
เสียงครวญหลังสิ้นเสียงบึ้มที่ปัตตานี
เสียงครวญหลังสิ้นเสียงบึ้มที่ปัตตานี 'ไม่รู้จะไปไหนแล้ว ก็ต้องหากินที่นี้ตลอดชีวิต' : สุพิชฌาย์ รัตนะ/ปาเรซ โลหะสัณห์รายงาน
เสียงดังสนั่นจากระเบิดหน้าห้างไดอาน่า และหน้าบริษัท พิธานพาณิชย์ จำกัด เป็นโชว์รูมขายรถยนต์ ตั้งอยู่ริมถนนนาเกลือ ตรงข้ามตลาดนัดเทศวิวัฒน์ 1 เขตเทศบาลเมืองปัตตานี เมื่อเช้าตรู่ของวันที่ 9 พฤษภาคม ที่ผ่านมานั้น ไม่เพียงจะสร้างความเสียหายให้กระจกโชว์รูมและอาคารที่อยู่ในรัศมีทำการ 50 เมตร รวมถึงรถไฟฟ้าส่องสว่างของชุดเก็บกู้วัตถุระเบิดของตำรวจปัตตานี กระจกหน้าแตกกระจาย ตัวรถเป็นรูหลายรู และรถที่จอดใกล้เคียงเสียหาย 3 คันเท่านั้น
แต่อานุภาพของมันยังทำให้ความน่าเชื่อถือของรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาความสงบเรียบร้อยให้ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้สั่นคลอนไปด้วยเช่นกัน
แน่นอนว่า....เหตุการณ์ในปลายด้ามขวานครั้งนี้ ยังคงเป็นความรุนแรงที่เกิดขึ้นต่อเนื่อง แม้จะมีความพยายามเปิดเจรจากับกลุ่มแกนนำผู้ก่อความไม่สงบ ทั้งบีอาร์เอ็น พูโล และกลุ่มต่างๆ ที่เกิดขึ้นใหม่ โดยมีการยื่นข้อเสนอให้ลดความรุนแรงลงก็ตาม
โชว์รูมรถและห้างไดอาน่า ซึ่งอยู่บริเวณใกล้เคียงกันนี้ เคยถูกลอบวางระเบิดมาแล้วหลายครั้ง นับรวมครั้งนี้เป็นครั้งที่ 4 แล้ว ถือเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจของจังหวัดปัตาตานีก็ว่าได้ โดยเฉพาะบริเวณจุดเกิดเหตุอยู่ตรงข้ามกับตลาดนัดเทศวิวัฒน์ 1 ซึ่งเป็นตลาดสดที่มีพ่อแม่ค้าเป็นชาวบ้านนอกพื้นที่นำสินค้าพืชผัก ผลไม้ และอาหารทะเล เข้ามาส่งอยู่ทุกวัน
เสียงระเบิดที่ดังขึ้น... แสดงให้เห็นถึงระบบรักษาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของคนในพื้นที่อยู่ในสถานการณ์ที่หละหลวม มีช่องโหว่ให้ฝ่ายตรงข้ามเข้ามาโจมตีอย่างง่ายดาย แม้จะมีการปรับแผนแล้วแผนเล่าหรือเพิ่มกำลังป้องฝ่ายตรงข้ามตีฝ่าวงล้อม
สถานการณ์ครั้งนี้เปรียบเหมือนค้อนขนาดใหญ่ทุบลงบนความเชื่อมั่น รวมถึงบรรยากาศทางการค้าการขายในพื้นที่ให้ราบคาบจมดินจนแทบจะตกอยู่ในภาวะดิ่งเหว เนื่องจากสถานการณ์ในช่วงที่ผ่านมาที่คนร้ายเพิ่งก่อเหตุลอบวางเพลิงย่านเศรษฐกิจกลางเมืองเมื่อต้นเดือนกุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา
ควันไฟของความรุนแรงยังไม่ทันจางหาย เหตุร้ายก็กลับมาเกิดเหตุอีกครั้งอย่างท้าทาย ดังนั้นความเชื่อมั่นที่อยู่ระหว่างการฟื้นฟู กลับต้องตกอยู่ในภาวะขวัญเสียอย่างเลี่ยงไม่ได้
"สถานการณ์ขณะนี้รัฐจำเป็นต้องหาทางรักษาให้ธุรกิจ และกลุ่มผู้ประกอบการที่มีอยู่เดิมในพื้นที่ ไม่ถอนตัวหนีความรุนแรงไปอยู่ที่อื่น ต้องหามาตรการจูงใจให้ผู้ประกอบการยืนหยัดอยู่ต่อไปให้ได้" ศิริชัย ปิติเจริญ ที่ปรึกษาหอการจังหวัดปัตตานี กล่าวแนะนำ
มุมมองของภาคธุรกิจในปลายด้ามขวานเชื่อว่า ที่ผ่านมาเหลือเพียงคนที่มีรากฐานทางธุรกิจเดิมเท่านั้นที่ยังคงปักหลักทำธุรกิจในปัตตานี แต่ก็มีไม่น้อยเช่นกันที่ยอมแพ้ต่อความรุนแรงจนต้องโยกย้ายกิจการ
ดังนั้นอย่าเพิ่งมองการดึงทุนจากภายนอกเข้ามาลงทุนในพื้นที่ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรหาทางรักษาผู้ประกอบการที่มีอยู่เดิมให้อยู่ต่อไปให้นานที่สุดให้ได้เสียก่อน
เป้าประสงค์ของภาคธุรกิจที่นี่ อยากให้ ศอ.บต.รวมถึงรัฐบาลคิดหาหนทางว่า จะดำเนินการอย่างไรให้ภาวะทางเศรษฐกิจในพื้นที่ขยายตัว เช่น มีการจ้างงานอย่างถาวร มีกระบวนการภาคการผลิตอย่างต่อเนื่อง มีการอุปโภคบริโภคด้วยกลไกตลาด มิใช่เกิดจากการอัดฉีดเม็ดเงินโครงการจ้างงานของรัฐ เพราะสิ่งนี้มิใช่การขยายตัวทางเศรษฐกิจที่แท้จริงในพื้นที่
นอกจากการกระตุ้นให้เอกชนในพื้นที่ขยายการลงทุนแล้ว การสร้างความเชื่อมั่นเพื่อดึงเอกชนนอกพื้นที่ให้เข้ามาในจังหวัดปัตตานีเป็นอีกหนึ่งสิ่งที่สำคัญ ดังนั้นรัฐควรมีมาตรการจูงใจที่เป็นแม่เหล็กดึงดูดให้ทุนนอกพื้นที่กล้าเข้ามาลงทุนท่ามกลางการแก้ไขปัญหาความไม่สงบในขณะนี้ให้ได้โดยด่วน มิฉะนั้นบรรยากาศทางเศรษฐกิจจะยิ่งย่ำแย่ไปกว่านี้
แม้ห้างและโชว์รูมจะยังคงล้อมรั้วสังกะสีรอการซ่อมแซมด้วยอาการป่วยจากแรงระเบิด ขณะที่เจ้าหน้าที่ของทางการยังคงเร่งซ่อมแซมสายไฟฟ้า สายเคเบิล และสายโทรศัพท์ ที่ได้รับความเสียหายเพื่อให้ใช้การได้เร็วที่สุด
แต่ตลาดนัดเทศวิวัฒน์ 1 วันนี้ ยังคงมีพ่อแม่ค้านำสินค้าเกษตรพืชผักผลไม้และสินค้าอื่นๆ ที่ปลูกในหมู่บ้านนำมาขายในตลาดและริมถนนกันอย่างขวักไขว่ ร้านรวงยังคงเปิดบริการตามปกติ และคงมีประชาชนมาจับจ่ายซื้อของเป็นปกติเหมือนทุกวัน
วิถีชุมชมยังคงดำเนินไปรายวัน เช่นเดียวกัน ร้านจำหน่ายเครื่องใช้ไฟฟ้าและลอตเตอรี่ของชาญ รุ่งเลิศสกุล ที่วันนี้เขาหายตกใจกับความรุนแรงที่เกิดขึ้น ซึ่งวันนั้นเขาออกจากบ้านเพื่อไปออกกำลังกาย ซึ่งเป็นกิจวัตรประจำวัน โดยทิ้งลูกอยู่ในบ้านเพียงลำพัง
"ตกใจมาก จะบอกให้ลูกออกมาก็ไม่ได้ ไม่รู้จะทำอย่างไร เนื่องจากเจ้าหน้าที่ปิดกั้นไว้ เพราะอันตราย ด้วยความเป็นห่วงลูก แต่ปลอดภัย" เจ้าของร้านจำหน่ายเครื่องใช้ไฟฟ้า เล่าถึงความกังวลใจหลังสิ้นเสียงระเบิดที่รู้ว่าถูกวางอยู่หน้าบ้าน
แต่ถ้าถามว่าไม่คิดจะย้ายไปไหนเหมือนกับญาติพี่น้องหรือเพื่อนบ้านคนรู้จักหรือ กลับได้รับคำตอบว่า เราก็มีความมั่นใจในการอยู่ที่บ้านเกิดนี่ เป็นคนปัตตานี ไม่รู้จะไปไหนแล้ว ก็ต้องหากินที่นี้ตลอดชีวิต ไปไหนไม่ได้อยู่แล้ว
"ความกลัวเราก็กลัวอยู่แล้ว เพราะเป็นระเบิดใครๆ ก็กลัว แต่ทำอย่างไรได้ ก็ได้แต่ทำใจ เราอยู่สภาพแวดล้อมที่เกิดขึ้นอย่างนี้แล้ว รับสิ่งเหล่านี้ เพราะเราคนที่นี้ รอจนกว่าเราจะจากโลกนี้ไป" เจ้าของแผงลอตเตอรี่ ที่วันนี้ชีวิตเขาต้องแขวนอยู่กับความเสี่ยง กล่าวอย่างทำใจ
เจ้าหน้าที่ ทั้งตำรวจ ทหาร อาสาสมัคร ชาวบ้านเอง ก็ทำงานกันอย่างเต็มที่แล้ว แต่ก็ยังมีกลุ่มผู้ไม่หวังดีมาสร้างเหตุความรุนแรงในพื้นที่ ซึ่งนับวันจะเพิ่มขึ้น และกลุ่มผู้ก่อเหตุก็ใช้วิธีการที่ซับซ้อนกว่าเดิม จากบึ้มธรรมดา มีการบึ้มลวงเข้ามาอีก
การเจรจาสันติภาพก็เป็นเรื่องของทางการ แต่สันติภาพปลายอุโมงค์ยังไม่เห็นแสงสว่าง รายละเอียดของการพูดคุยชาวบ้านแทบไม่รับรู้ พ่อค้าแม่ค้าที่นี้รู้แต่ว่า ต้องรักษาตัวเองให้อยู่รอด หรือพึ่งตนเองมากที่สุด
.................................
(หมายเหตุ : เสียงครวญหลังสิ้นเสียงบึ้มที่ปัตตานี 'ไม่รู้จะไปไหนแล้ว ก็ต้องหากินที่นี้ตลอดชีวิต' : สุพิชฌาย์ รัตนะ/ปาเรซ โลหะสัณห์รายงาน)



