
โรงแป้งน้ำพองพ่ายกลุ่มอนุรักษ์ยกแรก
โรงแป้งน้ำพองพ่ายกลุ่มอนุรักษ์ยกแรก....หลังศาลพิพากษายกเลิกใบอนุญาต : โดย....จิติมา จันพรม
เมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา ศาลได้มีคำพิพากษายกเลิกใบอนุญาตประกอบกิจการ โรงงานแป้งมันสำปะหลัง บริษัท ขอนแก่นสตาร์ช จำกัด ตามทะเบียนโรงงานเลขที่ 3-9(2)-2/54 ขก ลงวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2554 ที่กรมโรงงานอุตสาหกรรมได้ออกให้นายเทพฤทธิ์ ศรีปัญญา ผู้ขออนุญาต โดยสามารถอุทธรณ์ศาลสูงสุดได้ใน 30 วัน ซึ่งคำพิพากษาทำให้ตัวแทนชาวบ้านและกลุ่มอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมโคกหินขาวถือว่าเป็นชัยชนะยกแรก แต่ยังเฝ้าระวังติดตามความเคลื่อนไหวการตัดสินใจของโรงงาน
"บุญช่วย สีโสทา" ตัวแทนกลุ่มอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมโคกหินขาวและชาวบ้านหนองหารจาง แกนนำต่อต้านการก่อสร้าง เปิดเผยว่า แม้คำพิพากษาศาลยังไม่ถึงที่สุด แต่แสดงให้เห็นว่ามีความยุติธรรม การต่อสู้ที่ยาวนานกว่า 2 ปี ของชาวบ้านที่ต้องการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมเป็นผลสำเร็จในระดับหนึ่ง แม้จะมีการอุทธรณ์ หรือดำเนินการขออนุญาตใหม่ กลุ่มก็จะยังต่อต้านเพราะไม่ต้องการให้มีโรงงานอุตสาหกรรมเกิดขึ้นในพื้นที่
"จะต่อต้านไม่ให้มีโรงงานอุตสาหกรรมเกิดขึ้นในพื้นที่ห้วยเสือเต้น ซึ่งเป็นพื้นที่ชุ่มน้ำเนื้อที่กว่า 8 พันไร่ กลุ่มได้คัดค้านโรงงานอุตสาหกรรมที่จะเข้ามาหลายแห่ง รวมทั้งนิคมอุตสาหกรรมสีเขียวและนิคมอุตสาหกรรมโคกหินขาว ซึ่งเป็นพื้นที่รอยต่อห้วยเสือเต้นอีก 2,600 ไร่ เพราะต้องการรักษาแหล่งต้นน้ำของชาวขอนแก่น ตอนนี้มีโรงงานอุตสาหกรรมมากเกินไป แล้วทำลายสิ่งแวดล้อมและลำน้ำพองมากพอแล้ว ไม่เชื่อใจไม่ไว้วางใจปล่อยให้ก่อสร้างโรงงานจนเสร็จ แม้อ้างว่าระบบปิดไม่กระทบแน่นอน แค่การใช้น้ำก็กระทบแล้ว ปริมาณน้ำใช้เฉลี่ยวันละ 4,000 ลูกบาศก์เมตร ที่ผู้อำนวยการโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาหนองหวาย สำนักชลประทานที่ 6 กรมชลประทาน ได้อนุญาตทั้งที่ไม่ได้ขอความเห็นจากชาวบ้าน" บุญช่วย กล่าว
หลังคำพิพากษาบรรยากาศในหมู่บ้านร้อนฉ่าขึ้นทันทีจากความขัดแย้งของชาวบ้านที่แตกเป็นสองฝ่ายและทวีความรุนแรง มีความเห็นต่าง ฝ่ายหนึ่งส่งเสริมโรงงาน ขณะที่อีกฝ่ายต้องการปกป้องรักษาสิ่งแวดล้อม
ฝ่ายอนุรักษ์มองว่าภายในโรงงานมีการขุดบ่อพัก 6 บ่อ นอกจากต้องแย่งน้ำชาวบ้านใช้แล้ว น้ำเสียจะต้องเล็ดลอดหรือต้องทิ้งน้ำออกไร่นาชาวบ้านและไหลลงสู่แหล่งน้ำ การคัดค้านและผลักดันไม่ให้เกิดขึ้นจึงน่าจะได้ผลกว่าที่จะรอให้มีโรงงานแล้วต้องมาแก้ทีหลัง ถ้าแรงต่อสู้ของชาวบ้านไม่เข้มแข็งพอไม่มีทางสำเร็จ เห็นได้จากหลายพื้นที่โรงงานทำลายสิ่งแวดล้อมกระทบสุขภาพคนในชุมชน กว่าจะเอาผิดโรงงานความเดือดร้อนของชาวบ้านก็มากเกินจะเยียวยา และจำใจยอมรับเพราะไม่มีทางไป ในเมื่อตอนนี้มีโอกาสต้องทำและต้องงัดกลยุทธ์หรือหาช่องโหว่ต่อสู้เพื่อให้โรงงานออกไปจากพื้นที่
ด้าน "บุปผา คลังดี" ชาวบ้านหนองหารจาง แสดงความเห็นว่า ตั้งแต่โรงงานมาตั้งทำให้เกิดความแตกแยกในหมู่บ้านและรุนแรงยิ่งขึ้น ถ้าคุยกันก็ทะเลาะกัน ญาติพี่น้องและคนที่เคยเป็นเพื่อนสนิทสนมกัน ก็มาแตกคอไม่พูดไม่จากัน ที่คัดค้านเพราะไม่ต้องการให้โรงงานแห่งนี้มาตั้งใกล้หมู่บ้าน มาใช้น้ำซึ่งมีจำกัด หน้าแล้งน้ำก็น้อย เมื่อแย่งน้ำไปโดยเฉพาะช่วงแล้งเช่นนี้ ชาวบ้านเกษตรกรจะอยู่อย่างไรและถ้าน้ำเน่ากำจัดกลิ่นไม่ได้ปัญหาก็จะตามมาอีก
ส่วนความเห็นต่างอย่าง "สงวน วิลัยมาตย์" อดีตผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 8 บ้านหนองหารจาง กล่าวว่า โรงงานอุตสาหกรรมหลายแห่งก่อสร้างด้วยระบบที่ทันสมัย กระทบสิ่งแวดล้อมน้อยลง ใช้น้ำไม่มาก ผู้ประกอบการโรงงานแป้งมันสำปะหลังแห่งนี้ได้ใช้เงินลงทุนเพื่อสร้างระบบการผลิตปิด นำของเสียหมุนเวียนกลับมาใช้ใหม่ ที่สำคัญทำให้คนในพื้นที่มีงานทำใกล้บ้าน มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ก็อยากให้ผู้ที่เห็นขัดแย้งได้หันมายอมรับและให้โอกาสคนอื่นด้วย อย่าเอาคนนอกเช่นเอ็นจีโอเข้ามาสร้างความวุ่นวายจนทำให้คนชุมชนแตกแยกกัน
นายประกอบ วิวิธจินดา อุตสาหกรรมจังหวัดขอนแก่น บอกว่า ต้องรอการตัดสินใจของผู้ประกอบการว่าจะให้มีการอุทธรณ์หรือยอมรับคำพิพากษา ถ้ามีการอุทธรณ์อาจจะใช้เวลาเป็นปี แต่ถ้ายอมรับคำพิพากษาที่ศาลให้ยกเลิกใบอนุญาตของผู้ประกอบการ เนื่องจากประเด็นรับฟังความเห็นไม่ครบถ้วน ติดประกาศให้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียโต้แย้งไม่น้อยกว่า 15 วัน สามารถดำเนินการกระบวนการขออนุญาตใหม่ รวมทั้งการประชาคมหรือกระบวนการรับฟังความคิดของประชาชนให้เป็นไปตามขั้นตอนซึ่งอาจใช้เวลา 3-4 เดือน
ซึ่งอุตสาหกรรมจังหวัดมีอำนาจหน้าที่คอยตรวจสอบ การประกอบกิจการภายในกรอบ ถ้ากระทบต่อสิ่งแวดล้อมความเป็นอยู่ของชุมชน มีมาตรการสั่งให้หยุดปรับปรุงชั่วคราว หรือถึงขั้นสั่งปิดกิจการได้เมื่อเกิดกรณีไม่สามารถแก้ไขได้
ขณะที่นายพงษ์พัฒน์ เติมธนกิจไพศาล รองนายกเทศมนตรีตำบลลำน้ำพอง กล่าวว่า การตัดสินของศาลปกครองยกเลิกเฉพาะใบอนุญาตก่อสร้างโรงงาน แต่การขออนุญาตก่อสร้างอาคารที่อยู่ในความรับผิดชอบของเทศบาลตำบลลำน้ำพองไม่ได้อยู่ในกรอบ ที่ผ่านมาเทศบาลสั่งให้ระงับการก่อสร้างครั้งหนึ่งแล้ว เนื่องจากจังหวัดได้ขอให้ทำประชามติชาวบ้าน แต่ได้แค่ 60 วัน เมื่อครบกำหนดก็ต้องคืนใบอนุญาตให้ก่อสร้างอาคารและมีหน้าที่เข้าไปตรวจสอบการก่อสร้างอาคารตามแบบที่ขอเท่านั้น
ส่วนตัวแทนโรงงาน นายเตชภพ อินยาศรี ผู้จัดการโรงงานแป้งมัน ขอนแก่นสตาร์ช สาขาน้ำพอง เปิดเผยว่า ยังไม่สามารถตัดสินใจได้ว่าจะดำเนินการอย่างไร อยู่ระหว่างการศึกษาข้อมูลและลู่ทางที่เหมาะสม ถ้าหากเกินกำหนดอุทธรณ์ 30 วันก็คงจะเข้ากระบวนการขออนุญาตใหม่ ซึ่งงานก่อสร้างแล้วเสร็จประมาณ 60 เปอร์เซ็นต์ ขณะนี้หยุดการก่อสร้างทั้งหมดแล้ว ส่วนพนักงาน 20 คนได้ให้ไปช่วยงานที่สาขากาฬสินธุ์ชั่วคราว
สำหรับโรงงานแป้งมัน บริษัทขอนแก่นสตาร์ช จำกัด ก่อสร้างบนเนื้อที่ 153 ไร่ บริเวณทางเข้าหมู่บ้านหนองหารจาง ต.น้ำพอง อ.น้ำพอง จ.ขอนแก่น ประกอบด้วยโรงแป้ง โรงไบโอแก๊สและโรงไฟฟ้าชีวมวล โรงแป้งมีกำลังการผลิต 200 ตันแป้ง เงินลงทุน 300 ล้านบาท มีนายเทพฤทธิ์ ศรีปัญญา เป็นผู้ยื่นขอใบอนุญาตและกรมโรงงานออกใบอนุญาตให้วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2554 ต่อมาโอนใบอนุญาตให้บริษัท ขอนแก่นสตาร์ช จำกัด ในเดือนมีนาคม 2554
..................................................
(โรงแป้งน้ำพองพ่ายกลุ่มอนุรักษ์ยกแรก....หลังศาลพิพากษายกเลิกใบอนุญาต : โดย....จิติมา จันพรม)



