
ยะลาป่วน!เผาCCTV-'รือเสาะ'ปะทะเดือด
คนร้ายวางเพลิงเผากล้องวงจรปิด ในพื้นที่ อ.รามัน เสียหาย รวม 4 ตัว ขณะที่ทหารรือเสาะ ยิงปะทะกลุ่มอาร์เคเค ซุ่มวางแผนป่วน คนร้ายดับ 1 จนท.สาหัส 1
เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 11 พ.ค. ทหารหน่วยเฉพาะกิจยะลา 16 พร้อม เจ้าหน้าที่ชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน (ชรบ) โรงเรียนบ้านบาโงย ได้เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ บริเวณริมถนนหน้าโรงเรียนบ้านบาโงย ม.4 บ้านบาโงย ต.บาโงย อ.รามัน จ.ยะลา หลังจากช่วงเวลา 03.00 น. เกิดเหตุคนร้ายได้ลักลอบเข้ามาวางเพลิงเผากล้องวงจรปิดได้รับความเสียหาย
จากการตรวจสอบเบื้องต้น พบว่า สายไฟ และกล่องควบคุมของกล้องวงจรปิด ได้รับความความเสียหาย ส่วนกล้องวงจรปิดได้รับความเสียหายเพียงเล็กน้อย โดย ชรบ.ประจำโรงเรียนบ้านบาโงย เปิดเผยว่า เวลา ประมาณ 03.00 น. ขณะที่ตนพร้อมเพื่อน ชรบ.ปฎิบัติหน้าที่อยู่ที่โรงเรียนบ้านบาโงย ได้เห็นเพลิงลุกไหม้ที่บริเวณเสากล้องวงจรปิดจึงรีบวิ่งมาช่วยกันดับ พร้อมใช้ปืนยิงเข้าไปที่บริเวณป่าริมทาง ซึ่งเป็นจุดที่คนร้ายลอบเข้ามาเผากล้องวงจรปิด ขณะในเวลาไล่เลี่ยกัน คนร้ายยังได้ลอบวางเพลิงเผากล้องวงจรปิดในพื้นที่ อ.รามัน อีก 2 จุด คือ ที่ บริเวณ ม.1 ต.กอตอตือร๊ะ กล้องได้รับความเสียหาย จำนวน 2 ตัว และ ที่ ต.อาซ่อง อ.รามัน กล้องวงจรปิดได้รับความเสียหาย อีก 1 ตัว ข ณะนี้ อยู่ระหว่างการเข้าตรวจสอบและเก็บหลักฐานเพิ่มเติมของ ส่วนสาเหตุเบื้องต้นเชื่อเป็นการสร้างสถานการณ์ของคนร้าย
ทหารรือเสาะ ยิงปะทะกลุ่มอาร์เคเค ซุ่มวางแผนป่วน คนร้ายดับ 1 จนท.สาหัส 1
เมื่อเวลา 04.00 น. พ.อ.ธนิต แสงจันทร์ หน.ชุดสลาตัน กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า สนธิกำลังร่วมกับ พ.อ.ไพศาล หนูสังข์ ผบ.ทหารพรานที่ 46 และ ชุดฉก.นราธิวาส 30 รวม 50 นาย ได้ใช้กฎอัยการศึกปิดล้อมค้นเป้าหมายสำคัญในพื้นที่บ้านปูโต๊ะ ม.2 ต.รือเสาะออก อ.รือเสาะ จ.นราธิวาส หลังรับแจ้งจากแหล่งข่าวความมั่นคง ว่ามีกองกำลังติดอาวุธ กำลังประชุมวางแผนเตรียมก่อการร้ายในพื้นที่
ทั้งนี้ ขณะเจ้าหน้าที่วางกำลังเดินเท้าเข้าตรวจสอบอย่างละเอียดในหมู่บ้านปูโป๊ะ และเป็นจุดที่ห่างจากที่เกิดเหตุ คนร้ายวางระเบิดผู้กองขาม (chk.) เมื่อเดือนเมษายน ที่ผ่านมา ประมาณ 800 ม. ถึงบริเวณโรงเรียนตาดีกาปูโป๊ะ กลุ่มชายฉกรรจ์จำนวน 7 คน ซุ่มกำลังอยู่หลังโรงเรียน ได้ใช้อาวุธปืนสงคราม และปืนพกสั้น ยิงกระหน่ำใส่เจ้าหน้าที่ จึงได้หลบเข้าที่กำบังแล้ว และเปิดฉากยิงปะทะกัน นานประมาณ 15 นาที จากนั้นกลุ่มคนร้ายกระจายตัวหลบหนี
อีกทั้ง หลังเสียงปืนสงบ จุดที่ห่างจาก โรงเรียนตาดีกาปูโป๊ะ ประมาณ 200 เมตร พบคนร้ายนอนเสียชีวิตคว่ำหน้า บริเวณหน้าบ้านพักของ น.ส. ฆอราตรี อุเซ็ง อายุ 34 ปี เป็นภรรยาของผู้ตาย ตรวจสอบภายหลังทราบชื่อคนร้ายชื่อ นาย ยามดี หะยีบากา อายุ 44 ปี อยู่บ้านเลขที่ 42 ม. 6 ต.เจ๊ะรอ อ.รามัน จ.ยะลา และเป็นผู้ต้องหาหมายจับ ป.วิอาญา สภ.รามัน เป็นกองกำลังติดอาวุธ กลุ่มอาร์เคเค ร่วมกับพวกกว่า 30 คน ปะทะกับหน่วยนาวิกโยธินที่ฐานบ้านยือรอ อ.บาเจาะ จ.นราธิวาส เมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา ทำให้กองกำลังติดอาวุธตาย 16 ศพ
จากการตรวจสอบของกลางที่ยึดมา พบปืนพกสั้นขนาด .38 และกระสุน ลำกล้องเก็บเสียง ปืนเอ็ม 16 ลูกปะคำ เป้สนาม กระเป๋าเงิน บัตรประจำตัว เป็นผู้ร่วมโครงการยะลาสันติสุขคนดีสู่สังคม และอื่น ๆ จนท.จึงเก็บไปตรวจสอบอย่างละเอียด หลังเกิดเหตุ กองกำลังผสมนราธิวาส นำโดย พ.ต.อ.สะท้านฟ้า วามะสิงห์ ผกก.สส.ภจว.นราธิวาส พ.ต.ท.เนติธร วัตตธรรม นักวิทยาศาสตร์ 3 กองพิสูจน์หลังฐาน 10 จ.ยะลา และ ร.ต.อ.ประจวบ นิ่มเรือง สารวัตรกองเก็บกู้วัตถุระเบิด จ.นราธิวาส พร้อม อัยการศาลจ.นราธิวาส เดินทางเข้ามาตรวจสอบชัณสูตร ศพอย่างละเอียด
อย่างไรก็ตาม ส่วนสาเหตุ เจ้าหน้าที่ เชื่อว่าคนร้ายทั้ง 7 คน เตรียมประชุมวางแผนก่อการร้าย หวังที่จะเอาคืนเจ้าหน้าที่ ภายหลังกองกำลังติดอาวุธถูกวิสามัญ 16 ศพ ที่ อ.บาเจาะ ที่ผ่านมา นอกจากนี้ ยังมีเจ้าหน้าที่ชุดสลาตัน ได้รับบาดเจ็บสาหัสจากปฏิบัติการครั้งนี้ 1 นาย คือ ร.ต.สุขสันต์ จันทร อายุ 32 ปี นำส่ง รพ.นราธิวาสราชนครินทร์ แล้ว
"เลขาฯ ศอ.บต."ถกหน่วยความมั่นคงปัตตานี หาแนวทางดับไฟใต้
พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง เลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) พร้อมด้วยนายประมุข ลมุล ผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี พล.ต.ธวัช สุกปลั่ง ผบ.ฉก.ปัตตานี และหน่วยงาน 3 ฝ่าย ร่วมหาทางออกร่วมกันถึงแนวทางยุทธศาสตร์ การพัฒนา และการแก้ปัญหาความไม่สงบในพื้นที่ เพื่อหาทางออกจากความขัดแย้งโดยสันติวิธี
พ.ต.อ.ทวี กล่าวว่า การแก้ปัญหาในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้อย่างยั่งยืน ยังจำเป็นที่จะต้องใช้กระบวนการยุติธรรม การคืนความเป็นธรรมให้กับประชาชน อีกทั้งการใช้กระบวนการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนเป็นพลังการเข้าถึงประชาชน เพื่อเสริมสร้างสันติสุข การพัฒนาอย่างยั่งยืน สร้างความเข้าใจต่อสถานการณ์ความเป็นจริงต่อสังคม สร้างความตระหนักของการอยู่รวมกันอย่างมีความสุข บนพื้นฐานของความหลากหลาย ทั้งวิธีคิด วิถีชีวิต วัฒนธรรม ศาสนา และการพัฒนาคน พัฒนาสังคม ที่ต้องเริ่มจากการส่งเสริมการศึกษาให้สอดคล้องกับวิถีชีวิต ความต้องการของประชาชนในแต่ละพื้นที่ เน้นการสร้างอาชีพที่มั่นคง สร้างรายได้ให้ครอบครัว เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตที่ดี ดังนั้นการแก้ปัญหาในพื้นที่ต้องเปิดเวทีพูดคุยสันติภาพกับผู้ที่มีความคิดต่าง ตามนโยบายการบริหารการพัฒนาจังหวัดชายแดนใต้
......................................
(หมายเหตุ : ภาพจากแฟ้มข่าว)



