ข่าว

อยู่อย่าง 'เจน-เอ็ม'

อยู่อย่าง 'เจน-เอ็ม'

12 พ.ค. 2556

อยู่อย่าง 'เจน-เอ็ม' : คอลัมน์วันอาทิตย์คิดเรื่องเงิน : โดย...ขวัญชนก วุฒิกุล [email protected]

                  ต้องยอมรับว่า หลังๆ มีงานวิจัยหรือบทความเชิงวิจัยด้านการตลาดออกมาจำนวนมากเป็นงานวิจัยที่ตอบสนอง “โจทย์ทางการตลาด” ของผู้ผลิตสินค้าและบริการ เพื่อวิเคราะห์พฤติกรรมของผู้บริโภค แม้จะเป็นงานวิจัยที่หวังผลเชิงการตลาด แต่หลายครั้งๆ งานวิจัยเหล่านี้ก็น่าสนใจและนำมาใช้ต่อยอดเพื่อศึกษา “ไลฟ์สไตล์” ของคนแต่ละกลุ่มได้อย่างน่าสนใจทีเดียว 

                ล่าสุด มีโอกาสอ่านผลวิจัยของ “อีริคสัน คอนซูเมอร์แล็บ” ที่ศึกษาถึงชีวิตของคนใน “เจเนอเรชั่น เอ็ม” หรือ เจน-เอ็ม ไว้อย่างน่าสนใจ

                แต่ขอสารภาพว่า ก่อนจะลงมือเขียน ลองเล่าเรื่องนี้ให้น้องที่ทำงานฟังคร่าวๆ สิ่งแรกที่น้องถามทะลุกลางปล้องออกมาคือ “เจน-เอ็ม” นี่มันเจนไหนหรือพี่? ฟังดังนั้นแล้ว ก็เลยต้องขออธิบายให้ทราบโดยทั่วกันดังนี้

                “เจเนอเรชั่น เอ็ม” หรือ “เจน-เอ็ม” มาจาก “มิลเลนเนียล เจเนอเรชั่น” (Millennial Generations) เป็นกลุ่มที่ยังศึกษาในระดับอุดมศึกษาและเป็นกลุ่มที่จบการศึกษาแล้วอยู่ในช่วงเริ่มต้นทำงาน ว่ากันว่า “เจน-เอ็ม” เป็นกลุ่มที่มีลักษณะพิเศษ มีความโดดเด่นเฉพาะตัวและค่อนข้างจะมีพฤติกรรมการบริโภคที่ซับซ้อน แต่มีอำนาจในการซื้อค่อนข้างสูง ด้วยเหตุนี้คนในกลุ่มนี้จึงเป็นที่สนใจของบรรดาสินค้าและบริการ โดยเฉพาะเมื่อพิสูจน์ได้ว่า พวกเขามักจะเลือกและตัดสินใจบริโภคสินค้าหรือบริการต่างๆ ด้วยความคิดของตนเอง

                แต่สิ่งที่ “อีริคสัน คอนซูเมอร์แล็บ” ศึกษานั้น ไม่ใช่เรื่องของการตัดสินใจซื้อสินค้าและบริการ แต่กลับเป็นเรื่องมุมมองก้าวสู่ชีวิตการทำงานของคนในเจเนอเรชั่น เอ็ม

                “แอน ชาร์ลอตต์ คอร์นบาล์ด” ที่ปรึกษาอาวุโส ของอีริคสัน คอนซูเมอร์แล็บ บอกว่า วัยรุ่นยุคใหม่ที่กำลังก้าวเข้าสู่ชีวิตการทำงาน หรือกลุ่มเจเนอเรชั่น เอ็ม  อายุระหว่าง 22-29 ปี เพิ่งจบการศึกษาจากมหาวิทยาลัย และมีไฟในการทำงาน มีความต้องการที่จะรักษาสมดุลระหว่างชีวิตการทำงานและชีวิตส่วนตัว ดังนั้น คนกลุ่มนี้จึงคาดหวังหัวหน้าหรือเจ้านายจะยอมรับกับเรื่องนี้ได้

                ส่วนพฤติกรรมที่น่าสนใจของคนกลุ่มนี้ ก็คือ การทำงานที่ได้ใกล้ชิดกับหัวหน้างาน การได้รับผลตอบรับสม่ำเสมอ ไม่ชอบการทำงานที่ดูคลุมเครือ และวัดผลเป็นรูปธรรมที่ชัดเจนไม่ได้

                ที่น่าสนใจกว่านั้น คือ มุมมองและพฤติกรรมของกลุ่มคนเจเนอเรชั่น เอ็ม จะกระตือรือร้นและเอาใจใส่ต่องานที่ได้รับมอบหมาย แต่พวกเขายังคงคำนึงถึงโลกชีวิตส่วนตัวด้วย ดังนั้น พวกเขาจึงมองว่า การเช็กเฟซบุ๊ก หรือการแชทข้อความส่งหาคนอื่นๆ ในช่วงเวลาทำงานตลอดวัน เป็นสิทธิที่ควรจะได้รับ

                สารภาพ (อีกครั้ง) ว่าชอบบทสรุปของผลศึกษาชิ้นนี้ที่ขมวดปมโดยคุณบัญญัติ เกิดนิยม ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารและองค์กรสัมพันธ์ของอีริคสันประเทศไทย ที่ระบุว่า พฤติกรรมของกลุ่มเจเนอเรชั่น เอ็ม จะเป็นคนไม่ค่อยอดทน ส่วนหนึ่งน่าจะส่งผลจากการเติบโตขึ้นมาในสังคมที่ใช้เฟซบุ๊กอย่างแพร่หลาย พร้อมกับความเคยชินที่ได้จะรับผลตอบรับต่างๆ ที่รวดเร็วตลอดเวลา จึงส่งผลทำให้คนยุคนี้ไม่ชอบการติดต่อสื่อสารใดๆ ที่ได้รับการตอบกลับช้า หรือไม่ได้รับการตอบกลับมาทันที

                อดคิดไม่ได้เหมือนกันว่า เทคโนโลยีมีส่วนผลักดันให้ผู้คนคิดเร็ว ตัดสินใจเร็วและลงมือเร็วขึ้น

                พอสนใจเรื่องคน “เจน-เอ็ม” ก็ค้นหาข้อมูลที่มากขึ้น และพบว่า ไลฟ์สไตล์ด้านการเงินของคนกลุ่มนี้จะเน้นวางแผนทางการเงิน ดูแลการใช้จ่าย สนใจเรื่องการลงทุน แต่ก็ยังเน้นฝากเงินในธนาคารเป็นหลัก ซึ่งต้องบอกว่าเป็นเรื่องน่ายินดี เพราะว่ากันว่า วัยเริ่มต้นทำงานนี่แหละที่ต้องระวังเรื่องค่าใช้จ่ายให้มาก

                เพราะเมื่อเริ่มมีเงินเดือน มีรายได้เป็นของตัวเอง แรงกระตุ้นในการจับจ่ายใช้สอยด้วยเงินของตัวเองก็มากขึ้น และหลายคนเจอปัญหาเงินหมดตั้งแต่กลางเดือน

                คุณวิวรรณ ธาราหิรัญโชติ เขียนแนะนำไว้ในหนังสือ “มันนี่ โปร แผนการเงิน แผนชีวิต” เกี่ยวกับการบริหารเงินของคนวัยเริ่มทำงานว่า ให้จัดแบ่งรายจ่ายเป็นหมวดหมู่ หมวดอาหาร เครื่องแต่งกาย ค่าเดินทาง บันเทิง และที่สำคัญคือ แบ่งเงินให้คุณพ่อคุณแม่

                “เงินเดือนเดือนแรกที่ลูกให้พ่อแม่ แม้ว่าจะมีค่าเพียงหลักร้อยบาท แต่ก็มีคุณค่าทางจิตใจอย่างหาที่เปรียบไม่ได้” คุณวิวรรณเขียนย้ำไว้ในหนังสือ ซึ่งคิดย้อนถึงตัวเองเมื่อ 20 ปีที่แล้ว ตอนเริ่มงานใหม่ๆ ก็ต้องสารภาพ (อีกแล้ว) ว่า ไม่สามารถเจียดเงินเดือนให้พ่อแม่ได้เหมือนกัน และหนักกว่านั้น คือ ถึงจะเริ่มต้นทำงานมีเงินเดือนแล้ว ก็ยังต้องอาศัยเงินสนับสนุนจากแม่อีก 3-4 เดือนด้วยซ้ำ

                ส่วนข้อควรระวังในช่วงวัยนี้ ก็คือ ต้องระวังอย่าก่อหนี้หรือใช้เงินอนาคตผ่านบัตรเครดิตหรือสินเชื่อบุคคล ต้องถือคติ “มีเท่าไหร่ ใช้เท่านั้น” และไม่ใจอ่อน อยากได้โน่นได้นี่ ไม่ควรใจอ่อนซื้อของราคาแพงเกินกำลังของตนเอง โดยเฉพาะของแบรนด์เนมจากต่างประเทศ (น่าจะห้ามยากอยู่ โดยเฉพาะเดี๋ยวนี้ซื้อออนไลน์กันได้ง่าย สะดวกและสบาย) แต่ควรเลือกของประเภทเดียวกันที่ทำในประเทศ คุณภาพดี ราคาสมเหตุสมผล หากจะใช้ของตามแฟชั่นให้เลือกที่ราคาถูก เพราะอีกระยะแฟชั่นก็เปลี่ยน และควรทราบแหล่งซื้อของใช้ที่ราคาย่อมเยาด้วย

                ขณะที่การออมที่ดีควรมีการตั้งเป้าหมาย ซึ่งสำหรับวัยนี้ การออมส่วนใหญ่จะเป็นเป้าหมายการออมเพื่อการบริโภค นั่นคือ ออมเพื่อใช้ซื้อของชิ้นใหญ่หรือของมูลค่าสูง เช่น เก็บเงินซื้อรถหรือเก็บเงินดาวน์บ้าน แต่ก็มีหลายคนที่เก็บเงิน 1 ปี เพื่อซื้อกระเป๋าราคาแพง 1 ใบ

                สุดท้ายคุณวิวรรณแนะนำว่า เมื่อมีรายได้เพิ่มขึ้น ก็ควรหาช่องทางออมเงินเพิ่มขึ้น จากช่วงทำงานใหม่ๆ ที่ออม 10% ของรายได้ ก็ต้องขยับสัดส่วนและหาช่องทางใหม่ๆ โดยเน้นการออมเพื่อการลงทุนในอนาคต

                ไหนๆ หนุ่มสาวเจน-เอ็มก็นิยมชมชอบการวางแผนการเงินและมีความคิดความอ่านเป็นของตัวเองแล้ว ลองใส่ใจ มีวินัยกับตัวเองในวันเริ่มต้นทำงาน ในวัยที่เริ่มมีรายได้อย่างเข้มข้น แค่นี้ก็จะทำให้ “เจน-เอ็ม” ที่มีคุณภาพอยู่แล้ว กลายเป็นหนุ่มสาวที่มีคุณภาพมากยิ่งขึ้น

 

.............................................

(อยู่อย่าง 'เจน-เอ็ม' : คอลัมน์วันอาทิตย์คิดเรื่องเงิน : โดย...ขวัญชนก วุฒิกุล [email protected] )