
'ปู'งดจ้อTVส่ง'พงศ์เทพ'แจงยุบร.ร.
'ยิ่งลักษณ์'งดจัดรายการ'รัฐบาลยิ่งลักษณ์พบประชาชน' มอบ 'พงศ์เทพ' แจงยุบโรงเรียนขนาดเล็ก รับห่วงเทศกาลรับน้องที่กำลังเริ่ม จี้สถาบันเข้าตรวจเข้มก่อนเกิดปัญหา
11 พ.ค.56 น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี งดจัดรายการ "รัฐบาลยิ่งลักษณ์พบประชาชน" มอบหมายให้ นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา รองนายกฯและรมว.ศึกษาธิการ ชี้แจงเกี่ยวกับแนวคิดการยุบรวมและควบรวมโรงเรียนที่มีนักเรียน ต่ำกว่า 60 คน
นายพงศ์เทพ กล่าวถึงกรณียุบโรงเรียนขนาดเล็ก ที่มีนักเรียนต่ำกว่า 60 คน ว่า ที่บอกว่ายุบ ความหมาย คือ ยุบรวมกับควบรวม ไม่ใช่ยุบโรงเรียนไปเลย หมายความว่าเด็กอย่างไรเสียก็ยังมีที่เรียน ครูมีงานทำ คนที่อยู่ในโรงเรียนมีงานทำเหมือนเดิม ไม่ได้ถูกกระทบ ที่ต้องพิจารณาเพราะคุณภาพการศึกษาเทียบค่าเฉลี่ยทั้งประเทศต่ำกว่าควรจะเป็น ปีที่แล้ว ต่ำกว่า 20 คน มี 200 โรงเรียน และ 21 - 40 คนมีประมาณ 2 พันโรงเรียน จำนวน 21 - 60 คนมี 3 พันโรงเรียน
นายพงศ์เทพ กล่าวต่อว่า อย่างแรก คือ เรื่องคุณภาพครู ครูต้องแบ่งเวลาสอนแต่ละชั้นเรียน ไม่เหมือนครูในโรงเรียนขนาดใหญ่ แต่ละคนสอนนักเรียนเต็มเวลาทั้งชั่วโมง และข้อสอง รัฐบาลให้เงินรายหัวแต่ละโรงเรียนไป ถ้านักเรียนน้อยก็เป็นเงินนิดเดียวไม่สามารถนำไปพัฒนาโรงเรียน ซื้ออุปกรณ์การศึกษาที่ดีๆให้นักเรียนได้ อุปกรณ์การศึกษาจะขาดมากกว่า และเงินงบประมาณที่ให้แก่โรงเรียนขนาดเล็กไปส่วนใหญ่ไปตกเป็นค่าจ้างครู ส่วนกรณีโรงเรียนที่เขามีการร่วมกันพัฒนา มีคุณภาพดีอยู่แล้ว เราก็ต้องส่งเสริมเขา ต้องไปดูสภาพ ผลการจัดการศึกษาเป็นอย่างไร ถ้าทำได้ดีก็ส่งเสริมต่อไป หรือบางโรงเรียนอยู่บนภูเขา ต้องใช้เวลาในการเดินทางถ้าจะเคลื่อนย้ายก็ต้องอยู่ต่อ หรือโรงเรียนใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ก็มีเหตุผลที่จะต้องอยู่ต่อ
"ที่ผ่านมามีการยุบควบรวมไปแล้ว ไม่ใช่ครั้งแรก 20 ปีที่ผ่านมา ควบรวมไปแล้ว 3 พันกว่าแห่ง ซึ่งในการพิจารณายุบ ทาง ผอ.โรงเรียน ผอ.เขตการศึกษาต้องไปสำรวจข้อมูลใหม่ ถ้าเด็กที่ต่ำกว่า 20 คนต่อโรงเรียน ตอนนี้เพิ่มขึ้นกว่าที่มีอยู่ 700 แห่งหรือไม่ เป็นการทำเพื่อให้เด็กไปสู่สถาบันการศึกษาที่มีคุณภาพ แต่ก็มีผู้ปกครองจำนวนหนึ่งที่ขนลูกไปเรียนโรงเรียนอื่นที่มีคุณภาพ ทำอยู่แล้ว แต่เวลายุบหรือควบรวม รัฐก็สนับสนุนเรื่องการเดินทางให้ มีเอกชนมารับขนไปกลับ เราจ่ายค่าขนส่งให้ นร. 1 คน / 1 วันละ 10 บาท ถ้าไกลก็ 15 บาท หรือถ้ามีที่ไหนที่ไม่มีรถรับส่ง ก็ต้องมาคิดกันว่าจะขนอย่างไร ในส่วนของงบประมาณมีเพียงพอ แต่ถามว่าพัฒนาโรงเรียนขนาดเล็กพัฒนาเท่าขนาดใหญ่ได้หรือไม่ ก็ต้องบอกว่างบประมาณที่รัฐให้ไปคงไม่พอ ที่เราเน้นคือยกระดับคุณภาพการศึกษา เรื่องบประมาณเป็นผลพลอยได้ ไม่ได้คิดเรื่องงบประมาณเป็นหลัก แต่เน้นเรื่องการศึกษาเป็นหลัก เขาทำมาก่อนแล้วตั้งแต่ปี 2536 ยุบควบรวมแล้วกว่า 3 พันแห่ง" นายพงศ์เทพ กล่าว
นายพงษ์เทพ กล่าวต่ออีกว่า การจัดงบประมาณด้านขนส่ง ถ้านักเรียนต้องเดินทางไกล ก็ต้องจัดจักรยานให้แทนจัดรถขน หากชาวบ้านต้องการให้จัดให้มากกว่าที่จะเป็นรถขน ถามว่าโรงเรียนที่ยุบไปรวมแล้วพื้นที่ที่ตรงนั้นจะไปทำอะไร ที่ผ่านมา กกต.มาขอใช้ก็มี หรือชาวบ้านขอเป็นศูนย์การศึกษานอก ร.ร. หรือศูนย์โอทอป สามารถนำไปใช้เป็นประโยชน์อย่างอื่นได้ การยุบรวมไม่ใช่เป็นคำสั่งของกระทรวงศึกษาเท่านั้น แต่ต้องเข้าไปถามประชาชน ผอ.ทั้งหลายต้องไปรับฟัง ถ้าเห็นว่าไปควบรวมแล้วมีคุณภาพดีกว่าก็จะพิจารณา ไม่ได้ตั้งเป้าว่าจะต้องควบรวมกี่แห่ง ในการควบรวมกันถือว่าเขาอยู่ด้วยกันทั้งหมด ครูที่เคยอยู่ แทนที่เดิมจะสอน 3 ชั้น ก็สอนแค่ชั้นเดียว แต่บางโรงเรียนที่ผ่านมาแล้วยุบรวม เพราะสภาพอาคารที่ไม่ดี อย่างนี้ก็มีการยุบรวมไป ขณะที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นบางแห่งก็มีมาช่วยสนับสนุนการศึกษาเยอะ พี่น้องประชาชนภาคเอกชนก็มาช่วยสนับสนุนการศึกษามาก หลายแห่งมีผู้มีจิตศรัทธาบริจาคเงินสร้างอาคาร พัฒนาการศึกษา คนไทยให้ความสนใจบริจาคเงินเพื่อการศึกษามากพอควร ซึ่งเราก็ชื่นชมและขอบคุณ
"ทั้งนี้โรงเรียนขนาดเล็กไม่ว่าเล็กขนาดไหน ถ้าจัดการการศึกษาได้ดี เราให้อยู่ และเราก็สนับสนุนด้วย แต่ที่เราจะยุบหรือควบรวมคือ เล็กและไม่มีคุณภาพ คุณภาพการศึกษาในโรงเรียนขนาดเล็กที่มีคุณภาพต่ำ เราอยู่เฉยไม่ได้ ส่วนงบประมาณ เช่น เรื่องแท็บเลต ก็เพื่อให้เด็กมีความคุ้นเคย เป็นเครื่่องมือปกติในชีวิต คนรุ่นใหม่ในอนาคตต้องคุ้นเคยกับการใช้เครื่องมือเหล่านี้ เด็กในชนบทห่างไกลไม่ถูกจำกัดในหนังสือเท่าที่มีเท่านั้น เป็นการยกระดับความเท่าเทียมทางการศึกษา การแจกแท็บเล็ตก็ยังมีต่อ ยกระดับการศึกษาก็ยังมีต่อ" นายพงศ์เทพ กล่าว
นายพงศ์เทพ กล่าวต่อไปว่า สิ่งที่เรากำลังทำคือปฎิรูปหลักสูตรระดับอนุบาล ประถม และมัธยม สมัยก่อนสอนให้เด็กไปสอนไปจำใช้เฉพาะสอบ เราก็ตัดส่วนนี้ไป ให้เขาไปเรียนรู้ในการคิด วิเคราะห์ แก้ปัญหาเป็น เราปรับหลักสูตรใหม่ทั้งหมด รวมไปถึงข้อสอบด้วย เด็กไม่จำเป็นต้องกลับไปท่องจำในสิ่งที่ไม่จำเป็น การสอนให้เด็กคิดวิเคราะห์ ครูก็ต้องปรับบทบาท กระตุ้นให้เด็กรู้จักคิด
ห่วงเทศกาลรับน้องที่กำลังเริ่ม จี้สถาบันเข้าตรวจเข้มก่อนเกิดปัญหา
นายพงศ์เทพ กล่าวถึงกรณีการรับน้องในช่วงเปิดเทอมของแต่ละสถาบันการศึกษาว่า ตนให้ทางสำนักงานคณะกรรมการอาชีวะศึกษา สำนักงานคณะกรรมการอุดมศึกษา และสำนักงานส่งเสริมการศึกษาเอกชน ซึ่งจะดูแลทั้งมหาวิทยาลัย สถาบันราชภัฎ ราชมงคล รวมไปถึงอาชีวะทั้งหลายแล้ว ก็มีในส่วนของโรงเรียนเอกชนซึ่งเป็นอาชีวะ ก็ได้ให้ทำหนังสือไปกำชับขอให้โรงเรียนทั้งหลายดูแลในเรื่องของการรับน้องว่า ให้รับน้องตามกติกาที่กำหนด อย่าไปทำอะไรในสิ่งที่ทำให้ได้รับการบาดเจ็บอันตราย หรือเป็นการล่วงเกินทางเพศต่างๆ ให้ควบคุมดูแล สำหรับโรงเรียนที่เคยมีประวัติ มีประวัติการรับน้องต่างๆ เหล่านี้ ก็ให้อาจจะต้องเชิญผู้บริหารโรงเรียน ผู้บริหารสถาบันมาคุยกันเป็นพิเศษให้ไปดูแลให้เข้มข้น เพราะว่าทุกครั้งที่มีการเปิดภาคเรียน มักจะมีปัญหาเรื่องของการรับน้องเล็ดลอดออกมาอยู่เป็นประจำ



