง 400 เม็ด ยาบ้าบรรจุหลอดกาแฟปิดหัวท้ายจำนวน 58 หลอด อุปกรณ์การเสพ อาวุธปืน 2 กระบอก พร้อมเครื่องกระสุน
สอบสวนนายทักษ์ชัย ให้การรับสารภาพว่า ทำงานเป็นช่างทาสี มีเมียและลูก 1 คน ต่อมาตนได้รู้จักกับนายคำเตียง ซึ่งเป็นเอเย่นต์ยาบ้าชาวลาว ชักชวนให้ตนขายยาบ้าแบบขายก่อนจ่ายทีหลัง โดยตนสั่งซื้อยาบ้ามาขายครั้งละ 10 ถุง หรือ 2,000 เม็ดๆละ 70 บาท นายคำเตียงจะนำยาบ้าส่งให้ตน ด้วยวิธีการนำยาบ้ามาวางไว้ที่หลักกิโลเมตร ในเขต อ.โพนพิสัย จ.หนองคาย แล้วโทรศัพท์บอก ตนและนายไกรสรจะนำยาบ้ามาบรรจุหลอดกาแฟ โดยนายไกรสรมีหน้าที่นำยาบ้าไปขายให้ลูกค้า ซึ่งส่วนมากจะเป็นกลุ่มวัยรุ่นใน ต.หมูม่น ในราคาเม็ดละ 300 บาท
ส่วนอาวุธปืนมีลูกค้านำมาแลกยาบ้า ซึ่งปืน 1 กระบอก แลกยาบ้าได้ 20-40 เม็ด ตามสภาพ นอกจากนี้ยังมีลูกค้านำรถจักรยานยนต์มาแลกยาบ้าด้วย โดยรถจักรยานยนต์ 1 คัน แลกยาบ้าได้ 40 เม็ด โทรศัพท์มือถือ 1 เครื่อง แลกได้ 3-5 เม็ด ตามสภาพและยี่ห้อ และในบางครั้งจะมีวัยรุ่นหญิงหลายคนตามนายไกรสรมามั่วสุมเสพยาถึงในบ้านและยอมร่วมหลับนอนเพื่อแลกกับการได้เสพยาบ้าด้วย เมื่อขายหมดจะโอนเงินไปให้นายคำเตียงแล้วสั่งยาบ้าล๊อตใหม่มาขาย กำไรที่ได้ก็จะนำมาใช้จ่ายและเที่ยวเตร่ ซึ่งตนลักลอบทำมาหลายเดือนแล้ว กระทั่งมาถูกตำรวจจับกุมดังกล่าว
พ.ต.อ.โกวิท ผกก.สภ.เมืองอุดรธานี เปิดเผยว่า หลังจากนายทักษ์ชัย ได้ลักลอบขายยาบ้าจนมีเงินใช้จ่ายจำนวนมากแล้ว ก็จะแอบมีกิ๊ก ซึ่งเป็นหญิงสาววัยรุ่นอายุประมาณ 15-20 ปี ที่มาซื้อยาบ้าเสพ เงินกำไรที่ขายยาบ้าก็จะนำมาเลี้ยงดูหญิงสาววัยรุ่น ทั้งพาเที่ยวเตร่ ซื้อเสื้อผ้า และโทรศัพท์มือถือให้ และมักจะอยู่กับกิ๊ก โดยไม่ยอมกลับบ้านไปหาลูกเมีย ถึงขั้นไม่ยอมส่งเสียเงินให้ลูกเมีย จนทำให้เมียนายทักษ์ชัย ซึ่งมีลูกด้วยกัน 1 คน ทนพฤติกรรมของสามีไม่ได้ แจ้งให้ตำรวจมาจับกุมสามีดังกล่าว
ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ขณะที่ตำรวจกำลังแถลงข่าว มีหญิงสาววัยรุ่นอายุประมาณ 15-20 ปี หลายคน และญาติผู้ต้องหามายืนดู เมื่อผู้สื่อข่าวได้ถามนายทักษ์ชัย ผู้ต้องหาว่า นำเงินที่ได้จากการขายยาบ้าไปทำอะไร แต่นายทักษ์ชัยยังไม่ทันได้ตอบ มีผู้หญิงอายุประมาณ 25-30 ปี ตะโกนออกมาว่า นำไปเลี้ยงดูเมียน้อย และกิ๊ก ที่เลี้ยงไว้หลายคน ซึ่งที่ยืนอยู่แถวนี้เป็นกิ๊กนายทักษ์ชัยทั้งสิ้น โดยนายทักษ์ชัยได้แต่อมยิ้มและยอมรับว่า หญิงคนดังกล่าวเป็นภรรยาจริง แต่หญิงสาวที่ถูกพาดพิงได้แสดงอาการไม่พอใจ และได้ด่ากลับคืนไป จนมีการโต้เถียงกันขึ้น ตำรวจจึงได้เข้าไปห้ามปรามและหยุดการแถลงข่าว นำผู้ต้องหาเข้าห้องควบคุมตัว หญิงสาวทั้งสองฝ่ายจึงได้แยกย้ายกันไป
นครศรีธรรมราช-รวบว่าที่เจ้าบ่าวค้ายาบ้าหาเงินค่าสินสอด
พ.ต.ต.วิชาญ รักพริก หน.ชุดปราบปรามยาเสพติด กก.สส.ภ.นครศรีธรรมราช สืบทราบว่านายพันธยุทธ หรือตั้ม นารีรักษ์ อายุ 29 ปี อยู่ 122/2 ม.16 ต.ร่อนพิบูลย์ อ.ร่อนพิบูลย์ จ.นครศรีธรรมราช มีพฤติการณ์ในการลักลอบค้ายาเสพติดรายใหญ่ในพื้นที่ร่อนพิบูลย์และใกล้เคียง กระทั่งพบว่านายพันธยุทธ กำลังเดินทางไปรับยาเสพติดมาจากกรุงเทพมหานคร เพื่อมาส่งขายในพื้นที่โดยเดินทางด้วยขบวนรถไฟสายกรุงเทพ-นครศรีธรรมราช จะมาถึงร่อนพิบูลย์ในช่วงเที่ยง โดยมีนายวิโชติ หรือโชติ ชูชาติ อายุ 31 ปี อยู่ 79/184 ม.10 ต.ช้างกลาง อ.ช้างกลาง จ.นครศรีธรรมราช ซึ่งมีศักดิ์เป็นน้องเขยจะมารับ จึงเข้าซุ่มจับกุม แต่ปรากฏว่าได้คลาดกับนายพันธยุทธและนายวิโชติ
ต่อมาเจ้าหน้าที่ได้ไปดักรอนายพันธยุทธ ที่หน้าบ้านพบว่านายพันธยุทธได้เดินทางมาถึงพร้อมกับนายวิโชติ เจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวเข้าตรวจค้นพบยาเสพติดชนิดยาบ้าจำนวน 1,556 เม็ด อยู่ในกระเป๋าจึงจับกุมทั้งสองรายก่อนคุมตัวมาทำการสอบสวน
เบื้องต้นนายพันธยุทธ รับสารภาพว่าได้เดินทางไปรับยาบ้ามาจาก กทม.เพื่อมาส่งขายให้กับผู้ค้ารายย่อยเพื่อหาทุนเป็นเงินค้าสินสอด และในการเตรียมงานแต่งงานในวันที่ 16 พ.ค.นี้ แต่ถูกเจ้าหน้าที่จับกุมเสียก่อน โดยบ้านของเจ้าสาวนั้นได้เตรียมงานไว้เรียบร้อยแล้ว ทั้งการจัดเตรียมสถานที่และอาหารการกินต่างๆ
ขณะที่ พ.ต.ต.วิชาญ เปิดเผยว่า มั่นใจว่ายาเสพติดจะต้องมีมากกว่านี้แน่นอน เนื่องจากผู้ต้องหาเดินทางไปรับด้วยตัวเอง และอาจมาส่งระหว่างสถานีรายทางแล้ว จึงเหลือของกลางเพียงแค่นี้ แต่จะเร่งสอบสวนขยายผล และได้ยึดทรัพย์เป็นรถยนต์ และรถจักรยานยนต์ของผู้ต้องหาทั้ง 2 รายมาเป็นของกลางด้วย เนื่องจากสงสัยว่าจะได้มาจากเงินที่กระทำความผิด



