ข่าว

มทภ.4ปรับแผน'รปภ.ครู'ภาคปชช.จับมือทหาร

มทภ.4ปรับแผน'รปภ.ครู'ภาคปชช.จับมือทหาร

14 พ.ค. 2556

มทภ.4ปรับแผน'รปภ.ครู'ภาคประชาชนจับมือทหาร : ทีมข่าวความมั่นคงรายงาน


                วันที่ 16 พฤษภาคมนี้ โรงเรียนในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้มีกำหนดเปิดภาคเรียนเช่นเดียวกับภูมิภาคอื่นทั่วประเทศ ท่ามกลางความกังวลต่อความปลอดภัยของ "ครู" ที่ถือเป็นเป้าหมายเชิงสัญลักษณ์ และยังอยู่ในห้วงแห่งการพูดคุยเพื่อสันติภาพกับขบวนการบีอาร์เอ็นที่มีการโหมก่อเหตุความรุนแรงอย่างต่อเนื่อง

                พล.ท.สกล ชื่นตระกูล แม่ทัพภาคที่ 4 (มทภ.4) กล่าวถึงมาตรการรักษาความปลอดภัยครูในช่วงเปิดเทอมว่า จะมีการวางแผนบริหารจัดการให้หน่วยในพื้นที่รับผิดชอบ โดยหน่วยเฉพาะกิจ (ฉก.) ที่รับผิดชอบในแต่ละพื้นที่แต่ละอำเภอประสานงานร่วมกันกับทางจังหวัด โดยจะจัดประชุมในพื้นที่ที่รับผิดชอบเอง ซึ่งงานรักษาความปลอดภัยเป็นหน้าที่รับผิดชอบของกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) ของแต่ละจังหวัด โดยจะจัดสรรกำลังให้เหมาะสมว่าพื้นที่ หรือโรงเรียนใด หน่วยใดจะเป็นผู้รับผิดชอบ เพื่อให้เกิดความชัดเจนในการปฏิบัติงานมากยิ่งขึ้น

                “พื้นที่บางโรงเรียนหากมีกำลัง อส. หรือมีกำลังตำรวจอยู่ เราก็จะเข้าไปช่วยดูแล ซึ่งมาตรการดูแลรักษาความปลอดภัยจะไม่เหมือนกันในแต่ละพื้นที่ พื้นที่ใดมีความเสี่ยงก็จะจัดกำลังเข้าไปดูแลเป็นพิเศษ ทั้งนี้ มาตรการดูแลรักษาความปลอดภัยเรียบร้อยเกือบ 100 เปอร์เซ็นต์แล้ว แต่ยังมีบางจุดที่จะต้องประชุมประสานงานกันอยู่ โดยมาตรการดูแลรักษาความปลอดภัยจะดูแลตั้งแต่การเดินทางออกจากบ้านพักมาถึงโรงเรียน และจากโรงเรียนไปยังบ้านพักของนักเรียน และครู” พล.ท.สกล กล่าว

                พล.ท.สกล กล่าวว่า มาตรการรักษาความปลอดภัยจะต้องทำเป็นระบบทั้งหมด ทั้งระหว่างการเรียนการสอน หรือระหว่างการเคลื่อนย้ายจากจุดหนึ่งไปอีกจุดหนึ่ง ใครจะเป็นผู้ดูแล ซึ่งจะมีการแบ่งงานกันให้ชัดเจน อย่างไรก็ตาม หน่วยข่าวยังไม่พบการเคลื่อนไหวของกลุ่มก่อความไม่สงบที่จะมาก่อเหตุในช่วงเปิดเทอม แต่เราก็ไม่ได้ประมาท และจำเป็นต้องใช้มาตรการเข้มยิ่งกว่าปกติ ทั้งนี้กลุ่มก่อความไม่สงบอาจจะรอดูมาตรการรักษาความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่สักระยะเพื่อดูจุดอ่อน หรือจุดแข็งของมาตรการดังกล่าวว่าเป็นอย่างไร ถึงตอนนั้นคงจะมีการเคลื่อนไหวชัดเจน

                แม่ทัพภาคที่ 4 ระบุว่า ที่ผ่านมาได้มีการสำรวจว่า ครูในพื้นที่ได้มีการโยกย้ายหรือเปลี่ยนแปลงที่อยู่อาศัยอย่างไรบ้าง ซึ่งเจ้าหน้าที่มีความจำเป็นต้องทำการสำรวจเก็บข้อมูล เพื่อจะได้รู้ที่อยู่ของครูเป็นหลักแหล่ง ส่วนโรงเรียนที่อยู่ในพื้นที่ที่เสี่ยงภัยนั้น จะใช้ "กำลังประชาชน" ในหมู่บ้านทำหน้าที่เป็นชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้านร่วมกับทหาร ซึ่งพร้อมจะดูแลครู และนักเรียนอย่างดีที่สุด

                พล.ท.ดิฏฐพร ศศะสมิต โฆษกกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) กล่าวเสริมว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก ในฐานะรอง ผอ.รมน.ได้ประชุมสั่งการและมอบนโยบายให้แก่หน่วยในพื้นที่ โดยเน้นย้ำเรื่องการวางแผนรักษาความปลอดภัย ซึ่งต้องจัดเตรียมรักษาความปลอดภัยให้เต็มทุกพื้นที่ โดยเฉพาะ "เขตเมือง" ต้องให้ความสำคัญกับเป้าหมายที่อ่อนแอ และเน้นมาตรการป้องกันเหตุ มากกว่าการแก้ไขที่ปลายเหตุ และให้มีการป้องกันสถานที่ราชการ โดยให้ขึ้นบัญชีเพื่อกำหนดตัวบุคคลที่รับผิดชอบแต่ละส่วนให้ชัดเจน

                “ผบ.ทบ.กำชับให้จัดกำลังพลแต่ละหน่วยเข้าพบปะสร้างความเข้าใจแก่ประชาชนในทุกหมู่บ้านจำนวน 136 หมู่บ้าน ให้แล้วเสร็จครบถ้วนภายในเดือนพฤษภาคมนี้ พร้อมทั้งสร้างความเข้มแข็งให้แก่กำลังประชาชน กำลังประจำถิ่น เพื่อดูแลพื้นที่ของตนเองแทนการใช้กำลังทหารซึ่งในที่สุดต้องกลับไปปฏิบัติหน้าที่ป้องกันประเทศ" โฆษกกอ.รมน. กล่าว

                โฆษกกอ.รมน.ระบุว่า ปัจจุบันพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ที่แบ่งออกเป็น 3 พื้นที่ ได้แก่ พื้นที่เสริมสร้างความมั่นคง พื้นที่เร่งรัดการพัฒนา และพื้นที่เสริมสร้างการพัฒนา ซึ่งจะต้องมีระบบสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานอย่างเร่งด่วนในทุกพื้นที่ นอกจากนี้จะต้องสร้างความเข้าใจให้แก่ประชาชนเพิ่มมากขึ้นว่า เจ้าหน้าที่ดำเนินการภายใต้กระบวนการทางกฎหมาย และสิทธิมนุษยชน

..............................

(หมายเหตุ : มทภ.4ปรับแผน'รปภ.ครู'ภาคประชาชนจับมือทหาร : ทีมข่าวความมั่นคงรายงาน)