ข่าว

บอกความเป็น'ไทย'ผ่านเสื้อผ้า

บอกความเป็น'ไทย'ผ่านเสื้อผ้า

13 พ.ค. 2556

บอกความเป็น'ไทย'ผ่านเสื้อผ้า


          ยุคนี้คนไทยหาโอกาสสวมใส่ชุดไทยยากเหลือเกิน ทั้งๆ ที่ชุดไทยสวยงามอลังการอย่างหาที่ติไม่ นั่นเองจึงเป็นเหตุให้ พิพิธภัณฑ์ผ้าในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ จัดกิจกรรม “แต่งไทยพระราชนิยม เดินชมไม่เสียอัฐ” เชิญชวนชาวไทยร่วมสืบสานความเป็นไทย ด้วยการแต่งกายชุดไทยเข้าชมนิทรรศการโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย เพื่อฉลองครบ 1 ปีของพิพิธภัณฑ์ เมื่อวันก่อน

          ปิยวรา ทีขะระ หัวหน้าโครงการพิพิธภัณฑ์ผ้าในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ กล่าวว่า เนื่องจากวันที่ 9 พฤษภาคม เป็นวันครบ 1 ปี ที่เปิดพิพิธภัณฑ์ผ้าฯ โดยเมื่อปีที่แล้ว สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จฯ แทนพระองค์ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ มาทรงเปิดพิพิธภัณฑ์ผ้าฯ อย่างเป็นทางการ ด้วยเหตุนี้จึงจัดกิจกรรมพิเศษขึ้นเพื่อฉลองครบรอบ รวมทั้งตอบแทนผู้ที่รักในความเป็นไทยที่ร่วมแต่งกายอย่างไทยมาชมพิพิธภัณฑ์ผ้าฯ

          “สำหรับกิจกรรมแต่งไทยพระราชนิยม เดินชมไม่เสียอัฐ เป็นแนวคิดที่อยากจะให้คนที่มาเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์ผ้าฯ ได้แต่งตัวอย่างไทยสักหนึ่งวัน เนื่องจากทุกวันนี้ก็คงไม่มีการใส่ชุดไทยกันบ่อยๆ ส่วนมากที่เห็นสวมใส่กันในโอกาสสำคัญ เช่น งานพระราชพิธีต่างๆ หรืองานมงคลสมรส จึงถือโอกาสนี้เป็นวันพิเศษที่จะรณรงค์ให้คนไทยหันมาแต่งกายอย่างไทยมาที่พิพิธภัณฑ์ผ้าฯ อาจจะแต่งชุดไทยพระราชนิยม หรือชุดไทยที่ประยุกต์ตามแต่สะดวก อย่างถ้าเป็นชุดไทยสมัยรัชกาลที่ 4 ก็ห่มสไบ ใส่ผ้าจีบ ถ้าสมัยรัชกาลที่ 5 นุ่งจีบสวมเสื้อแขนหมูแฮม หรือสวมเสื้อลูกไม้ นุ่งโจงกระเบน หรือนุ่งซิ่น ซึ่งก็อยู่ในประวัติศาสตร์การแต่งกายไทยเรื่อยมา หรือจะแต่งชุดพื้นเมืองเป็นชนเผ่าต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นชาวไทยภูเขา หรือชุดไทยพื้นเมือง อย่างม่อฮ่อม ผ้าซิ่นภูไท ขอให้มีความเป็นไทยก็สามารถเข้ามาชมพิพิธภัณฑ์โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายได้ทั้งหมด ถือเป็นของขวัญที่มอบให้ทุกๆ คน” หัวหน้าโครงการ เล่าที่มาที่ไปของกิจกรรม

          ขณะที่ ดร.อนุชา ทีรคานนท์ อดีตผู้อำนวยการสถาบันไทยคดีศึกษา กล่าวถึงอัตลักษณ์ของความเป็นชาติไทย ที่สะท้อนผ่านเครื่องแต่งกาย และผ้าชนิดต่างๆ อันเป็นเอกลักษณ์ของชาติตั้งแต่สมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้นจนถึงปัจจุบัน ซึ่งยังคงความร่วมสมัยไม่ตกยุคว่า ในปัจจุบันผ้าไทยหาได้ง่ายขึ้น ราคาถูกลง และมีความหลากหลายสามารถนำมาใช้ได้ง่ายขึ้น เนื่องจากปัจจุบันมีการพัฒนาในเรื่องของเนื้อผ้า ทั้งในแง่ของสีสัน ผิวสัมผัส ความหนาบาง ความเหมาะสมที่จะใช้ในสภาพอากาศต่างๆ อย่างบ้านเราเป็นเมืองร้อนก็มักจะพูดกันไปว่า ใส่ผ้าไหมแล้วร้อน ซึ่งจริงๆ ผ้าไหมในปัจจุบันก็มีหลายเนื้อให้เลือก ซึ่งก็สามารถเลือกให้เหมาะสมกับสภาพดินฟ้าอากาศ และเหมาะกับบุคลิกของตัวเอง

          “อีกไม่นานนี้ประเทศไทยจะเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ยิ่งควรให้ความสำคัญกับการคงอัตลักษณ์ของชาติไทยไว้ จะเห็นว่าประเทศเพื่อนบ้านเราก็จะมีเสื้อผ้าของผู้หญิง ผู้ชาย ที่แสดงความเป็นอัตลักษณ์ของตัวเอง ซึ่งเป็นเสน่ห์ของอาเซียน และเป็นเสน่ห์ของประเทศไทย ที่สะท้อนถึงความรุ่มรวยทางวัฒนธรรมที่มีเสื้อผ้าเครื่องแต่งกายในหลายรูปแบบ หลายลักษณะ หลายภูมิภาค บางอย่างก็อาจจะอิงกับชาติพันธุ์ต่างๆ ให้เรานำมาใช้ประยุกต์ให้เหมาะสมกับโอกาส และกาลเทศะ" ผู้เชี่ยวชาญด้านผ้าไทยให้ความรู้

          ปิดท้ายที่สาวรุ่นใหม่ที่ใส่ชุดผ้าไทยไปร่วมงาน "แก้ม" สามสรา เอี่ยมเอกดุลย์ บอกว่า โดยส่วนตัวชอบชุดไทยอยู่แล้ว เพราะถ้ามีงานพิธีใหญ่ๆ หรือโอกาสสำคัญที่เป็นงานของครอบครัวอย่างงานบวช งานแต่ง ก็จะได้แต่งชุดแบบไทยๆ อยู่เสมอ เรียกว่าต้องมีชุดติดตู้เสื้อผ้าไว้เลย อย่างวันนี้เลือกนุ่งซิ่นที่ตัดเย็บจากผ้าไหมยกย้อมสี ซึ่งคนสมัยนี้อาจจะคิดว่าใส่ผ้าไหมแล้วอาจดูสูงวัย หรือดูเชย แต่เราสามารถเลือกสีแบบให้ทันสมัยได้ สำหรับผ้าไหมผืนนี้เป็นผ้าที่คุณแม่เก็บไว้ให้ ก็เลยนำมาตัดเป็นซิ่น ส่วนเสื้อก็ไม่จำเป็นต้องเป็นคอตั้งเสมอไป แต่ก็เลือกแบบที่ดูเรียบร้อยและโทนที่เข้ากับซิ่นมาจับคู่เข้าด้วยกัน ก็สวยแปลกตาและมีความงามอย่างไทยด้วย เติมความเก๋ด้วยรองเท้ากระเป๋าแบบสมัยใหม่ที่ผสมผสานเข้ากันได้อย่างลงตัว