
แนวรบด้านไซเบอร์สงครามใหม่พลิกโลก
แนวรบด้านไซเบอร์สงครามใหม่พลิกโลก : มองมุมยุทธศาสตร์ โดยเรือรบ เมืองมั่น Facebook : ruarob.muangman
มองว่าเป็นเรื่องน่ายินดีที่การแฮ็กเข้าเว็บสำนักงานปลัดสำนักนายกฯ เพื่อไปด่านายกฯ ยิ่งลักษณ์ ทำให้เกิดการตื่นตัวด้านการป้องกันอาชญากรรมทางไซเบอร์สเปซ ถ้าไม่มีเหตุการณ์ปัญญาอ่อนดังกล่าว การตระหนักถึงภัยคุกคามด้านนี้ของเมืองไทยอาจจะยังช้าอยู่ จนหากเกิดเหตุการณ์ร้ายแรงกว่านี้ เช่น การพังทุกระบบสั่งการทางคอมพิวเตอร์อันเนื่องมาจากการก่อสงครามไซเบอร์ การแก้ไขอาจไม่ทันท่วงทีเป็นเหตุให้การดำเนินการของรัฐในโลกของความเป็นจริงล้มเหลวได้
อาชญากรรมทางคอมพิวเตอร์ไม่ใช่แค่เรื่องของอัจฉริยะที่ไม่มีอะไรทำ เอาแต่เล่นบ๊องๆ อวดสาว หรือเป็นเพียงช่องทางของอาชญากรทางเศรษฐกิจหลอกขโมยเงินในบัญชีชาวบ้าน แต่เป็นเรื่องที่สำคัญต่อประเทศชาติมากกว่านั้นหลายเท่า เพราะมันคืออาวุธไร้สมมาตรที่ไม่มีข้อจำกัดด้านงบประมาณ ไม่สนว่าบุคลากรจะมีกี่คน แข็งแรงหรือไม่ มีแค่เด็กหนุ่มที่สมองเป็นเลิศคนเดียวพร้อมแป้นคีย์บอร์ดก็อาจทำให้ประเทศที่ด้อยกว่าทางทหารมีโอกาสทัดเทียมกับมหาอำนาจในสงครามจริง เรื่องพวกนี้กำลังเกิดขึ้นจริงๆ ในยุคดิจิตอล ภัยคุกคามประเภทนี้ที่มองไม่เห็นตัวตนซะยิ่งกว่าเครื่องบินสเตลท์นั้น ได้รับการประเมินจากสำนักข่าวกรองแห่งชาติของสหรัฐว่า ในอนาคตอันใกล้จะกลายเป็นภัยคุกคามอันดับหนึ่ง แซงหน้าภัยจากการก่อการร้ายด้วยซ้ำ
การแฮ็ก หรือเข้าถึงข้อมูลสำคัญทางคอมพิวเตอร์ จะนำไปสู่ความฉิบหายหลายอย่างของผู้ถูกแฮ็ก ไม่ว่าจะเป็นการถูกล้วงเอาข้อมูลความลับไป การเปลี่ยนสาระของข้อมูลจนทำให้คนต่อไปที่เข้าใช้ถูกหลอก ไปจนถึงขั้นหนักสุดคือการปฏิเสธการให้บริการของระบบนั้น ซึ่งจะให้การคนที่ควรเข้าถึงข้อมูลจะเข้าไม่ได้ ผู้ร้ายสามารถควบคุมระบบบางส่วนหรือทั้งหมด ทำให้การสั่งการต่างๆ หยุดชะงัก ในโลกที่แทบทุกอย่างพึ่งพาคอมพิวเตอร์ในการสั่งการ สิ่งนี้คือหายนะ ลองคิดดูว่า หากไทยมีปัญหากับประเทศที่มีแฮ็กเกอร์ขั้นเทพ แล้วระบบสั่งการท่าเรือ หอบังคับการบิน การสื่อสารผ่านดาวเทียม หรือเครื่องบินไร้คนขับ ทำงานไม่ได้ ประเทศเราจะยุ่งแค่ไหน ทั้งกองทัพในแนวหน้าและแนวหลังอย่างประชาชน
หลายประเทศไม่อยู่เฉยในเรื่องนี้ ประเทศที่มีความเป็นปรปักษ์กับเพื่อนบ้านสูง เช่น สามประเทศในเอเชียตะวันออกไกล อิสราเอลในวงล้อมอาหรับ และแน่นอนว่า ประเทศรวยๆ ทั้งหลายต่างเตรียมพร้อมในการทำสงครามไซเบอร์กันอย่างเต็มที่ มีการจัดตั้งกองกำลังนักรบไซเบอร์อย่างเป็นระบบ เช่น สหรัฐ มีหน่วยบัญชาการยูเอสไซเบอร์คอม ฐานะเทียบเท่าหน่วยบัญชาการอื่นๆ เกาหลีใต้ก็มีหน่วยงานถึงระดับกองบัญชาการ อินเดียมีหน่วยควบคุมและสั่งการด้านนี้เป็นการเฉพาะ ส่วนจีนมีหน่วยรบพิเศษสงครามไซเบอร์ ชื่อว่า ไซเบอร์บลูทีม ประจำการเต็มเวลา สิ่งที่พวกนี้ทำในเชิงป้องกันก็คือ เฝ้าระวังไม่ให้ศัตรูเล่นงานทางคอมพิวเตอร์ได้ในทางรุก แต่พวกนี้สามารถทำได้มากกว่านั้น ไม่ว่าจะเป็นการเผยแพร่อุดมการณ์ หรือทำลายเครือข่ายควบคุมและสั่งการของฝ่ายตรงข้าม จะถูกหรือผิดกฎหมายก็ดูยาก เพราะมองกันไม่เห็น ทุกวันนี้คู่แข่งทางยุทธศาสตร์ก็โวยใส่กันในเรื่องนี้อยู่ตลอดเวลา แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ ส่วนหนึ่งเพราะกฎหมายในระดับสากลไม่สามารถบังคับใช้กับรัฐได้
ของไทยเราก็ควรตั้งหน่วยงานแบบนี้มั่งได้แล้ว แต่การหาอัจฉริยะมาใช้งานนั้นเป็นเรื่องลำบากของหน่วยงานรัฐ เพราะขาดเงิน ขาดโอกาสจูงใจ แฮ็กเกอร์ก็อาจไม่สนใจ พวกเขาสามารถทำเงินได้มากกว่าจากการเขียนโปรแกรมเกมออนไลน์หรือรักอิสระในชีวิตมากกว่า บางทีต้องผ่อนปรนให้อภิสิทธิ์แก่คนเหล่านี้เป็นพิเศษ เพราะพวกเขาคือคนพิเศษที่จำเป็นสำหรับโลกอนาคต ไม่ต้องดูตามกฎหมายมากนัก ซึ่งความเป็นจริงในประเทศของเรา เรื่องอภิสิทธิ์ไม่ต้องทำตามระเบียบกฎเกณฑ์ต่างๆ ก็มีเยอะอยู่แล้วไม่ใช่หรือ



