
'ชวนนท์'ค้านนโยบายยุบร.ร.ขนาดเล็ก
'ปชป.' ค้านนโยบายยุบร.ร.ขนาดเล็ก อ้างเหตุไม่มีงบฯฟังไม่ขึ้น ซัด 'นพดล' ออกแถลงการณ์ตอบโต้บิดเบือนข้อเท็จจริง จี้ 'สุรนันทน์' ลาออก ปมแทรกแซงสื่อนอก
11 พ.ค.56 นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต ส.ส.ปชป. และโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) แถลงข่าวถึงกรณีเรื่องการยุบโรงเรียนขนาดเล็กว่า พรรคประชาธิปัตย์ขอยืนยันว่าไม่เห็นด้วยในการยุบโรงเรียนขนาดเล็ก โดยเฉพาะที่นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา รมว.ศึกษาธิการ อ้างความไม่พร้อมเรื่องงบประมาณ ตนคิดว่าควรเป็นสิ่งสุดท้ายที่นำมากล่าวอ้าง เพราะกระทรวงศึกษาธิการได้รับงบประมาณประจำปีมากที่สุดในประเทศ และประเทศไทยใช้เงินด้านการศึกษาเป็นอันดับ 2 ของโลก
อย่างไรก็ตามสิ่งที่อ้างว่าจะจัดรถตู้ไปรับส่งเด็กที่อยู่ห่างไกลยิ่งเป็นสิ่งที่อ้างไม่ได้เลย ไหนบอกว่าไม่มีงบประมาณ เป็นตรรกะที่ใช้ไม่ได้ ทั้งนี้ตนอยากให้รีบทบทวนว่าให้มีโรงเรียนคุณภาพ 1 ตำบล 1 โรงเรียน ตามที่ปชป.เคยวางแนวทางไว้
'ชวนนท์' ซัด 'นพดล' ออกแถลงการณ์บิดเบือนข้อเท็จจริง
นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต ส.ส. และโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) แถลงข่าวถึงกรณีที่นายนพดล ปัทมะ ออกแถลงการณ์ตอบโต้ ปชป.ว่า นายนพดล มีการแถลงที่ผิดมารยาทหลายประการ โดยในการแถลงการณ์ไม่ใช่การแถลงข้อเท็จจริง แต่แถลงตามความรู้สึกของตัวเอง ใช้จินตานาการ ในการเขียนแถลงการเพื่อนำไปประจานตัวเองแก่ต่างชาติ ข้อแรกที่พูดว่ารัฐบาลนายอภิสิทธิ์ มีการจัดตั้งแทรกแซง มีการเจราจากันลับหลัง และยังพูดจาฟุ้งซ่านแบบนี้ต่างประเทศจะหัวเราะเอา เพราะเป็นเรื่องที่พิสูจน์ไม่ได้ ถ้าจินตานาการไม่ต้องออกแถลงก็ไปเขียนนิยายขายก็ได้
'ปชป.' ชี้ 'แม้ว' ได้ประโยชน์จากรัฐประหาร
นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต แถลงข่าวถึงกรณีที่นายนพดล กล่าถึงพ.ต.ท.ทักษิณ ว่าไม่ได้รับสัมปทานในสมัยรัฐบาลเผด็จการ ว่า ถ้าดูจากสัญญาสัมปทาน จะเห็นได้ว่ามีสัญญาดำเนินการกิจการดาวเทียมสื่อสารภายในประเทศ ระหว่างกระทรวงคมนาคม กับบริษัท ชินวัตร คอมพิวเตอร์ แอนด์ คอมมิวนิเคชั่นส์ จำกัด โดยได้สัญญาในวันที่ 11 ก.ย.2534 คือหลังจากการรัฐประหาร โดยคณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ (รสช.) และรมว.คมนาคมในขณะนั้นก็แต่งตั้งโดยคณะ รสช. ชัดเจนว่าพ.ต.ท.ทักษิณ ได้สัมปทานจากรัฐบาลเผด็จการ
ทั้งนี้ตนขอให้ลิ่วล้อพรรคเพื่อไทยเลิกประณามการปฎิวัติรัฐประหาร เพราะถ้าไม่มีการปฎิวัติก็คงไม่มีเศรษฐีที่ชื่อ พ.ต.ท.ทักษิณ อย่างไรก็ตามตนกล้าฟันธงว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ได้ประโยชน์จากการรัฐประหารมากที่สุดในประเทศไทย
'ชวนนท์' เย้ย 'นพดล' จ้อมากจนมัดตัวนายใหญ่ซุกหุ้น
นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต ส.ส. และโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) แถลงข่าวถึงกรณีที่นายนพดล พูดถึงทรัพย์สินของพ.ต.ท.ทักษิณ ว่า ก่อนเล่นการเมือง รวย 6 หมื่นกว่าล้านว่า แน่นอนก็ไม่มีใครบอกว่าพ.ต.ท.ทักษิณจน แต่สิ่งที่นายนพดลพูดขัดแย้งกับบัญชีทรัพย์สินที่แสดงต่อ ป.ป.ช.
โดยในปี 2540 ที่พ้นรัฐบาลของพล.ต.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ พ.ต.ท.ทักษิณ มีบัญชีทรัพย์สินอยู่ 23,878 ล้าน และในปี 2544 ที่พ.ต.ท.ทักษิณ เป็นรัฐบาลบัญชีทรัพย์สินตกมาอยู่ที่ 15,294 ล้าน แต่นายนพดลกลับพูดว่าพ.ต.ท.ทักษิณ มี 6 หมื่นกว่าล้าน ก่อนเข้าเล่นการเมือง นั้นก็เป็นคำพูดที่มัดตัวเองว่ามีการซุกหุ้นจริง เพราะทรัพย์สินที่แสดงมันขัดแย้งกัน และที่โดนยึดทรัพย์พ.ต.ท.ทักษิณ ไม่มีให้ยึดเลยถ้าดูตามบัญชีทรพย์สิน
'ปชป.' จี้ 'สุรนันทน์' ลาออก แสดงความรับผิดชอบแทรกแซงสื่อนอก
นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต ส.ส. และโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) แถลงข่าวถึงกรณีที่สื่อมวลชนต่างประเทศหนังสือพิมพ์ยูเอสเอทูเดย์ (USA TODAY) จะเข้ามาขอสัมภาษณ์นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ว่า โดยก่อนที่จะมีการติดต่อมา มีการประสานงานกันล่วงหน้าแล้วกว่า 1 เดือน โดยมีการกำหนดวันนัดสัมภาษณ์ที่แน่นอนคือวันที่ 9 พ.ค. เวลา 10.00 น. ที่พรรคประชาธิปัตย์ โดยให้หลังจากการนัด 1 ชั่วโมง มีการแจ้งภายในของกลุ่มสื่อมวลชนต่างประเทศเองหลุดออกมาว่า ขอให้ยกเลิกการสัมภาษณ์ โดยใช้คำพูดว่า ขอให้ยกเลิกโดยด่วน เพราะได้คุยกับนายสุรนันท์ เวชชาชีวะ เลขาธิการนายกฯ และนายสุรนันทน์ ได้กล่าวว่าจะไม่สนับสนุนหนังสือพิมพ์ฉบับนี้อีกต่อไปถ้าเข้ามาสัมภาษณ์นายอภิสิทธิ์
อย่างไรก็ตามถึงตอนนี้นายสุรนันท์ ก็ยังไม่ออกมาชี้แจง ซึ่งเรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ที่ไปแทรกแซงสื่อต่างประเทศ ทั้งยังขัดต่อรัฐธรรมนูญมาตรา 46 ตนจึงขอเรียนร้องให้นายสุรนันท์ แสดงความรับผิดชอบ ถ้ายืนยันว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการกดดันนั้น ต้องทำหนังสือไปท้วงติง และแสดงท่าทีที่ไม่พอใจอย่างชัดเจนที่นำชื่อมากล่าวอ้างส่งไปยังหนังสือพิมพ์ดังกล่าว แต่ถ้าไม่กล้าพิสูจน์ความจริง ตนขอให้ลาออกจากตำแหน่ง เพราะฝ่ายค้านคงไม่สบายใจถ้าต้องทำงานกับเลขาธิการนายกฯที่เลือกข้าง คุกคามกดดันสื่อมวลชน และคิดว่านายกฯก็ต้องพิจารณาการทำหน้าที่ของนายสุรนันท์ด้วยตามที่นายกฯพูดเสมอเรื่องประชาธิปไตย เคารพสิทธิเสรีภาพ
'องอาจ' แนะ 'ยิ่งลักษณ์' เอาอย่าง 'ซูจี' ปาฐกถาบนเวทีนานชาติ
นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) แถลงถึงกรณีที่น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกฯไปพูดปาฐกถาที่ประเทศมองโกเลียว่าเป็นอุธาหรณ์ เพื่อต้องการไม่ให้เกิดขึ้นอีกในการเมืองไทยว่า นายกฯควรที่จะนำอุธาหรณ์ที่กล่าวในประเทศมองโกเลีย มาเป็นอุทธาหรณ์ที่จะกล่าวในประชาคมนานาชาติด้วย ตนคิดว่าประการแรก นายกฯควรเน้นความสง่างามของประเทศไทย มากกว่าเน้นกล่าวร้ายฝั่งตรงข้าม ประการที่สองนายกฯควรแสดงวิสัยทัศน์ที่ไม่สร้างความแตกแยกในประเทศ ประการที่สามนายกฯไม่ควรนำประเด็นแตกแยกในประเทศไปขยายผลในเวทีระหว่างประเทศ
อย่างไรก็ตามตนคิดว่านายกฯควรศึกษาการกล่าวปาฐกถาของนางอองซาน ซูจี ที่เป็นผู้ที่ได้รับผลกระทบยาวนาน 20 กว่าปีจากรัฐบาลทหาร แต่การกล่าวปาฐกถาของนางอองซาน ซูจี ไม่มีคำกล่าวใดๆ ที่ก่อให้เกิดความขัดแย้ง หรือกล่าวหาความสัมพันธ์การเมืองภายในประเทศ มีแต่ได้แสดงภาวะผู้นำในการกล่าวแนวทางการแก้ไขปัญหาตามกระบวนการประชาธิปไตย
'องอาจ' ข้องใจจนท.จับมือแฮ็กเว็บด่า 'ปู' เร็วเกิน แนะ 'รบ.' คุมเข้มระบบ
นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ ส.ส.กทม. พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีการแฮกเว็ปไซด์ของสำนักปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี (สปน.) ว่า พรรคประชาธิปัตย์มีความชัดเจนไม่เห็นด้วยกับการกระทำลักษณะนี้ ไม่ว่าจะเป็นนายกรัฐมนตรีหรือบุคคลใดในประเทศไทย อย่างไรก็ตามเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นชี้ให้เห็นชัดเจนว่า ทำเนียบรัฐบาลที่ทำงานสูงสุดของผู้บริหารประเทศมีความไม่ปลอดภัยของระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ ซึ่งระบบความปลอดภัยของทำเนียบรัฐบาลน่าจะมีความปลอดภัยสูงสุด เพราะเป็นสถานที่เก็บความลับของราชการทุกระดับ
ในส่วนเรื่องการจับกุมคนผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมายพระราชบัญญัติคอมพิวเตอร์ยังเป็นไปด้วยความหละหลวม แล้วยังมีความพยายามเอาใจนายกฯจนเกินเหตุ จากกรณีที่รัฐบาลพยายามโยงถึงคนที่ทำความผิด เพราะท้ายที่สุดพบว่า บุคคลที่ถูกรัฐโยงความผิดได้ออกมาเปิดเผยชัดเจนแล้วไม่ใช่คนทำ โดยพร้อมให้ตรวจสอบทุกอย่าง ดังนั้นตนคิดว่า ก่อนที่รัฐบาลจะกล่าวหาใครควรตรวจสอบและมีหลักฐานเสียก่อน เพราะไม่เช่นนั้นจะทำให้เกิดความเสียหายแก่บุคคลอื่นได้
นายองอาจ กล่าวต่อว่า นับจากนี้ไปรัฐบาลควรดำเนินการเพื่อไม่ให้มีเหตุการณ์ลักษณะนี้เกิดขึ้นอีก คือ 1. ควรมีระบบรักษาความปลอดภัยเครือข่ายคอมพิวเตอร์ที่มีประสิทธิ์ภาพที่ทำเนียบรัฐบาล และรัฐบาลควรดูการจัดเก็บข้อมูลที่เป็นเรื่องลับของประเทศตามกระทรวงและหน่วยงานต่างๆของราชการด้วย 2.รัฐบาลต้องถือเป็นบทเรียนว่าจะไม่มีการจับแพะชนแกะ เพียงเพื่อเอาคนผิดที่รัฐบาลยังไม่มีความมั่นใจเพื่อเอาใจนายกฯ และ3. อยากให้รัฐบาลกระตือรือล้นจัดการกับผู้กระทำความผิดในเรื่องการหมิ่นสถาบันในเว็ปไซด์ต่างๆด้วย
'ณัฏฐ์' แนะ 'พงศ์เทพ' ต้องมีจุดยืนที่ชัดเจนปมยุบร.ร.ขนาดเล็ก
นายณัฏฐ์ บรรทัดฐาน ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) แถลงถึงกรณีการที่นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการพูดในรายการรัฐบาลยิ่งลักษณ์พบประชาชนว่า จะมีการปฎิรูปการศึกษา ว่า ฟังจากที่พูดแล้ว นายพงศ์เทพ ต้องแสดงจุดยืนที่ชัดเจน ซึ่งจุดยืนในวันแรกชัดเจนว่าโรงเรียน14,000 กว่าโรงจะถูกยุบ แต่พอมีกระแสสังคมต่อต้านก็บอกว่าไม่ถึง 10,000 โรง และลดจำนวนลงมาเรื่อยๆ และท้ายสุดออกมาบอกว่ากระบวนการยุบต้องถามชุมชนก่อน นั้นก็แสดงให้เห็นว่าท่านไม่มีจุดยืนในการยุบโรงเรียนขนาดเล็ก
อย่างไรก็ตามพรรคประชาธิปัตย์ขอเสนอแนวทางออกที่เหมาะสมคือ 1.อยากให้พิจารณาการแบ่งระดับชั้นการศึกษาโรงเรียนขนาดเล็กใหม่ ไหนๆก็จะจัดรถในการเดินทางอยู่แล้ว เช่น ประถมต้น-ปลาย แยกออกจากกัน เป็นโรงเรียนหนึ่งเป็นประถมต้น อีกโรงเรียนเป็นประถมปลาย โรงเรียนก็จะมีเวลาลงรายละเอียดมากขึ้นในการพัฒนา 2.ย้ายครู ทำให้ได้บุคลากรที่มีคุณภาพมารวมกัน จะทำให้การขาดแคลนครูหายไป กระจายตัวออกไปหลายโรงเรียน และ3.ทำโรงเรียนประจำตำบล ตามนโยบายของปชป.



