ข่าว

"ชวรัตน์"ไม่ติดใจจะซื้อ-เช่ารถเมล์เอ็นจีวี

"ชวรัตน์"ไม่ติดใจจะซื้อ-เช่ารถเมล์เอ็นจีวี

05 มิ.ย. 2552

“ชวรัตน์” ยอม นายกฯซื้อรถเมล์นรก 4 พันคัน แต่สภาพัฒน์ฯต้องแจงว่าซื้อดีกว่าเช่าอย่างไร ยันโครงการมีแต่เดินหน้า ไม่แตกหัก ขณะที่ “โฆษก ภูมิใจไทย ” ไม่แคร์ “ นายก ฯ” เลือกซื้อโครงการรถอ็นจีวี 4 พันคัน ยัน ประชุม ครม. เห็นด้วยในหลักการ ติดใจแค่ค่าซ่อมบำรุง -

นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล รมว.มหาดไทยในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงกรณีนายกฯจะให้กระทรวงคมนาคมซื้อรถเมล์เอ็นจีวี 4,000 คัน แทนการเช่าว่า ก็ได้ไม่มีปัญหา ไม่ถือว่าเป็นการหักหน้าถือเป็นพรรคร่วมรัฐบาลด้วยกัน อันไหนดีกว่าก็พิสูจน์ได้ก็พร้อมจะปฏิบัติตาม เมื่อถามว่า กรณีนายกรัฐมนตรีให้ความเห็นถือเป็นการชี้นำสภาพัฒน์ฯหรือไม่ นายชวรัตน์ กล่าวว่า นายกฯเป็นหัวหน้ารัฐบาล ท่านจะชี้นำก็สามารถกระทำได้ และนายกฯไม่ได้เป็นผู้ศึกษา แต่เป็นหน้าที่ของสภาพัฒน์ฯ ซึ่งนโยบายของพรรคต้องการผลักดันให้มีนโยบายขนส่งมวลชน เราไม่ได้ผลักดันให้ซื้อหรือเช่าต้องแยกเยอะให้ถูก

 เมื่อถามว่าเป็นการไม่ไว้ใจกันหรือไม่เพราะนายกฯบอกว่าให้ซื้อจะโปร่งใสกว่าให้เช่า นายชวรัตน์ กล่าวว่า อันนี้เป็นเพียง ทีโออาร์ ไม่ได้ตัดสินว่าใครจะได้งาน และหากเป็นการซื้อจะต้องดูว่าสภาพัฒน์ฯระบุว่าซื้อดีกว่าเช่าอย่างไร เพราะที่ผ่านมา นายโสภณ ซารัมย์ รมว.คมนาคม ก็ชี้แจงในครม.ได้เคลียร์

 เมื่อถามว่าหากประชาธิปัตย์ไม่ผลักดันโครงนี้จะทำให้แตกหักหรือไม่ หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กล่าวว่า “ไม่แตกหักอยู่แล้ว เพราะเวลานี้การพิจารณา มีแต่ซื้อหรือไม่ก็เช่าเท่านั้นเอง เพราะโครงการนี้เดินหน้าอยู่แล้ว” นายชวรัตน์ ระบุ

 ด้านนายศุภชัย ใจสมุทร โฆษกพรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงนายอภิสิทธิ์ นายกรัฐมนตรี มีความเห็นต่อโครงการรถเมล์เอ็นจีวี 4,000 คันว่าการรจัดซื้อดีกว่าการเช่า ว่า ตนเห็นว่าขณะนี้จะนำเงินที่ไหนไปจัดซื้อ เพราะต้องหาเงินไปจ่ายก่อน 2.5 หมื่นล้านบาท ขณะที่ ขสมก.กำลังขาดทุนกว่า 6 พันล้าน ซึ่งคาดว่าอีกไม่กี่ปีจะเพิ่มเป็นแสนล้าน และมีภาระต้องนำเงินมาใช้บำรุงรักษาและค่าซ่อม รวมถึงค่าใช้จ่ายของพนักงานเก็บค่าโดยสารอีกที่ต้องจ่ายต่อคนต่อเดือน 15,000 บาท

 นอกจากนี้กำลังการผลิตรถภายในประเทศก็ยังไม่เพียงพอที่จะซื้อ และหากซื้อจากต่างประเทศราคาจะยิ่งสูงถึง 7 ล้านบาท ซึ่งแม้รัฐจะเก็บค่าภาษีนำเข้าของรถได้ ขณะที่ผลิตในไทยราคา 4 ล้านบาท ขณะที่การเช่ารถ จะไม่มีภาระตั้งแต่การเริ่มใช้งาน ไม่ต้องหาเงินไปจ่ายก่อน ส่วนค่าบำรุงรักษาและค่าซ่อม เจ้าของบริษัทรถเช่าจะต้องดูแลเอง ส่วนขสมก. แค่จัดหาพนักงขับรถ 1,800 คนเท่านั้น

 นายศุภชัย ยังกล่าวยืนยันด้วยว่า การประชุม ครม. ที่ผ่านมา เห็นด้วยตามหลักการทุกอย่าง แต่ที่ยังติดใจมีแค่ 2 ประเด็น คือ เรื่องการค่าบำรุงรักษาและค่าซ่อม รวมทั้งดอกเบี้ย ซึ่งนายโสภณ ซารัมย์ รมว.คมคนาคม ได้นำกลับไปทบทวน และชี้แจงในที่ประชุมว่าในส่วนดอกเบี้ยลดได้จาก 6.7 หมื่นล้านบาท เหลือ 6.4 ล้านบาท แต่ค่าบำรุงรักษาและค่าซ่อม ไม่สามารถลดได้ ที่ประชุมจึงต้องให้สภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ นำไปศึกษาว่าการเช่า หรือการซื้อ วิธีการใดจะดีกว่ากัน แต่นายก ฯ ก็ยังไม่เคยให้คำมั่นว่าถ้าผลการศึกษาของสภาพัฒน์ ฯ ออกมาแล้วจะเลือกวิธีการจัดซื้อแน่นอน

 นายศุภชัย ยังกล่าวย้ำว่า โครงการนี้จะต้องเดินหน้าต่อไป ซึ่งพรรคภูมิใจไทย เป็นผู้เริ่มโครงการนี้ ถ้าไม่ทำอย่างนี้ รัฐบาลก็คงจะไม่ติดใจว่าจะซื้อหรือจะเช่า

 “ ภูมิใจไทย ไม่ติดใจว่ารัฐบาลจะซื้อ หรือเช่า เพราะไม่ได้คิดโกง แค่อยากให้คนกรุงเทพรัก ให้ประชาชนรู้ว่าโครงการรรถเอ็นจีวี เป็นของภูมิใจไทยไม่ใช่ประชาธิปัตย์ ” โฆษกพรรคภูมิใจไทยกล่าว
 เมื่อถามว่า พรรคภูมิใจไทยจะรู้สึกเสียหน้า แล้วจะนำโครงการอื่นของประชาธิปัตย์มาเอาคืน นายศุภชัย กล่าวว่า พรรคภูมิใจไทย ไม่คิดทำอย่างนั้น

 เมื่อถามว่า เรื่องนายเนวิน ชิดชอบ แกนนำพรรคภูมิใจไทย เครียดและได้เรียกประชุม รัฐมนตรี นายศุภชัย กล่าวปฏิเสธว่า ไม่ได้เครียด และไม่ได้เรียกประชุมอย่างที่ตกเป็นข่าว เพราะพรรคประชุมรัฐมนตรีตลอดอยู่แล้ว มีแต่นายโสภณที่เครียด เพราะท่องจำโครงการนี้ถึง 3 วัน

 ด้านนายวิเชียร อุดมศักดิ์ ส.ส.อำนาจเจริญ กล่าวว่า ตนมองว่า ประเด็นโครงการเอ็นจีวี 4 พันคัน ถือเป็นเรื่องที่ดีที่จะกลายเป็นเรื่องเพิ่มกระแสพรรคภูมิใจไทยให้เป็นที่รู้จัก อย่างไรก็ดีเรื่องของ พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท ถ้าหากผ่านในชั้นสภา พรรคภูมิใจไทยพร้อมจะมีอีกหลายโครงการออกมา และมีวงเงินงบประมาณที่สูงกว่าโครงนี้รถเอ็นจีวี ทั้งนี้จึงไม่คิดว่าเรื่องรถเอ็นจีวีไม่น่าจะมีอะไร และจะผ่านกระแสสังคมไป