ข่าว

'อปท.'ประกาศแตกหัก'รัฐบาล'

'อปท.'ประกาศแตกหัก'รัฐบาล'

14 พ.ค. 2556

'อปท.' ประกาศแตกหัก 'รัฐบาล' หลังไร้สัญญาณตอบรับจากครม. ปมจัดสรรงบฯเพิ่มร้อยละ30 เผย 28 พ.ค.นี้ ขนม็อบ 1 แสนคนบุกทำเนียบ-รัฐสภา

 

                     14 พ.ค.56 ผู้สื่อข่าวรายงานงานบรรยากาศการเจรจาของกลุ่มผู้ชุมนุมของ 3 สมาคมองค์การบริหารส่วนท้องถิ่น ที่มาเรียกร้องให้รัฐบาลทบทวนการจัดสรรงบประมาณปี 2557 ให้กับท้องถิ่นเป็นร้อยละ 30 ว่า เมื่อเวลา 11.45 น. เจ้าหน้าที่ทำเนียบรัฐบาลมาเชิญตัวแทนแกนนำกลุ่มอปท.เข้าไปเจรจากับนายวราเทพ รัตนากร รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี อีกครั้งที่ตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล โดยเจ้าหน้าที่แจ้งว่านายวราเทพ และนายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ รมว.มหาดไทย เข้าร่วมเจรจาด้วย แต่ปรากฏว่ากลุ่มตัวแทน อปท.ออกอาการไม่อยากให้รมว.มหาดไทยร่วมวงเจรจาด้วย แต่อยากให้นายวราเทพออกมาแจ้งผลการประชุมครม.บริเวณประตู 5 ทำเนียบรัฐบาล ซึ่งกลุ่มผู้ชุมนุมปักหลักและขึ้นเรียกร้องบนรถยนต์ติดเครื่องขยายเสียงแทน

                     จากนั้นตัวแทนกลุ่ม อปท. 9 คน ได้รับการประสานให้เข้ามารอพบนายวราเทพที่ห้องประชุม 301 ตึกบัญชาการ1อีกครั้ง ต่อจากนั้นเวลา 12.30 น. นายวราเทพเดินทางมาที่ตึกบัญชาการ 1 ท่ามกลางสื่อมวลชนที่มารออยู่ชั้นล่างเพื่อทำข่าวผลการเจรจาหลังจากการประชุมครม. จากนั้นเวลา 13.00 น. แกนนำ อปท.ทั้ง 9 คน ลงมาจากตึกบัญชาการ 1 ด้วยสีหน้าที่ไม่พอใจ และต่างพูดตรงกันว่า ครม.ไม่มีการหารือข้อเสนอของพวกตน จากนั้นทุกคนก็รีบเดินออกจากตึกบัญชาการ 1 กลับมายังจุดชุมนุมที่มีรถปราศรัยจอดอยู่บริเวณด้านหน้าประตู 5 ทำเนียบรัฐบาล

                     ผู้สื่อข่าวสอบถามนายบรรจง โฆษิตจีรนันท์ นายกเทศมนตรีเมืองร้อยเอ็ด ในฐานะประธานอนุกรรมการการเงินการคลัง สมาคมสันนิบาตเทศบาลแห่งประเทศไทยว่า ทราบได้อย่างไรว่า ครม.ไม่มีการคุยเรื่องนี้ นายบรรจง กล่าวว่า ไม่ทราบ เพราะไม่มีใครมาบอก และตอนแรกนายวราเทพบอกว่าจะออกไปชี้แจงกับผู้ชุมนุมแต่สุดท้ายก็ไม่ออกไป

                     ขณะเดียวกันนายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ที่มีหน้าที่ดูแลการชุมนุมของประชาชนที่มาร้องเรียนที่ทำเนียบรัฐบาลได้รีบลงมาจากตึกบัญชาการเพื่อมาเชิญแกนนำ อปท.ทุกคนขึ้นไปพบนายวราเทพบนตึกบัญชาการ 1 แต่ปรากฏว่าไม่มีแกนนำคนใดฟังและรีบเดินออกจากทำเนียบรัฐบาลทันที

                     จากนั้นนายพรชัย โควสุรัตน์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดอุบลราชธานี ได้ขึ้นชี้แจงกับผู้ชุมนุมบนรถติดเครื่องขยายเสียงบริเวณประตู 5 ทำเนียบรัฐบาลว่า "ตัวแทนไปเชิญนายวราเทพออกมาพบกับพี่น้อง เพราะเรานำข้อเสนอไปเสนอแล้วตั้งแต่เช้าวันนี้ โดยมีนายวราเทพรับข้อเสนอด้วยและนำเข้าครม.แล้ว และเมื่อเข้าไปเชิญนายวราเทพก็นั่งคุยกันแล้วก็ไม่ออกมาหาพวกเรา โดยเขากำลังท้าทายอำนาจของท้องถิ่นเขาว่าพวกเราไม่มีน้ำยา"

                     จากนั้นนายพรชัยขอให้ผู้ชุมนุมสู้กับรัฐบาล โดยระบุสู้ให้ถึงที่สุด ถือเป็นการแตกหักระหว่างท้องถิ่นกับรัฐบาล เเละจะเพิ่มยกระดับการชุมนุม โดยจะแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ด้วยการเชิญชวน อปท.ทั้ง 7,583 แห่ง ใส่เสื้อสีดำไปทำงานตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป เพื่อแสดงสัญลักษณ์การไม่เห็นด้วยการกับการรวมศูนย์อำนาจด้วยการติดป้ายข้อความทุกหมู่บ้าน เพราะพวกตนต้องการเงินภาษีของประชาชนกลับไปสู่ประชาชน

                     ทั้งนี้จะสวมเสื้อสีดำและนำข้าวสารอาหารแห้งกลับมาอีกครั้ง 1 แสนคน ในวันที่ 28-29 พ.ค. โดยจะค้าง 1 คืน คือจะมาฟังมติครม.ในวันที่ 28 พ.ค. และวันที่ 29 พ.ค. จะไปต้อนรับส.ส.ที่รัฐสภา ที่จะประชุมร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2557 โดยพวกตนจะดูว่ามีการแก้สัดส่วนงบประมาณหรือไม่

                     ด้าน นพ.ทศพร เสรีรักษ์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ในที่ประชุมครม.ไม่ได้มีการคุยถึงข้อเสนอของกลุ่ม อปท.ทั้ง 4 ข้อ ที่เสนอผ่านนายวราเทพ รวมทั้งไม่ได้มีการพูดถึงทบทวนการจัดสรรงบประมาณปี 2557 แต่อย่างใด เพียงแต่มอบหมายให้นายวราเทพไปเจรจากับกลุ่ม อปท.เท่านั้น แต่อย่างไรก็ตามตนคุยกับนายวราเทพบนห้องประชุมครม. โดยนายวราเทพบอกว่าหลังประชุมครม.จะไปพูดคุยกับแกนนำ อปท.อีกครั้ง

 

ม็อบ 'อปท.' บุกทำเนีบย บี้รัฐจัดสรรงบฯใหม่

 

                      กลุ่มผู้ชุมนุมจาก 3 สมาคมองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ที่มีการชุมนุมอยู่ที่ลานพระบรมรูปทรงม้า เพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลทบทวนการจัดสรรเงินงบประมาณปี 2557 ให้กับท้องถิ่นร้อยละ 30 ได้ส่งตัวแทน 9 คน เข้าเจรจากับนายวราเทพ รัตนากร รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานอนุกรรมการด้านการเงินการคลังของคณะกรรมการกระจายอำนาจ ที่ห้องประชุม 301 ตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล โดยใช้เวลาในการเจรจาเกือบ 1 ชั่วโมง

                     จากนั้นนายวราเทพ ให้สัมภาษณ์ว่า ตนรับปากจะนำข้อเสนอทั้ง 4 ข้อ ที่มีการเรียกร้องให้นำเข้าที่ประชุมครม.ทันที ส่วนเรื่องการจัดสรรเงินอุดหนุนนั้นจากที่ครม.ได้รับข้อสังเกตในการจัดสรรงบประมาณให้ท้องถิ่นจากสำนักงบประมาณอยู่ที่ประมาณ 27.28% ก็จะมีความต่างจากข้อเรียกร้องที่ท้องถิ่นเรียกร้อง 30% อยู่พอสมควร ทั้งนี้มีตัวเลขอีกตัวที่เคยเป็นมติของคณะกรรมการกระจายอำนาจที่ให้จัดสรรจำนวน 27.77% หรือเพิ่มจากปี 2556 จำนวน 0.5% ตนจะนำเข้าสู่การพิจารณาของครม.ว่าจะทบทวนได้หรือไม่ ทั้งนี้การจัดสรรนั้นจะอยู่ที่การประมาณการการจัดเก็บรายได้ของท้องถิ่นด้วยว่าจะเป็นไปตามประมาณการหรือไม่ ที่จะต้องนำมาพิจารณารวมด้วย

                     "ข้อเสนอขอเพิ่มเป็นร้อยละ30 คงจะเป็นไปได้ยากในขณะนี้ เนื่องจากท้องถิ่นก็ทราบว่าถ้าเป็นไปตามนั้นวงเงินจะก้าวกระโดดอย่างมาก และที่สำนักงบประมาณตั้งประมาณการเอาไว้ก็คงจะแก้ไขอะไรไม่ได้มากนัก แต่ในการพิจารณางบรายปีอำนาจในการตัดสินใจอีกส่วนคือชั้นของสภาผู้แทนฯที่จะแปรญัติปรับเพิ่ม-ลด วงเงินอีกครั้งหนึ่ง" นายวราเทพ กล่าว

                     นายวราเทพ กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ยังมีข้อเสนออื่นๆ อาทิเรื่องการถ่ายโอนภารกิจ เช่น งานนโยบายแห่งรัฐ ที่ท้องถิ่นต้องการให้ถอดภารกิจของรัฐบาลออกจากสัดส่วนรายได้ของท้องถิ่นเพื่อเขาจะได้มีรายได้มากขึ้น ส่วนเรื่องของการแก้กฎหมายของท้องถิ่นก็อาจจะเป็นเรื่องของอนาคตต่อไป

                     ด้านนายบรรจง โฆษิตจีรนันท์ นายกเทศมนตรีเมืองร้อยเอ็ด จังหวัดร้อยเอ็ด ในฐานะประธานอนุกรรมการการเงินการคลัง สมาคมสันนิบาตเทศบาลแห่งประเทศไทย กล่าวว่า เมื่อปี56 มีการจัดสรรรายได้ให้ท้องถิ่นอยู่ที่ 27.27% แต่ปี 2557 จะเพิ่มให้เพียง 0.01% ที่ท้องถิ่นมองว่าจะไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ในการดูแลประชาชนได้ จึงยื่นให้รัฐบาลทบทวนให้จัดสรรตามมติคณะกรรมการกระจายอำนาจที่วงเงิน 27.77 %

                     นายบรรจง กล่าวถึงข้อเรียกร้องอีกว่า ในส่วนของการประมาณการการจัดเก็บรายได้ของท้องถิ่นที่อัตราเติบโตอยู่ที่ปีละ 2,000-2,500 ล้านบาท เท่านั้น แต่ปี 57 รัฐบาลประมาณการว่าท้องถิ่นจะจัดเก็บรายได้ประมาณ 5.6 หมื่นล้านล้านบาทเท่านั้น ซึ่งต่างจากสถิติที่ผ่านมาที่สามารถเก็บได้เพียง 40,000-45,000 ล้านบาทเท่านั้น และเราคาดว่าปี 57 จะจัดเก็บได้ประมาณ 46,000 ล้านบาทเท่านั้น

                     "ซึ่งตัวเลขประมาณการของรัฐบาลเกินกว่าความเป็นจริง เป็นตัวเลขลมที่ไม่สามารถไปสู่ท้องถิ่นได้จริง รวมทั้งนโยบายแห่งรัฐเรื่อง อสม. เชิงรุกที่จ่ายให้อสม. 600บาท/เดือน ซึ่งปีนี้รัฐบาลตั้งงบไว้ 7.6 พันล้านบาท ทั้งที่มติครม.ให้กระทรวงการคลังและสำนักงบประมาณ จัดหารายได้เพื่อทำโครงการนี้ โดยไม่ให้รวมในสัดส่วนของท้องถิ่นตั้งแต่ปี 2555 เป็นต้นมา แต่ยังมีการรวมอยู่ในนี้ด้วย จึงขอให้ถอดโครงการนี้ออกจากสัดส่วนรายได้ของท้องถิ่นด้วย" นายบรรจง กล่าว

                     นายกฯเมืองร้อยเอ็ด กล่าวอีกว่า ข้อเรียกร้องเรื่องต่อไปคือเรื่องของนโยบาย พัฒนาอปท.กรณีเร่งด่วน วงเงิน1หมื่นล้านบาท ที่มีการอุดหนุนเฉพาะกิจ จะทำให้การจัดสรรกระจุกตัว เลือกปฏิบัติ และข้อเรียกร้องสุดท้ายคือการชดเชยค่าแรงที่เพิ่มขึ้นเป็น 300บาท/วัน และเงินเดือนผู้จบปริญญาตรี 15,000 บาท/เดือน ที่มีการระบุว่าจะมีการชดเชยให้กรณีที่ที่ท้องถิ่นรับผลกระทบ คิดเป็นเงินประมาณ 6,200 ล้านบาท ในงบประมาณปี 2556 โดยให้ท้องถิ่นนำเงินค่าอุดหนุนทั่วไปของท้องถิ่นมาชดเชยก่อน แต่ปรากฏว่าตอนนี้รัฐบาลยังไม่มีการชดเชยคืนมา

                     "หากวันนี้ไม่ได้รับคำตอบเป็นที่น่าพอใจท้องถิ่นทั้ง 3 สมาคมจะนำไปหารือกันและจะมีความเคลื่อนไหวอีกครั้งในวันที่ 28 พ.ค.นี้ เพื่อติดตามความก้าวหน้า ส่วนวันนี้จะรอผลมติครม.ถึงเวลา 12.00น. เท่านั้น" นายบรรจง กล่าว