ข่าว

"เคอิโงะ"มอบเงินช่วย"น้องต่าย"เด็กยอดกตัญญู

"เคอิโงะ"มอบเงินช่วย"น้องต่าย"เด็กยอดกตัญญู

05 มิ.ย. 2552

"เคอิโงะ" เห็นใจ "น้องต่าย" เด็กหญิงยอดกตัญญู เพื่อนร่วมชั้น ป.4 โรงเรียนเดียวกัน มอบเงินช่วยเหลือหลังถูกโจรชิงเงิน แนะนำให้เพื่อนดูแลแม่ให้ดี

 เมื่อวันที่ 5 มิ.ย. จากกรณีเด็กหญิงอังคณา แสงสุนทร หนูน้อยวัย 9 ขวบ ชั้น ป.4 ชีวิตแสนลำบากหลังเลิกเรียนตอนเย็นต้องช่วยแม่หาเงิน นำสินค้าประเภทผัก รังผึ้ง จากพิจิตรไปส่งให้แม่ที่ตลาดสถานีรถไฟพิษณุโลก และนอนอยู่กับแม่จนเช้าแล้วขึ้นรถไฟตามลำพังกลับมาเรียนหนังสือที่พิจิตร ขณะที่แม่ป่วยเป็นโรคมะเร็งเต้านมขาดการพบแพทย์ต่อเนื่องอาการเริ่มบวมโตแต่ไม่หยุดขายของ เนื่องจากต้องหาเงินใช้หนี้รายวันนอกระบบ หลังจากที่ทางจังหวัดพิจิตรและหน่วยงานเข้าทำการช่วยเหลือ ซ้ำได้มีคนร้ายขับรถจักรยานยนต์ ได้กระชากกระเป๋าที่ นางสมพงษ์ สุขเอี่ยม ใส่ไว้ในกระตะกร้าหน้ารถจักรยานยนต์ไปทั้งหมด

 ก่อนเลิกเรียนเวลา 15.30 น. เด็กชายเคอิโงะ ซาโต พร้อมด้วยนางปัทมา จตุพิศ ป้าของเด็กชายเคอิโงะได้ทำการมอบเงินช่วยเหลือแก่เด็กหญิงอังคณาเพื่อนร่วมชั้นแต่เรียนอยู่คนละห้องกัน  เด็กชายเคอิโงะ กล่าวว่า เนื่องจากเกิดความเห็นอกเห็นใจต่อเพื่อนที่มีฐานะยากจนเหมือนกัน และขอให้สู้อย่าท้อ พร้อมให้กำลังใจ ส่วนน้องต่ายได้กล่าวขอบคุณ คูณป้าปัทมา และเคอิโงะ ที่มอบเงินช่วยเหลือ พร้อมทั้งจะนำเงินเก็บรักษารวบรวมไว้ใช้หนี้ให้กับแม่ ส่วนทางสมาคมชาวจังหวัดพิจิตรได้นำเรื่องของน้องต่าย เข้าที่ประชุมเพื่อหาทางช่วยเหลือ แก่ครอบครัวของน้องต่ายต่อไป

 เด็กชายเคอิโงะ กล่าวว่า  ได้ทราบข่าวถึงการต่อสู้ชีวิตของเพื่อนและยังทราบอีกว่าแม่เป็นมะเร็งจึงอยากช่วยเหลือ และขอให้เพื่อนตั้งใจเรียน และทำความดี พร้อมทั้งขอให้ ต่าย ดูแลแม่ให้ดีดี เพราะว่าผมไม่มีแม่แล้ว
 ทางด้าน น้องต่าย กล่าวว่า  รู้สึกดีใจ และเคอิโงะเป็นคนดี ตนเองจะนำเงินเคอิโงะมอบให้ ไปให้แม่ใช้หนี้ สำหรับสิ่งที่ตนเองอยากได้คือตุ๊กตาบาร์บี้แต่นั่นไม่สำคัญ  เพราะสิ่งที่ต้องการที่สุดตอนนี้คือให้คุณแม่หายป่วย   เพราะยากให้คุณแม่อยู่กับหนูนานๆ ต้องการมีบ้านให้คุณแม่ได้อยู่ และใช้หนี้ที่มีอยู่ให้หมด
 
 ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า  หลังจากที่ทางจังหวัดพิจิตรและหน่วยงาน เข้าช่วยเหลือครอบครัวของน้องต่าย พร้อมได้กำชับไม่ให้น้องต่ายเดินทางนำสินค้าไปขายที่ตลาดพิษณุโลกอีก โดยเกรงว่าจะเกิดเหตุอันตรายทำให้รายได้ในการเลี้ยงชีพของครอบครัวขาดหายไป ทั้งที่น้องต่ายได้กระทำการเร่ขายผักและสินค้ามาตลอดระยะเวลาถึง 6 ปี แล้วก็ตาม

 นายถนอม บุญโต อาชีพ ขายอาหารตามสั่งและขับรถรับจ้าง บริเวณสถานีรถไฟพิจิตร กล่าวว่า  น้องต่ายเป็นเด็กขยันแข็งขัน เกือบทุกวันในช่วงเวลาเย็นหลังเลิกเรียนจะเห็นน้องต่าย นำผัก และสินค้า พร้อมด้วยตำราเรียน มารอโดยสารขึ้นรถไฟขบวนธรรมดา 201 กรุงเทพ - พิษณุโลก โดยรถไฟออก เวลา 17.05 เมื่อมาถึงสถานี ทางเจ้าหน้าที่รถไฟ รวมถึง บรรดาผู้โดยสาร จะช่วยกันขนสินค้าของน้องต่าย ขึ้นรถไฟ เพื่อนำไปให้แม่จำหน่ายสินค้า พร้อมทั้งทำการบ้านตามตำราเรียนที่ตลาด พอวันรุ่งขึ้น ตอน ช่วงเวลา 7.00 น. น้องเขาจะกลับมาทางรถไฟธรรมดา ขบวนที่ 202 พิษณุโลก - กรุงเทพ เป็นประจำ หากรถไฟเสียเวลา จะมาสาย ซึ่งตนเองขายของอยู่ เรียกกินน้ำกินข้าว น้องเขาจะบอกว่าไม่กิน อาจจะเป็นเพราะเกรงใจเป็นแน่ ตนเองอยากให้หน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน เข้าช่วยเหลือ น้องต่าย เพื่อเป็นทุนการศึกษาให้จบระดับชั้นสูงด้วย

 ด้าน ครูประไพ นรพักตร์ ครูประจำชั้นประถม 4/2 ของ น้องต่าย กล่าวว่า  ”น้องต่ายเป็นที่รักของบรรดาเพื่อนๆ นิสัยดี กล้าแสดงออก เป็นผู้นำของกลุ่มการเรียน ช่างพูด ช่างคุย เรียนหนังสือในเกณฑ์ดี สอบได้อันดับ ที่ 8 จากนักเรียน 22 คน ได้ 70 เปอร์เซ็นต์ ของนักเรียน ในส่วนเรื่องการมาเรียน น้องเองมาสายค่อนข้างบ่อย โดยบรรดาครูต่างรับทราบว่า น้องเขาต้องมีภาระช่วยงานทางบ้าน แต่ไม่ว่าอะไร มาสายอย่างไร แต่ขอให้มาเรียน ซึ่งทางโรงเรียนต่างช่วยเหลือไม่ว่าจะเป็นเรื่องอาหารกลางวัน รวมไปถึงอุปกรณ์การเรียนต่างๆนานาอยู่ตลอดด้วย