ข่าว

'มาร์ค'ชี้'รบ.'2มาตรฐานถือหาง'แดง'

'มาร์ค'ชี้'รบ.'2มาตรฐานถือหาง'แดง'

12 พ.ค. 2556

'อภิสิทธิ์' ซัด 'รบ.-พท.' 2 มาตรฐาน ถือหาง 'เสื้อแดง' ชี้ 'ปชป.' ถูกป่วนเกือบทุกเวที ยังเฉย รับห่วง ลต.ซ่อม 'ดอนเมือง' หวั่นรุนแรง

 

                         12 พ.ค. 56  เมื่อเวลา 14.20 น.  นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรและหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่มีมวลชนคนเสื้อแดงเข้าไปก่อกวนในเวทีฝ่าความจริง จ.พะเยา ของพรรคประชาธิปัตย์ เมื่อวันที่ 11 พ.ค.ที่ผ่านมา แม้ว่านายวิสุทธิ์ ไชยณรุน รองประธานสภาผู้แทนคนที่ 2 ในฐานะ ส.ส.พะเยา จะระบุไม่มีคนเสื้อแดงไปป่วนเวทีดังกล่าวว่า ไม่ทราบว่าคนที่มาก่อกวนนั้นมาจากไหน เพราะในพื้นที่ จ.พะเยา ก็มี ส.ส.หลายคน ถ้ารัฐบาลจริงใจที่จะป้องกัน เหตุการณ์แบบนี้ก็คงจะไม่เกิด ถ้าผู้นำพรรคเพื่อไทยซึ่งยอมรับอยู่ตลอดเวลาว่า เป็นเนื้อเดียวกับคนเสื้อแดงมีความตั้งใจจริง ที่จะเปิดโอกาสให้พรรคการเมืองฝ่ายตรงข้ามหรือนักการเมือง ได้ทำงานเหตุการณ์นี้ก็จะไม่เกิด เชื่อว่าไม่เกินวิสัยของนายกฯ และหัวหน้าพรรคเพื่อไทย

                         ผู้นำฝ่ายค้านฯ กล่าวว่า นอกจากนี้เห็นว่ายังมีที่ จ.เชียงราย ด้วย ที่มีความพยายามค้นรถ ปิดทางเข้า-ออก สนามบิน ของคณะพรรคประชาธิปัตย์ ถือว่าไม่เหมาะสม จึงอยากเรียกร้องพรรคเพื่อไทยและรัฐบาลที่ไม่พยายามที่จะหยุดสิ่งเหล่านี้ ซึ่งตนก็รู้สึกเห็นใจ เจ้าหน้าที่ก็วางตัวลำบาก เพราะไม่อยากให้เกิดการกระทบกระทั่ง แต่เขาก็วางตัวยาก ดังนั้นที่ดีที่สุดการเมืองแต่ละฝ่ายต้องหยุดพฤติกรรม เหล่านี้ด้วยตัวเอง ถ้าแต่ละฝ่ายให้สิทธิ์กับอีกฝ่ายหนึ่งก็จะจบ ก็ต้องถามกลับไปยังพรรคเพื่อไทย และคนเสื้อแดงว่า จะทำการเมืองกันแบบนี้ตลอดใช่หรือไม่ เพราะเห็นคนอื่นอดทนอดกลั่นเลยใช้วิธีไปขัดขวาง ก่อกวน ยั่วยุตลอดเวลา แต่ถ้าฝ่ายอื่นทำ บ้านเมืองก็คงวุ่นวาย เพราะฉะนั้นทำไมไม่อยู่ในกติกามารยาทเดียวกัน

                         "มีคนอึดอัดเพราะทำบ่อยเข้า ไม่ใช่เฉพาะกับพรรคประชาธิปัตย์เคลื่อนไหว แต่คนเสื้อแดงได้ปฏิบัติศาลต่อสื่อ มากเข้าความอึดอัดของคนก็สะสมเขารู้สึกว่าทำไมถึงมีคนกลุ่มหนึ่งมีสิทธิพิเศษ เหนือคนอื่นทั้งหมด ทำผิดกฎหมาย ตำรวจก็เกรงใจ รัฐบาลก็ให้ท้าย เดี่ยวนี้ใช้ไม่ได้ ส่วนจะยุติภาวะนี้ได้หรือไม่ อยู่ที่รัฐบาล และพรรคเพื่อไทย ว่าจะหยุดพฤติกรรมนี้ได้หรือยัง อย่างไรก็ตาม ผมไม่ขัดข้องเรื่องการใช้สิทธิเสรีภาพ แต่ไม่คิดว่า ใครจะมีสิทธิไปค้นรถ ถ้าไม่ใช่เจ้าหน้าที่ที่มีเหตุผล มีอำนาจทางกฎหมายที่จะไปค้น และการตั้งเวทีปราศรัยก็มีกรอบปฏิบัติอยู่แล้ว แต่มีคนสามารถใช้รถกระจายเสียง ก่อกวนการปราศรัยและการทำกิจกรรมได้ เป็นคนละเรื่องกันกับสิทธิเสรีภาพ"

                         ผู้สื่อข่าวถามว่า สภาพบ้านเมืองขณะนี้คิดว่ากระบวนการทางกฎหมายมีผลบังคับใช้ได้หรือไม่ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ใช้ได้กับบางกลุ่ม เพราะไม่เสมอภาค สองมาตรฐาน อย่างที่มีคนเคยพูด แต่เรื่องนี้เป็นรูปธรรมเลย เพราะตนมั่นใจว่าลองเป็นคนกลุ่มอื่นทำบ้าง คงโดนดำเนินการหมด ไม่ต่างอะไรกับการที่มีการวิพากษ์วิจารณ์นายกรัฐมนตรี ความรุนแรงต่างๆ ก็เกิดขึ้น

 

รับห่วง ลต.ซ่อม 'ดอนเมือง' เชื่อรุนแรง

 

                         นายอภิสิทธิ์ กล่าวถึงสถานการณ์การเลือกตั้งซ่อมในเขตดอนเมือง ว่า ตนรู้สึกเป็นห่วงและไม่อยากให้เกิดความขัดแย้งเกิดขึ้น อยากให้ทุกฝ่ายระมัดระวังและไม่อยากให้กระบวนการเลือกตั้งซ่อมทำให้เกิดความขัดแย้งรุนแรงขึ้น ดังนั้นทุกฝ่ายหาทางหลีกเลี่ยงไม่ให้เกิดความกระทบกระทั่ง และเหตุการณ์เมื่อวาน (11 พ.ค.) ก็ไม่ควรที่จะเป็นชนวนความขัดแย้ง ซึ่งก็เป็นหน้าที่ของพรรค ที่จะหาทางป้องกันไม่ให้เกิดความขัดแย้งควรเดินไปในบรรยากาศที่ไม่นำไปให้เกิดความขัดแย้ง เพราะการเลือกตั้งเป็นกระบวนการที่สำคัญในระบอบประชาธิปไตย

                         ผู้สื่อข่าวถามว่า การหาเสียงครั้งนี้มีระยะเวลาค่อนข้างสั้น มีความกังวลใจหรือไม่ ผู้นำฝ่ายค้านฯ กล่าวว่า ไม่กังวลเพราะคณะกรรมการเลือกตั้ง (กกต.) ได้กำหนดกรอบระยะเวลาประมาณนี้ ซึ่งครั้งนี้ก็เป็นการเลือกตั้งในพื้นที่กทม. คงไม่ยากลำบากในการระดมสรรพกำลัง ซึ่งพรรคและผู้สมัครก็ต้องไม่หวั่นไหว จะไปหวั่นไหวในสิ่งอื่นๆ ไม่ได้ เรามีหน้าที่ในการเสนอตัวและความคิด แต่จะทำอะไรก็ขอให้ระมัดระวังอย่าให้เกิดความกระทบกระทั่งกันดีที่สุด

                         หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า กรรมการบริหารพรรคคงจะพิจารณาตัวบุคคล ได้ในวันจันทร์ที่ 13 พ.ค.นี้ ซึ่งหลักการคือเลือกคนที่มีความตั้งใจที่จะทำงาน รับใช้พี่น้องคนดอนเมือง คุณสมบัติเป็นนักการเมืองที่ดี ซึ่งในส่วนของนายแทนคุณ จิตต์อิสระ ก็ได้แสดงความจำนงที่จะลงรับสมัคร เพราะได้ทำงานในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตามในส่วนของพรรค แม้จะไม่มีโอกาสได้รับเลือกตั้งเป็นส.ส.ในพื้นที่นี้มานานแต่เราก็พยายามเข้าไปทำงานรับใช้ประชาชน เช่น การเลือกตั้งสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) ที่ผ่านมาพรรคประชาธิปัตย์ก็ได้รับเลือก แต่เราก็ทำเต็มที่และคิดว่าเป็นโอกาส ทราบว่าเป็นพื้นที่ที่ยากที่สุดพื้นที่หนึ่งในกทม. ส่วนจะมียุทธศาสตร์อะไรมานำเสนอนั้น คงจะได้คุยกันในกรรมการบริหารพรรค ซึ่งก็จะมีผู้อำนวยการการเลือกตั้งครั้งนี้ด้วย

 

อัด 'รบ.' ปิดกั้น 'ภาคปชช.' ตรวจสอบโครงการเงินกู้ 2 ล้านล้าน

 

                         นายอภิสิทธิ์ กล่าวถึงกรณีที่สั่งให้ลูกพรรคประชาธิปัตย์ เตรียมจับตาเงินกู้ 2 ล้านล้านบาท ว่า กรรมาธิการ (กมธ.) รายงานให้ตนทราบว่ามีสัญญาณในการเร่งรัด แม้แต่การจัดตั้งที่ปรึกษาซึ่งเป็นคนนอกที่จะเข้ามาช่วยตรวจสอบกลั่นกรอง รัฐบาลก็พยายามพูดตลอดเวลาว่า พร้อมที่จะให้ตรวจสอบ แต่เอาเข้าจริง ไม่สามารถที่จะดำเนินการได้ เช่น ในส่วนของที่ปรึกษาที่มีการเสนอไป แต่ถูกรัฐบาลปฏิเสธ มีตัวแทนขององค์กรเครือข่ายคอรัปชั่นภาคเอกชน ซึ่งเรื่องนี้ก็เป็นปัญหา รัฐบาลมักจะบอกว่าอยากจะทำงาน เรื่องความโปร่งใสกับภาคส่วนต่างๆ แต่เวลาทำจริง ให้เขาไปมีโอกาสเข้าถึงข้อมูลก็มักจะปิดกั้น

                         ผู้สื่อข่าวถามว่า ก่อนหน้านี้มีการทำข้อตกลง เรื่องคุณธรรม วันนี้ท่าทีของรัฐบาลแบบนี้ถือว่าฉีกข้อตกลงหรือยัง ผู้นำฝ่ายค้านฯ กล่าวว่า ตนพูดมาตลอดว่า ตั้งแต่เงินกู้ 3.5 แสนล้านบาท เรื่องน้ำท่วม เงินงบกลาง 1.2 แสนล้านบาท และมาจนถึงเงินกู้ 2 ล้านล้านบาท ยังไม่เห็นความจริงใจของรัฐบาลที่จะให้คนเข้าถึงข้อมูลหรือตรวจสอบได้อย่างแท้จริง อย่างไรก็ตาม ตนคิดว่า การเปิดรายละเอียดเกี่ยวกับโครงการเงินกู้ต่างๆ ต้องโปร่งใสกว่านี้ ต้องตรวจสอบได้ และเปิดโอกาสให้คนนอกเข้าถึงข้อมูล แสดงทัศนะความเห็นได้

                         ผู้สื่อข่าวถามว่า มีอดีตผู้พิพากษาศาลฎีกา ออกมาตั้งข้อสังเกตว่าเหตุผลที่มีการคุกคามศาลรัฐธรรมนูญ เพราะกลัวว่าเงินกู้ 2 ล้านล้านบาทไม่ผ่าน และไปติดขัดที่ศาลรัฐธรรมนูญ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ตนย้ำหลายครั้งว่ารัฐบาลพยายามทำหลายเรื่อง และรู้ตัวว่าน่าจะขัดกับรัฐธรรมนูญหรือหมิ่นเหม่ ที่จะขัดกับรัฐธรรมนูญจึงได้ไปกดดันศาลไว้ล่วงหน้า เพื่อไม่ให้เรื่องเหล่านี้เมื่อไปถึงศาลรัฐธรรมนูญ จะเป็นอุปสรรคกับการต้องการเดินหน้าเรื่องของตัวเอง