ข่าว

ทีมลต.'ปาเกียว'ปัดเล่นงานฝ่ายตรงข้าม

ทีมลต.'ปาเกียว'ปัดเล่นงานฝ่ายตรงข้าม

14 พ.ค. 2556

ทีมเลือกตั้งของ 'แมนนี ปาเกียว' แก้ข่าวว่า ไม่ได้เล่นงานฝ่ายตรงข้าม แต่เป็นฝ่ายถูกเล่นงาน ขณะที่อดีตปธน.โจเซฟ เอสทราด้า มีคะแนนนำลต.นายกเทศมนตรีมะนิลา

 

                         14 พ.ค. 56  นายเจง กาคัล หัวหน้าคณะทำงานของแมนนี่ ปาเกียว นักชกขวัญใจชาวฟิลิปปินส์ ได้ให้สัมภาษณ์หนังสือพิมพ์มะนิลา ไทม์ส ตอบโต้รายงานข่าวของมะนิลา ไทม์ส ที่ว่า ส.ส.เอมมานูเอล หรือ แมนนี ปาเกียว ของจังหวัดซารังกานี ส่งคนไปเล่นงานนายอัลเฟรโด เบลจิก้า พันธมิตรของพรรคการเมืองคู่แข่งของปาเกียว ที่ขูว่า จะฟ้องปาเกียวฐานซื้อคะแนนเสียงด้วยการแจกทั้งเงินและของ

                         นายกาคัล บอกว่า ความจริง มีแตีคนของฝ่ายนายเบลจิก้า ที่ไปเล่นงานผู้สนับสนุนปาเกียว ด้วยการยิงใส่พวกเขา ทำลายรถไปหลายคัน ปาเกียวทราบข่าวจากวิทยุ และได้ไปตรวจดูที่เกิดเหตุและปลอบขวัญประชาชนที่กำลังโกรธแค้นด้วยตนเอง

                         ปาเกียว สร้างตำนานให้กับวงการมวยโลก ด้วยการคว้าแชมป์ถึง 8 รุ่น และเขาลงสมัครรับเลือกตั้งเพื่อเป็น ส.ส.ของจังหวัดซารังกานี ส่วนางจินกี้ ภรรยาของเขาลงสมัครชิงตำแหน่งรองผู้ว่าราชการจังหวัดซารังกานี และโรเอล น้องชายของเขา ลงสมัครชิงเก้าอี้ ส.ส. ที่เซาท์ โคตาบาโต

                         แม้จะมีข่าวว่า ตำรวจได้นำปาเกียวและคนของเขาไปสอบสวน โดยไม่มีการจับกุมคุมขังแต่อย่างใด แต่นายกาคัล บอกว่า เรื่องจริงก็คือ นายเบลจิก้าและคนของเขาต่างหาก ที่ถูกตำรวจสอบสวน ซึ่งข่าวนี้ เป็นความพยายามทำลายชื่อเสียงในช่วงการเลือกตั้ง เนื่องจากผู้สมัครที่ปาเกียวสนับสนุนกำลังมีคะแนนนำจากการสำรวจตั้งแต่ก่อนการเลือกตั้ง เขาขอเวลาให้มีการตรวจสอบเสียก่อนแล้วจะเห็นว่า สิ่งที่เขาพูดเป็นความจริง

                         นายกาคัล ยังได้ยกตัวอย่างกรณี ทีม พีนอย ซึ่งเป็นพันธมิตรกับนายเบลจิก้า ที่ต้องไปลงหาเสียงที่เมืองเจนเนอรัล ซานโตส บ้านเกิดของปาเกียว ถึง 2 ครั้ง โดยมีประธานาธิบดีอากิโน่ ลงไปช่วยหาเสียงด้วย เพราะการสำรวจก่อนเลือกชี้ว่า มีคะแนนตามหลังอยู่มาก ซึ่งถ้าผู้สมัครทำคะแนนได้ดีจริง เหตุใดประธานาธิบดีจึงต้องลงไปช่วยหาเสียงด้วยตนเอง

 

 

อดีตปธน.โจเซฟ เอสทราด้า คะแนนนำลต.นายกเทศมนตรีมะนิลา

 

ทีมลต.'ปาเกียว'ปัดเล่นงานฝ่ายตรงข้าม

 

                         อดีตประธานาธิบดีโจเซฟ เอสทราด้า ของฟิลิปปินส์ มีคะแนนนำคู่แข่งในการเลือกตั้งนายกเทศมนตรีกรุงมะนิลา และอาจจะทำให้เขากลับมาดำรงตำแหน่งทางการเมืองที่มาจากการเลือกตั้งเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ถูกโค่นอำนาจโดยพลังประชาชน ไปเมื่อปี 2544 ด้วยข้อกล่าวหาเรื่องการคอรัปชั่น ส่วนผลการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร , วุฒิสภาและการเลือกตั้งท้องถิ่นอื่นๆ ที่มีการนับคะแนนแล้วครึ่งหนึ่ง พบว่า ผู้สมัครวุฒิสมาชิก 9 คน ภายใต้การสนับสนุนของประธานาธิบดีเบนิโญ่ อากิโน่ ที่ 3 มีะแนนนำผู้สมัคร 3 คน ที่พันธมิตรฝ่ายค้านให้การสนับสนุน

                         ถ้าแนวโน้มยังเป็นแบบนี้ต่อไป ก็จะเป็นหลักประกันว่า ประธานาธิบดีอากิโน่ ยังคงอยู่ในตำแหน่งได้อย่างราบรื่นต่อไปอีก 3 ปี นายซิกซ์โต บิลลันเตส ประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง กล่าวคาดหวังว่า ตัวเลขคนที่ออกไปใช้สิทธิ์เลือกตั้งจะสูงถึง 70 เปอร์เซ็นต์ โดยมีผู้ไปลงทะเบียนใช้สิทธิ์เลือกตั้งกว่า 52 ล้านคน เพื่อเลือกผู้แทน 18,000 คน ที่รวมทั้ง วุฒิสมาชิก 12 คน จากทั้งหมด 24 คน , สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเกือบ 300 คน และผู้นำในพื้นปกครองตนเองของมุสลิมทางภาคใต้ ซึ่งได้ชื่อว่า เป็นพื้นที่อันตราย เนื่องจากมีการเคลื่อนไหวของกลุ่มแบ่งแยกดินแดนและกลุ่มติดอาวุธ

                         อดีตประธานาธิบดีเอสทราด้า ได้ใช้ความได้เปรียบจากการเคยเป็นดารายอดนิยม เรียกคะแนนเสียงจากคนยากจน และแหล่งเสื่อมโทรมในกรุงมะนิลา ที่ได้ชื่อว่าเป็นหัวใจสำคัญทางประวัติศาสตร์ของเมืองหลวง ตลอดแนวอ่าวมะนิลา ที่ครั้งหนึ่งเคยได้ชื่อว่าเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีชีวิตชีวา แต่ตอนหลังถูกละเลย สิ่งปลูกสร้างยอดนิยมหลายแห่งถูกย้ายออกไป ประชาชนร้องเรียนปัญหาอาชญากรรมที่เพิ่มขึ้น

                         อัลเฟรโด ลิม นายกเทศมนตรีคนปัจจุบัน ซึ่งเป็นอดีตผู้บัญชาการตำรวจ และได้รับฉายาว่า " เดอร์ตี้ แฮร์รี่ " เนื่องจากมีชื่อเสียงในเรื่องการปราบปรามอาชญากรรม เขาได้รับการสนับสนุนจากประธานาธิบดีอากิโน่ ให้รักษาเก้าอี้ โดยมีเอสทราด้าเป็นคู่แข่งสำคัญ และต่างก็มีชะนักติดหลังด้วยกันทั้งคู่

                         เอสทราด้าถูกโค่นอำนาจโดยพลังประชาชน ที่กองทัพหนุนหลัง และต่อมาถูกตัดสินว่ามีความผิดในข้อหาคอร์รัปชั่น ก่อนจะได้รับการอภัยโทษ / ส่วนลิม ตอนที่เป็นผู้บัญชาการตำรวจ มีนักท่องเที่ยวชาวฮ่องกง 8 คน ถูกจับเป็นตัวประกันและถูกสังหาร เมื่อปี 2553 เพราะความผิดพลาดในปฏิบัติการช่วยเหลือของตำรวจ

                         เอสทราด้า ในวัย 78 ปี กล่าวในวันนี้ว่า เขารู้สึกสบายใจที่ประชาชนยังไว้วางใจเขา แม้ว่าเขาจะโดนสาดโคลนต่าง ๆ นานา ส่วนนายลิม ยังไม่ยอมแพ้ แม้ผลการนับคะแนนจะผ่านไปแล้ว 96 เปอร์เซ็นต์ โดยคะแนนทิ้งห่างกันเพียง 30,427 คะแนน

                         ผลการเลือกตั้งกลางเทอมนี้ จะเป็นตัวตัดสินระดับของการสนับสนุนแผนปฏิรูปของประธานาธิบดีอากิโน่ เขาได้รับการยกย่องทั้งในบ้านและในต่างประเทศ ในเรื่องการกวาดล้างการทุจริตคอร์รัปชั่น สนับสนุนกฎหมายสำคัญและริเริ่มการทำข้อตกลงสันติภาพกับกลุ่มติดอาวุธมุสลิมรัฐบาลของเขามั่นใจว่า จะยังคงรักษาเสียงสนับสนุนส่วนใหญ่ในสภาผู้แทนราษฎร และกำลังให้ความสนใจผลการเลือกตั้งวุฒิสมาชิก ที่มีความสำคัญต่ออนาคตของประธานาธิบดี เนื่องจากเขาจำเป็นต้องได้รับการสนับสนุนด้านนโยบายและโครงการต่าง ๆ เพราะไม่อย่างนั้นแล้วเขาก็จะกลายเป็นเป็ดง่อยไปอีก 3 ปี ที่ส่งผลไปถึงการเลือกตั้งประธานาธิบดีในปี 2559 ด้วย

                         ในการเลือกตั้งหลายครั้งก่อนหน้านี้ ต้องถูกบดบังโดยตระกูลการเมืองอย่างน้อย 250 ตระกูลที่ผูกขาดการครองอำนาจทางการเมืองทั่วประเทศ ตั้งแต่นางอิเมลด้า มาร์กอส อดีตสุภาพสตรีหมายเลข 1 วัย 83 ปี , นักการเมืองดาวรุ่งที่มีชื่อเสียงและครองใจคนฟิลิปปินส์ อย่าง แมนนี ปาเกียว ที่ได้รับการคาดหมายว่าจะกลับเก้าอี้ ส.ส.อย่างราบรื่น

 

 

ตระกูล 'มาร์กอส' กลับมาผงาดอีก 'อีเมลด้า-ลูกสาว' คว้าชัยลต.

 

ทีมลต.'ปาเกียว'ปัดเล่นงานฝ่ายตรงข้าม

 

                         ครอบครัวของอดีตผู้นำเผด็จการ เฟอร์ดินานด์ มาร์กอส ของฟิลิปปินส์ ได้รับชัยชนะเลือกตั้งอย่างง่ายดาย จากข้อมูลอย่างเป็นทางการที่ออกมาในวันนี้ แสดงให้เห็นว่า นางอิเมลด้า วัย 83 ปี ภรรยาม่ายของเขา กำลังสืบสานอิทธิพลทางการเมืองโดยมีคะแนนนำคู่แข่งในขณะนี้

                         นางอิเมลด้า ได้คะแนนเสียงมากกว่า 88 เปอร์เซ็นต์ จากการเลือกตั้งเมื่อวันจันทร์ และมีแนวโน้มว่าจะได้เข้าไปนั่งเก้าอี้ ส.ส. เป็นสมัยที่สอง ในพื้นที่จังหวัดภาคเหนือ ที่ตระกูลมาร์กอส ยังทรงอิทธิพล บรรดาคนใกล้ชิด พากันคาดหวังว่า นางอิเมลด้าจะได้รับการประกาศชัยชนะภายในวันนี้ ส่วนอีมี่ ลูกสาวของเธอ ได้รับชัยชนะอย่างขาดลอยในการเลือกตั้งผู้ว่าราชการจังหวัด อิโลคอส นอร์เต้ ได้ดำรงตำแหน่งเป็นสมัยที่สอง

                         นายเฟอร์ดินานด์ อินาซิโอ ทนายความซึ่งเป็นคู่แข่งสำคัญของนางอิเมลด้า ได้ยอมรับความพ่ายแพ้ หลังได้คะแนนเสียงแค่ 10 เปอร์เซ็นต์ และจะแสดงความยินดีต่อนางอิเมลด้า และยืนยันว่า เรื่องนี้ไม่มีองุ่นเปรี้ยว แต่เป็นไปตามครรลองประชาธิปไตย

                         แองเจโล่ บาร์บา ญาติของอีมี่ มาร์กอส ก็ทำให้ตระกูลมาร์กอสกลับมาครองอิทธิพลได้โดยสมบูรณ์ เนื่องจากวาดคะแนนเสียงจากการลงสมัครชิงรองผู้ว่าราชการจังหวัดเช่นกัน ส่วนเฟอร์ดินานด์ มาร์กอส จูเนียร์ ซึ่งดำรงตำแหน่งวุฒิสมาชิกได้ครึ่งทางจากวาระการดำรงตำแหน่ง 6 ปี และได้รับการคาดหมายว่าจะลงสมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีในปี 2016

                         ครอบครัวมากอส ต้องลี้ภัยไปอยู่สหรัฐ ตอนที่เกิดเหตุการณ์ลุกฮือประท้วงโดยสันติ โดยมีกองทัพหนุนหลัง เมื่อปี 2529 และนำไปสู่การสิ้นสุด 20 ปี แห่งการครองอำนาจของจอมเผด็จการ ซึ่งทั้งมาร์กอสและอิเมลด้า รวมถึงคนใกล้ชิด ต่างถูกกล่าวหาว่า ปล้นชาติหลายพันล้านดอลลาร์ , ฆาตกรรมหรือจำคุกนักวิจารณ์หลายพันคน และยังใช้ชีวิตกันอย่างหรูหรา
ในขณะที่ประชากรส่วนใหญ่ของฟิลิปปินส์ ที่ต้องทนกับความยากจน

                         นางอิเมลด้า ยังสะสมรองเท้าเป็นจำนวนมาก ใช้ชีวิตหรูหราสุรุ่ยสุร่าย ที่กลายเป็นสัญลักษณ์ของการปกครองของจอมเผด็จการที่ใช้ชีวิตอู้ฟู่สุดเหวี่ยง / รัฐบาลได้พบเงินประมาณ 4,000 ล้านดอลลาร์ จากขุมทรัพย์ของมาร์กอสที่ขณะนั้นป่วยหนัก แต่อิเมลด้าพยายามปฏิเสธมาตลอดว่า ครอบครัวของเธอไม่ได้ทำอะไรผิด และเธอก็ต่อสู้คดีคอร์รัปชั่นทั้งหมด

                         หลังการถึงแก่อสัญกรรมของมาร์กอส ที่ฮาวาย เมื่อปี 2532 อิเมลด้ากับลูกๆ ได้กลับไปยังฟิลิปปินส์ เพิ่มเริ่มสร้างแบรนด์ใหม่ให้กับตระกูบที่อิโลคอส นอร์เต้ ในการเลือกตั้งเมื่อปี
2553 เฟอร์ดินานด์ มาร์กอส จูเนียร์ ได้รับเสียงสนับสนุน 1 ใน 3 ของผู้มีสิทธิ์ออกเสียงเลือกตั้ง สร้างความมั่นใจให้มารดาของเขาว่า ตระกูลมากอสจะได้กลับเข้าไปอยู่ในทำเนียบประธานาธิบดีมาลากัญญัง เพื่อที่เธอจะได้เป็นมารดาหมายเลข 1 

 

 

--------------------

(หมายเหตุ : ที่มาภาพ : AFP)