
'เฉลิม'ปัดตอบพท.ดัน'เจ๊หน่อย'ลงลต.
"เฉลิม" ปัดแสดงความเห็น พท.เตรียมดัน "เจ๊หน่อย" ลงเลือกตั้งซ่อมส.ส.กทม. พร้อมปิดปากเงียบหลังมือแฮ็กเว็บร้องถูกแกล้ง เล็งตั้ง"ประชา-ภาณุพงศ์-สุภรณ์"ช่วยชายแดนใต้
วันที่ 10 พ.ค.56 ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีการหาตัวแทนของพรรคเพื่อไทย ลงสมัครเลือกตั้งซ่อมส.ส.เขต 12 กทม. แทนนายการุณ โหสกุล ว่า ตนไม่ขอแสดงความเห็น ซึ่งในระดับโซนตนรับผิดชอบฝั่งธน ถือว่าไม่เกี่ยว
ผู้สื่อข่าวถามว่า มีกระแสข่าวว่า ส.ส.กทม. ส.ก. และ ส.ข.พรรคเพื่อไทย สนับสนุนคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ อดีตรองหัวหน้าพรรคไทยรักไทย ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า ตนไม่แสดงความเห็น เดี๋ยวเป็นประเด็นการเมือง เพราะไม่ใช่หน้าที่ตน แต่เป็นหน้าที่พรรค ต้องรอข้อยุติตนถึงจะให้ความเห็นได้
ทั้งนี้ผู้สื่อข่าวรายงานว่าระหว่างการสัมภาษณ์ ร.ต.อ.เฉลิม ได้พูดแซวผู้สื่อข่าวที่มีชื่อเล่น “หน่อย” ว่า “หากผมจะสนับสนุนใครลงเลือกตั้งนะ ผมสนับสนุนหน่อยนี่ล่ะ” โดยผู้สื่อข่าวได้ตอบกลับว่า “ก็เจ๊หน่อยไง” จากนั้นร.ต.อ.เฉลิม ไม่ได้ตอบอะไรได้แต่เดินยิ้มขึ้นห้องทำงานที่ตึกบัญชาการ1 ทันที
ปัดตอบหลังมือแฮ็กเว็บสำนักนายกฯร้องถูกแกล้ง
ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวถึงความคืบหน้าเหตุแฮ็กเว็บไซต์สำนักนายกรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 8 พ.ค.ที่ผ่านมา โดยผู้ต้องสงสัยว่าเป็นมือแฮ็กเว็บไซต์ ได้เดินทางเข้าพบ พล.ต.ต.พิสิษฐ์ เปาอินทร์ ผู้บังคับการการกระทำผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี หรือ ปอท.ในวันนี้ว่า เรื่องนี้ให้ตำรวจพูดเองดีกว่า ตนพูดไม่ได้เป็นเรื่องการเมือง
ผู้สื่อข่าวถามว่า หมายความว่าแฮ็กเกอร์คนนั้นมีการเมืองอยู่เบื้องหลัง ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า คนนั้นคือคนนั้น จะเป็นผู้ต้องหาตัวจริงหรือไม่ ตนยังไม่ทราบ ส่วนที่ระบุว่า ถูกแกล้งก็ว่าไป ไม่เห็นว่ามีผู้ต้องหาคนไหนบอกไม่โดนแกล้ง ทั้งนี้ทางตำรวจเพียงแค่บอกว่าได้เบาะแส
เมื่อถามว่า ทางเจ้าหน้าที่ได้รายงานบ้างหรือไม่ว่าจะได้ข้อสรุปเมื่อไร ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า อย่าไปคาดคั้น เดี๋ยวหาว่าตนบังคับ แต่หากมีรายงานมาตนก็ไม่จำเป็นต้องบอกทุกเรื่อง
เล็งตั้ง"ประชา-ภาณุพงศ์-สุภรณ์"ช่วยชายแดนใต้
ร.ต.อ.เฉลิม ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการคณะกรรมการขับเคลื่อนนโยบายและยุทธศาสตร์การแก้ไขปัญหาชายแดนภาคใต้ ให้สัมภาษณ์ว่า ในการประชุมศปก.กปต.ในช่วงบ่ายวันนี้ ตนจะเสนอ 3 เรื่องดังนี้ 1.ใครที่บอกว่าไม่ได้รับความเป็นธรรมให้มาร้องทุกข์ 2.ใครมีหมายจับตาม ป.วิอาญา ตาม พรก.ฉุกเฉิน แล้วบอกว่าโดนกลั่นแกล้ง ให้เอาหมายจับมาตนจะไปพบ 3.การยกเลิก พรก.ฉุกเฉิน ต้องทำให้ตนเห็นว่าอำเภอไหนสงบแล้ว อำนาจอยู่ที่ตน ซึ่งตนจะจัดการให้ ซึ่งทางกองทัพก็ไม่ขัดข้อง แต่ถ้าไม่ทำภายใน 90 วัน แสดงว่าเรื่องทั้งหมดไม่จริงก็ต้องถามว่าคุณคิดอะไรกันอยู่
นอกจากนี้ ตนจะเสนอที่ประชุม ศปก.กปต.เพื่อตั้งนายประชา ประสพดี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย พล.ต.อ.ภาณุพงศ์ สิงหรา ณ อยุธยา รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ฝ่ายการเมือง นายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ฝ่ายการเมือง พร้อมจัดตั้งคณะทำงานเพิ่มเติมอีกให้ได้ 9 คน ให้ลงพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้เต็มพื้นที่ และจะให้ผู้กำกับทุกพื้นที่มาประชุมร่วมกัน ซึ่งตนจะลงไปกำกับดูแลเอง
“ผมมีหน้าที่รับผิดชอบก็ขอคิดด้วยคน และเมื่อตั้งทั้ง 3 คนแล้ว ผมจะต้องลงพื้นที่บ่อยขึ้น ส่วนกลุ่มวาดะห์ที่เคยตั้งเป็นที่ปรึกษาก็ยังเป็นอยู่ ซึ่งเป็นคนละส่วนกัน ซึ่งเชื่อว่าจะได้รับความร่วมมือ แต่ถ้าเราทำแล้วไม่มีอะไรดีขึ้น เราก็ต้องเปลี่ยนวิธีการ ผมมาทำงานตรงนี้บางทีตนไม่เชื่อสายข่าว 100 เปอร์เซ็นต์ ตนไม่ฟัง สายข่าวเวลามาสรุปถ้าเชื่อก็หัวใจวายตาย” ร.ต.อ.เฉลิม กล่าว
ผู้สื่อข่าวถามว่า วิเคราะห์ว่า 5 ข้อเสนอบีอาร์เอ็นไม่ใช่หนทางนำไปสู่สันติสุข จะทำให้การพูดคุยสันติภาพในวันที่ 13 มิ.ย.นี้ ต้องปรับรูปแบบหรือไม่ ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า ต้องมาคุยกับตน ต้องมาฟังตน เพราะตนเป็น ผอ.ศปก.กปต. เรื่องนี้ทำตามลำพังไม่ได้ ซึ่งตนคุยกับ พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) แล้ว ซึ่งท่านก็ตกลง ส่วนที่บอกว่าควรมีการพูดคุยในทางลับก่อนที่จะพูดคุยกับบีอาร์เอ็นกลุ่มใหญ่นั้น ตนมองว่าเป็นเรื่องถูกต้อง ถ้าเราบอกเขาก่อนหมดเขาก็ตั้งหลักทัน เราไปบอกข้อสอบเขาทำไม
เมื่อถามว่า คนที่มีสันดานเป็นโจรจะจัดการอย่างไร ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า “พูดอย่างนี้ไม่ได้ เดี๋ยวพรรคการเมืองเขาว่า ตนต้องเรียกว่าคุณโจร เรียกคุณพ่อผู้ก่อการร้าย ไม่เช่นนั้นเดี๋ยวถูกด่าหาว่าโจรกระจอกอีก”
เมื่อถามว่า จะมีกำหนดการหารือกับผู้นำของประเทศมาเลเซียอีกหรือไม่ ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า ตนยังไม่พูด แก้ปัญหาภาคใต้ต้องพูดน้อย หลังจากนี้จะไม่ค่อยให้สัมภาษณ์แล้ว เพราะถ้าพูดมากจะมีคนวิพากษ์วิจารณ์



