
ขอบคุณครับ'คู่แข่ง'
ขมน้ำตาล หวานบอระเพ็ด : ขอบคุณครับ คู่แข่ง : โดย...พัฒนเดช อาสาสรรพกิจ
ภาพยนตร์คาวบอยเรื่องหนึ่งฉายทางโทรทัศน์สมัยที่ผมยังเป็นเด็ก ก่อนที่จะเริ่มต้นฉายแต่ละครั้งช่วงที่เป็นไตเติ้ลของรายการ จะมีคำพูดทำนองเป็นคติพจน์สอนใจทุกครั้งว่า “ชีวิตคือการต่อสู้ ศัตรูคือยาชูกำลัง” ซึ่งมีความหมายสอนให้คนเราไม่ย่อท้อต่ออุปสรรคใดๆ ทั้งสิ้น รวมถึงเป็นการบอกให้รู้ว่าไม่มีความสำเร็จใดที่จะได้มาโดยง่าย ผมชอบและติดใจจนจำประโยคดังกล่าวสอนตัวเองมาจนทุกวันนี้
หลายความสำเร็จเกิดขึ้นได้เพราะมีคู่แข่งหรือมีศัตรูที่เข้มแข็ง ด้วยว่าศัตรูหรือคู่แข่งที่เข้มแข็งทำให้เราทำการโดยไม่ประมาท ตัวอย่างเช่นหากไม่มีรัสเซียเป็นผู้นำประเทศคอมมิวนิสต์ที่แข็งแกร่ง สหรัฐอเมริกาก็คงไม่รีบเร่งที่จะพัฒนาอาวุธ เพื่อให้บรรดามิตรประเทศเอาไว้ใช้ต่อต้านรัสเซีย จนสหรัฐอเมริกากลายเป็นผู้นำทางเทคโนโลยีด้านอาวุธเช่นในทุกวันนี้
ภาพยนตร์ไทยเรื่อง พี่มากพระโขนง ซึ่งประสบความสำเร็จสูงยิ่ง เพราะสามารถทำรายได้เกิน 500 ล้านบาทนั้น มาจากปัจจัยหลายประการด้วยกัน แต่ส่วนหนึ่งต้องยกความดีให้ภาพยนตร์เรื่องคู่กรรม ที่เข้าฉายในช่วงเวลาใกล้เคียงกัน และถูกกล่าวขานถึงในฐานะที่เป็นคู่แข่งกันโดยตรง ทั้งเนื้อหาและดาราที่นำแสดง
ภาพยนตร์ทั้งสองเรื่องถูกนำมาสร้างและฉายให้คนไทยชมกันหลายต่อหลายครั้งแล้ว เพียงแต่ครั้งนี้ พี่มากพระโขนง ดัดแปลงชื่อและตัวเอกที่เล่าเรื่องจาก นางนาคพระโขนง มาเป็น พี่มาก ซึ่งเป็นสามีของนางนาคตามท้องเรื่อง ในขณะที่ คู่กรรม ยังคงต้องใช้บทภาพยนตร์ที่นำมาจากนิยาย ซึ่งต้องเคารพผู้ประพันธ์จนทำให้ไม่สามารถดัดแปลงเรื่องราวได้มากนัก ต่างจากพี่มาก ซึ่งจะดัดแปลงอย่างไรก็ได้ เพราะเรื่องดั้งเดิมคือนางนาคพระโขนงนั้น เป็นเพียงเรื่องเล่าหรือนิยายพื้นบ้าน ซึ่งไม่มีเจ้าของบทประพันธ์โดยตรง
ดารานำของทั้งสองเรื่องโดยเฉพาะตัวเอกฝ่ายชาย ถูกยกให้เป็นดาราที่โด่งดังมีผู้คนติดตามมากที่สุดในยุคนี้ ต้นสังกัดหรือค่ายของภาพยนตร์ทั้งสองเรื่อง ล้วนแล้วแต่เป็นค่ายใหญ่อันดับต้นๆ ของเมืองไทย ข่าวคราวที่เกิดขึ้นก่อนที่ภาพยนตร์ทั้งสองเรื่องจะออกฉาย จะออกมาในแนวดราม่าที่กำหนดให้ภาพยนตร์ทั้งสองเรื่องเป็นคู่แข่งกันโดยตรง สาระสำคัญของข่าวก็คือเรื่องใดจะสามารถทำเงินได้มากกว่ากัน
ท้ายที่สุดแม้จะมีผลลัพธ์ออกมาว่า พี่มากพระโขนงสามารถทำรายได้มากกว่าคู่กรรม แต่คนพ่ายแพ้คือผู้ชมเพราะตกเป็นเหยื่อของการประชาสัมพันธ์ให้ภาพยนตร์ทั้งคู่ เพราะแม้ว่าคู่กรรมจะทำรายได้น้อยกว่าพี่มากพระโขนงก็ตาม แต่ก็ยังอยู่ในสภาพที่มีกำไรมากพอสมควร ไม่ได้น้อยกว่าจนถึงขั้นที่อยู่ในภาวะขาดทุนแต่อย่างใด
กำไรหรือรายรับที่ทะลุ 500 ล้านของพี่มากพระโขนงในครั้งนี้ ส่วนหนึ่งจึงต้องยกเครดิตให้คู่กรรมด้วย เพราะหากไม่ลงโรงฉายพร้อมกัน ผมเชื่อว่ารายได้ของพี่มากพระโขนงก็จะไม่สามารถทำได้สูงเท่านี้แน่นอนครับ
-------------------
(ขมน้ำตาล หวานบอระเพ็ด : ขอบคุณครับ คู่แข่ง : โดย...พัฒนเดช อาสาสรรพกิจ)



