
ปชป.ส่ง'แทนคุณ'ชิงลต.ดอนเมือง
'มติปชป.' ส่ง 'แทนคุณ'สู้ศึก 'ลต.ซ่อมดอนเมือง' ประกาศยุติศึกขัดแย้ง ด้าน 'คุณหญิงสุดารัตน์' ปฏิเสธลงชิงเก้าอี้แทน 'การุณ' คาด14 พ.ค.นี้รู้ตัวว่าใครจะลงสมัคร
13 พ.ค.56 นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต สส.บัญชีรายชื่อ ในฐานะโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แถลงผลการประชุมคณะกรรมการบริหารพรรค (กก.บห.)ว่า ที่ประชุมมีมติส่ง นายแทนคุณ จิตต์อิสระ ลงสมัครรับเลือกตั้งซ่อม สส.กทม.เขต 12 (ดอนเมือง) และมีมติส่งนายนิพนธ์ บุญญามณี ลงสมัครนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) สงขลา และมีมติส่ง นายสัมฤทธิ์ เรียนประสิทธิ์ ลงสมัคร นายกอบจ.สตูล อีกครั้งในนามพรรคประชาธิปัตย์
นายกรณ์ จาติกวนิช รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ดูแลพื้นที่กทม.กล่าวถึงคุณสมบัติของนายแทนคุณ ว่า เป็นอดีตผู้สมัครที่เกาะติดพื้นที่ดอนเมือง ตลอดช่วงที่เกิดอุทกภัยครั้งใหญ่ และทำงานต่อเนื่องแม้จะไม่ได้รับเลือกเป็น สส. จึงเป็นคนที่มีความตั้งใจและมุ่งมั่นที่จะดูแลประชาชน เพื่อเป็นตัวเลือกให้กับชาวดอนเมือง ซึ่งนอกจากความพร้อมของนายแทนคุณแล้ว พรรคตระหนักว่าชาวดอนเมืองยังมีปัญหาและรอการช่วยเหลือในหลายประเด็นจากรัฐบาล
"การเลือกตั้งซ่อมครั้งนี้จะเป็นโอกาสให้ชาวดอนเมือง ส่งสัญญาณถึงรัฐบาลว่าตลอดเกือบ 2 ปีที่ผ่านมายังมีอีกหลายเรื่องที่รัฐบาลต้องใส่ใจ โดยเฉพาะค่าครองชีพ แต่ยังไม่มีมาตรการที่ชัดเจนในการแก้ปัญหาให้กับประชาชน ซึ่งนายแทนคุณจะเสนอทางเลือกให้กับประชาชน และเป็นโอกาสของประชาชนในการส่งสัญญาณถึงรัฐบาลด้วย และในฐานะที่เป็นรองหัวหน้าพรรคดูแลพื้นที่ กทม. ยืนยันถึงความพร้อมของพรรคในการทุ่มเท รณรงค์ช่วยนายแทนคุณหาเสียง" นายกรณ์ กล่าว
สำหรับแนวทางการหาเสียงนั้น รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า การเลือกตั้งครั้งนี้เป็นเรื่องของชาวดอนเมือง ไม่ใช่เรื่องส่วนตัวของกลุ่มคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง ซึ่งนายแทนคุณตระหนักถึงแนวทางที่จะเสนอวิธีการแก้ปัญหา ยกระดับความเป็นอยู่ของประชาชน ทั้งนี้การเลือกตั้งซ่อมจะมีลักษณะที่ต่างจากการเลือกตั้งทั่วไป เพราะจะมีระดับความสนใจเฉพาะเขตที่จะมีการเลือกตั้งเท่านั้น แต่ในพื้นที่นี้การแข่งขันมีสีสัน และมีประเด็นเรื่องความขัดแย้งมาตลอด แต่ทั้งหมดเป็นการเบี่ยงเบนสาระสำคัญของการเลือกตั้งออกไปเป็นเรื่องอื่น เพราะการเลือกตั้งคราวนี้เป็นเรื่องของอนาคตชาวดอนเมือง ว่าหลังจากมีรัฐบาลมาเกือบสองปีแล้ว พอใจหรือยัง กับการดูแลประชาชนของรัฐบาลชุดนี้ โดยไม่รู้สึกกังวลใจใด ๆ กับการเลือกตั้งครั้งนี้
ส่วนในเรื่องความปลอดภัยนั้น นายกรณ์ กล่าวว่า นายแทนคุณดูแลตัวเองได้ และตนต้องการเห็นการเลือกตั้งครั้งนี้งดงาม ให้ประชาชนภาคภูมิใจผลการเลือกตั้งได้ ไม่ว่าจะออกมาอย่างไร และทราบดีว่าการเลือกตั้งในเขตนี้ไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับพรรค เพราะการเลือกตั้งผู้ว่ากทม.ที่ผ่านมาคะแนนของพรรคเพื่อไทยได้มากกว่าพรรคประชาธิปัตย์ เกือบ 2 หมื่นคะแนน จึงเป็นภาระหน้าที่ที่หนักของผู้สมัคร และพรรคด้วย แต่เชื่อว่าชนะได้เพราะการเลือกตั้งระดับท้องถิ่นในเขตนี้ก็ได้รับชัยชนะมี สก.คนแรกในเขตนี้ จึงมั่นใจว่าคุณภาพของผู้สมัคร แนวทางของพรรค และการทำงานดูแลชาวดอนเมืองในช่วงที่ผ่านมา แม้ไม่มี สส.แต่ก็ดูแลต่อเนื่อง จึงเชื่อว่ามีโอกาสชนะ
"อี้" เผย "อลงกรณ์" มอบ "หลวงพ่อแดง" อ้อนขอชนะใจ คนเห็นต่างด้วยวิธี "ใจแลกใจ"
นายแทนคุณ ได้แถลงเปิดตัวทีมงานรุ่นใหม่ เครือข่ายเยาวชนในนามยุวประชาธิปัตย์ ที่จะร่วมงานในช่วงเลือกตั้งซ่อมช่วยรณรงค์กับคนรุ่นใหม่ ทั้งในโซเชียลมีเดีย นำเสนอความเห็นเชิงนโยบาย สะท้อนปัญหาของประชาชนให้พรรค รวมทั้งตรวจสอบการเลือกตั้งให้เป็นไปโดยสุจริตด้วย
“ผมขอขอบคุณกรรมการบริหารพรรค ที่ส่งลงสมัครอีกครั้ง โดยถือเป็นความภูมิใจที่ได้ลงสมัครเลือกตั้งอีกครั้ง หลังจากที่พยายามทำหน้าที่อย่างเต็มที่ในช่วงน้ำท่วมปี 2554 โดยพร้อมเป็นปากเสียงให้กับประชาชนประสานกับ กทม.เพื่อแก้ปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน และจะผลักดันโรงพยาบาลดอนเมืองให้เกิดขึ้นโดยเร็ว ทั้งนี้เห็นว่าการเลือกตั้งซ่อมในครั้งนี้จะสะท้อนถึงประชาธิปไตยที่มีคุณภาพ คุณธรรม ซึ่งผมจะพยายามทำทุกอย่าง เพื่อให้การเมืองมีแต่ความสร้างสรรค์ที่สุด สิ่งที่เกิดในอดีตขอให้ยุติลง จะเดินหน้าหาเสียงอย่างสร้างสรรค์ เพื่อทำประโยชน์แก่ประชาชนต่อไป” นายแทนคุณ กล่าว
นายแทนคุณ กล่าวต่อว่า ตนมั่นใจในการเลือกครั้งนี้มี 3 ปัจจัย คือ 1. รัฐบาลที่เคยรับปากประชาชนในเรื่องค่าครองชีพแต่ไม่สามารถทำได้ อีกทั้งไม่มีแนวทางแก้ปัญหาอย่างจริงจัง จนไม่มีการแถลงผลงานรอบ 1 ปี แม้ว่าจะบริหารงานมาเกือบสองปีแล้ว 2. มั่นใจว่าตนไม่เคยขาดงานชุมชน ทำงานต่อเนื่องมาตลอด และ 3. ตนได้ทำให้คนดอนเมืองรู้จัก และจะทำให้คนดอนเมืองเห็นว่า ทุ่มเทมีความจริงใจให้ อย่างไรก็ตาม จะไม่ประมาทและจะทำทุกอย่างเพื่อรักษากฎกติกา วัฒนธรรมที่ดีทางการเมือง
นายแทนคุณ กล่าวถึงความปลอดภัยว่า จะมีคนคอยดูแลและจะประสานงานกับตำรวจในท้องที่ ซึ่งนายอลงกรณ์ พลบุตร รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ได้มอบ“หลวงพ่อแดง” ให้กับตน จึงหวังว่าคนเสื้อแดงจะรักและให้โอกาสตน เพราะที่ผ่านมาไม่เคยเลือกปฏิบัติใด ๆ ในช่วงน้ำท่วมตนก็ช่วยโดยไม่เลือกสี จึงเชื่อว่าวันหนึ่งจะชนะใจคนเสื้อแดงได้ด้วยการใช้ใจแลกใจ
"นิพนธ์" ลั่นอาสานำอุดมการณ์ "ปชป." ไปปฏิบัติในท้องถิ่น
ขณะที่ นายนิพนธ์ กล่าวถึงเหตุผลในการลงสมัครรับเลือกตั้ง นายกอบจ.สงขลา ว่า ตนเคยเป็นสมาชิกสภาจังหวัดและประธานสภาจังหวัด มาก่อนที่จะลงสมัคร สส.ในปี 2535- ปัจจุบันรวม 8 สมัย 21 ปี ทั้งนี้ตนเชื่อมั่นในอุดมการณ์พรรค ในเรื่องการกระจายอำนาจให้ท้องถิ่น และต้องการทำให้ท้องถิ่นเข้มแข็ง เพราะในอนาคตมีภารกิจที่ท้องถิ่นต้องทำ ทั้งการลดภาระค่าใช้จ่าย ลดต้นทุนในการผลิต สร้างรายได้ในครัวเรือน ดูแลสุขภาพประชาชน และรองรับปัญหาการเป็นสังคมผู้สูงอายุในอนาคตด้วย เพราะในปัจจุบันมีผู้สูงอายุถึง 7.5 แสนคน ภายในสิบปีอาจสูงถึง 15 ล้านคน โดยศักยภาพของจังหวัดสงขลาเป็นประตูการค้าชายแดนใต้ จึงอาสาพรรคนำเอาอุดมการณ์แนวทางของพรรค ไปปฏิบัติในท้องถิ่น ถ้าท้องถิ่นเข้มแข็งประเทศไทยก็เข้มแข็ง โดยจะลงสมัครในช่วงต้นเดือนตุลาคม 2556 ที่จะถึงวาระในการเลือกตั้งนายก อบจ.สงขลา แต่จะยังดำรงตำแหน่งรองเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ต่อไป
"สุดารัตน์" ปฏิเสธลงชิงเก้าอี้ สส.ดอนเมือง คาดพรุ่งนี้รู้ตัวว่าใครจะลงสมัคร
เมื่อเวลา 13.30 น. ผู้สื่อข่าวรายงานจากบ้านพักซอยลาดปลาเค้า 60 ของคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธ์ แกนนำพรรคเพื่อไทยว่า คุณหญิงสุดารัตน์ ได้แถลงถึงกระแสข่าวว่าได้รับการทาบทามลงสมัครเลือกตั้งซ่อม สส.กทม. เขตดอนเมือง แทนนายการุณ โหสกุล อดีต สส.กทม. พรรคเพื่อไทย ว่า ยอมรับว่าได้รับการทาบทามจากผู้ใหญ่และผู้บริหารพรรคบางคนที่ติดต่อพูดคุยว่า อยากให้ลงสมัครเลือกตั้งซ่อม สส.เขตดอนเมือง แต่ส่วนตัวขณะนี้ยังอยากขอเวลาทำงานด้านศาสนา แม้โครงการบูรณสถานที่ประสูติพระพุทธเจ้าใกล้จะเสร็จสมบูรณ์แล้ว แต่ยังอยากใช้กำลังและสติปัญญาเอาศาสนามาช่วยแก้ปัญหาสังคมในการสร้างหลักธรรมและจริยธรรมแก่สังคมก่อน
คุณหญิงสุดารัตน์ กล่าวต่อว่า ดังนั้นเมื่อพรรคเพื่อไทยทาบทามมา ก็อยากขอเวลาอีกนิด ซึ่งได้แจ้งให้ผู้ใหญ่ในพรรคทราบไปแล้ว ให้แสวงหาผู้เหมาะสมกว่า คาดว่า ขณะนี้ใกล้ลงตัวแล้ว เเละในวันที่ 14 พ.ค.นี้ สส.กทม.จะเสนอชื่อต่อที่ประชุมพรรคได้ ซึ่งตนจะเข้าร่วมประชุมด้วย โดยบุคคลดังกล่าวเป็นผู้มีความรู้ ความสามารถ จิตใจดี ทำงานเป็นประโยชน์ต่อบ้านเมือง เมื่อถามว่า รายชื่อที่เป็นข่าวนั้น ผู้ชายหรือผู้หญิงมาแรง คุณหญิง ตอบสั้นๆว่า ผู้ชายมาแรง เมื่อถามว่า ผู้ใหญ่ที่ทาบทามให้ลงสมัคร สส.คือ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ใช่หรือไม่ คุณหญิงสุดารัตน์ กล่าวว่า เป็นผู้ใหญ่ในประเทศ
ส่วนนายการุณนั้น คุณหญิงสุดารัตน์ กล่าวว่า พรรคจะให้โอกาสทำงานต่อเนื่องในขอบเขตที่ถูกกฎหมาย แต่กรณีนี้ถ้าเทียบกับคำตัดสินที่ผ่านมา ที่มีการพูดแรงกว่านี้ ก็ยังไม่ถูกตัดสิทธิ แต่เมื่อศาลตัดสินออกมาก็ต้องน้อมรับ ส่วนเหตุการณ์ความวุ่นวายระหว่างนายการุณกับนายแทนคุณ จิตต์อิสระ ผู้สมัครสส.กทม.พรรคประชาธิปัตย์ ไม่เชื่อว่า จะเป็นชนวนให้การเลือกตั้งครั้งนี้เกิดความรุนแรง ตนอยู่การเมืองมา 21 ปี ไม่เคยเห็นความรุนแรงในสนามกทม. เชื่อว่า คงไม่มีใครคิดในทางเลวร้าย ใช้วิธีย้อนยุคเมื่อ 50 ปีที่แล้วมาใช้ ขอให้การเลือกตั้งครั้งนี้ไม่มีการใส่ร้ายป้ายสี ไม่สร้างสถานการณ์ให้ตัวเองดูน่าสงสาร เพื่อใส่ร้ายคนอื่น พฤติกรรมแบบนี้จะมีความจริงใจกับประชาชนได้อย่างไร
เมื่อถามว่า มั่นใจแค่ไหนว่า ผู้สมัครของพรรคเพื่อไทยจะชนะการเลือกตั้ง คุณหญิงสุดารัตน์ กล่าวว่า การเลือกตั้งทุกครั้งไม่มีใครตอบได้ เพราะการตัดสินใจอยู่ที่ประชาชน แต่ผู้สมัครต้องทำงานเต็มที่เพื่อพิสูจน์ความตั้งใจ ความจริงใจให้ประชาชนเห็น เมื่อถามว่า การเลือกตั้งครั้งนี้แพ้ไม่ได้ใช่หรือไม่ คุณหญิงสุดารัตน์ กล่าวว่า การเลือกตั้งทุกครั้งไม่มีใครอยากแพ้ ต้องทำให้ดีที่สุด ทั้งนี้ส่วนตัวพร้อมให้ความช่วยเหลือตามความเหมาะสม เพราะเป็นพื้นที่เลือกตั้งเก่าของตน อะไรช่วยได้ก็ยินดี
เมื่อถามว่า ตอนนี้มีกระแสข่าวการปรับ ครม. จะรับตำแหน่งหรือไม่ คุณหญิงสุดารัตน์ กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่ปรารถนารับตำแหน่งใดๆ ทางการเมือง ขณะนี้ยังไม่มีการปรับ ครม. ถ้าไปพูดออกไปก่อน จะเป็นการจุดประเด็นกลายเป็นปัญหา เคยพูดแล้วว่า ถ้าจะกลับมาเข้าการเมือง ควรผ่านการเลือกตั้งก่อน
คุณหญิงสุดารัตน์ กล่าวต่ออีกว่า ขณะนี้รัฐบาลยังทำงานได้ด้วยดี คนรุ่นใหม่เข้ามาบริหารก็เป็นไปด้วยดี ไม่มีปัญหาและไม่วิกฤตใดๆ คงไม่ใช่เรื่องรีบร้อนที่ต้องกลับเข้ามา แม้ไม่ได้เป็น สส.แต่ก็พร้อมทำงานเต็มตัว แต่เป็นการทำงานเพื่อส่วนรวม ถ้าเป็นนักการเมืองจะทำงานอย่างนี้ จะถูกนินทาว่า นำศาสนามาอ้าง เมื่อถามว่าประเมินสถานการณ์ขณะนี้จะมีการยุบสภาหรือไม่ คุณหญิงสุดารัตน์ กล่าวว่า ทั้งหมดขึ้นอยู่กับว่า มีความยุติธรรมแท้จริงหรือไม่ หากมีความยุติธรรมบ้านเมืองจะไม่วุ่นวาย แต่ตราบใดถ้าไม่มีความยุติธรรม ถ้ามีการตัดสินคดีโดยไม่ยึดกรอบกฎหมาย ความสงบก็เกิดยาก บ้านเมืองก็อยู่ลำบาก



