ข่าว

“จนท.มท.”รับระบบรปภ.อ่อนช่วงเสื้อแดงบุก

“จนท.มท.”รับระบบรปภ.อ่อนช่วงเสื้อแดงบุก

05 มิ.ย. 2552

“จนท.มหาดไทย ” สารภาพ รักษาความปลอดภัย “ไม่เคร่งครัด” มั่นใจทหารจะรับมือม็อบได้ เป็นเหตุให้รถนายกฯถูกทุบ พร้อมระบุดูไม่ออก “แดงแท้-เทียม” ยัน ไม่มีซ่อนศพในกระทรวง พร้อมเผยทรัพย์สินในกระทรวงเสียหายยับ

(5 มิ.ย.) ที่รัฐสภา ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่อาคารรัฐสภามีการประชุมคณะอนุกรรมการรวบรวมเหตุการณ์ที่กระทรวงมหาดไทย และศาลรัฐธรรมนูญ ในคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงเหตุการณ์ชุมนุมทางการเมือง โดยมีนางนฤมล ศิริวัฒน์ ส.ว.อุตรดิตถิ์ เป็นประธาน โดยเชิญนายณัฐภัทร สุวรรณประทีป ผู้อำนวยการกองกลาง กระทรวงมหาดไทย เข้าชี้แจง

 นายณัฐภัทร กล่าวว่า ในวันเกิดเหตุกระทรวงฯ ได้เปิดให้เข้า-ออกประตูเดียว คือ ประตู 5 แต่การรักษาความปลอดภัยไม่ได้เคร่งครัดมากนักมีเพียงการแลกบัตรบุคคลเข้าออกตามปกติ เนื่องจากเราไม่คาดคิดว่าจะมีเหตุเกิดขึ้น  ดังนั้นหลังจากมีข่าวว่าผู้ชุมนุมจะเดินทางมาที่กระทรวงมหาดไทยได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยด้วยการสั่งให้เพิ่มกำลังมากขึ้น แต่ระหว่างที่ผู้ชุมนุมบุกเข้ามาในกระทรวงฯ ตนไม่เห็นด้วยตา ซึ่งจากการสอบถามและดูภาพจากกล้องโทรทัศน์วงจรปิดพบว่ามีผู้ชุมนุมเขย่าประตูและปีนกำแพงเข้ามาในกระทรวง


 นายณัฐภัทร กล่าวอีกว่า สำหรับการรักษาความปลอดภัยนั้น เนื่องจากเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยในกระทรวงมีจำกัด ประกอบกับมีทหารมาดูแลด้วย จึงปล่อยหน้าที่การดูแลรักษาความปลอดภัยให้กับทางทหาร โดยหลังจากนายกฯ ประกาศพ.ร.ก.ฉุกเฉินแล้วรถของนายกฯ พยายามจากออกกระทรวงฯ แต่ไม่สามารถออกได้ เพราะมีรถหกล้อติดเครื่องขยายเสียงขวางไว้รถของนายกฯ และมีคนเสื้อแดงมาล้อมทุบรถประจำตำแหน่ง ดังนั้นรถนายกฯ จึงพุ่งชนประตู 2 ที่ปิดตายออกไป

 จากนั้นนางนฤมล ได้ซักถามว่าได้ติดต่อประสานงานกับทหารเพื่อรักษาความปลอดภัยหรือไม่ นายณัฐภัทร กล่าวว่า ไม่ได้ถาม เพราะคิดว่ามีการแบ่งหน้าที่ความรับผิดชอบแล้ว จึงไม่ได้สนใจ ประกอบกับเชื่อว่าน่าจะมีการประสานระดับผู้ปฏิบัติงานแล้วจึงไม่ได้ติดต่อ แต่มีการบันทึกทะเบียนรถเข้าออกตลอด

 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า อนุกรรมการฯได้ซักถามถึงเสียงปืนที่ดังขึ้นภายในกระทรวงมหาดไทยหลังจากที่กลุ่มเสื้อแดงบุกเข้าไปในกระทรวง และมีการทุบรถนายกฯ เป็นเสียงปืนจากไหน รวมทั้งได้ซักถามว่ามีใครเสียชีวิตหรือไม่ นายณัฐภัทร กล่าวว่า ตนไม่ได้ยินเสียงปืน ส่วนคนที่ทุบรถนายกฯ นั้นผู้ชุมนุมส่วนใหญ่ใส่เสื้อสีแดงและเห็นสีเหลืองหนึ่งคน คือ พระสงฆ์ไปล้อมรถนายกฯ ด้วย ทั้งนี้กลุ่มคนเสื้อแดงนั้นตนไม่สามารถแยกแยะได้ว่าเป็นเสื้อแดงแท้หรือเสื้อแดงเทียม ส่วนกรณีที่มีกระแสข่าวว่ามีคนตายนั้นในช่วงค่ำวันเดียวกันนั้น กลุ่มผู้ชุมนุมได้เดินทางเข้ามาพร้อมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจสน.สำราญราษฎร์ และให้ตนร่วมตรวจสอบภายในกระทรวงที่คนเสื้อแดงกล่าวหาว่าซ่อนศพนั้นก็ไม่พบ แต่พบว่ามีทรัพย์สินภายในกระทรวงเสียหายเพียบ

 จากนั้นอนุกรรมการเชิญนายเพิ่มศักดิ์ ศรีสวัสดิ์ รองผู้บังคับหมวดอาสารักษาความปลอดภัย ได้เข้าชี้แจงถึงการรักษาความปลอดภัยว่าในวันดังกล่าวตนเห็นมีรถเบนซ์สีดำและรถแวนขับวนอยู่ในกระทรวง และได้ยินการสั่งการของทหารให้นำกำลังไปคุ้มกัน จึงสั่งการให้อส.เข้าไปเสริมกำลังคุ้มกันเพิ่มเติมและเมื่อประตูกระทรวงที่เปิดใช้งานอยู่มีเพียงประตูเดียว นอกนั้นได้ล็อกเพื่อป้องกันไม่ให้กลุ่มผู้ชุมนุมบุกเข้ามาภายใน ก็สร้างความไม่พอใจให้กลุ่มผู้ชุมนุมจนปีนรั้วและมีการยื้ดประตูจนพัง ทั้งนี้ทราบภายหลังว่านอกจากประตูพระยมที่เป็นประตูที่เปิดใช้ ยังมีประตูพัฒนา ประตูเนรศร และประตูด้านวัดราชบพิตรพังด้วย