ข่าว

“อภิสิทธิ์”ไฟเขียววธ.นำมิติวัฒนธรรมสร้างสมานฉันท์ดับไฟใต้

“อภิสิทธิ์”ไฟเขียววธ.นำมิติวัฒนธรรมสร้างสมานฉันท์ดับไฟใต้

05 มิ.ย. 2552

“อภิสิทธิ์” ไฟเขียว วธ.นำมิติวัฒนธรรมสร้างสมานฉันท์ พร้อมส่งกำลังใจพี่น้อง 3 จังหวัดชายแดนใต้ ดันโครงการวัฒนธรรมไทยสายใยชุมชนทุกตำบล พร้อมอนุมัติให้ 140 ล้านบาท

 เมื่อวันที่ 5 มิ.ย.  นายธีระ สลักเพชร  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม(รมว.วธ.) กล่าวภายหลังเปิดงานมหกรรมวัฒนธรรมปัตตานีย้อนยุคสู่สันติสุขแดนใต้ ณ ลานศิลปวัฒนธรรม หน้าศาลากลางจังหวัดปัตตานี ว่า นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ได้มอบหมายให้ ตนเดินทางมาเปิดงานแทน เนื่องจากนายกฯ ติดภารกิจเร่งด่วน ซึ่งการจัดงานครั้งนี้

 ตนมั่นใจว่าการที่ กระทรวงวัฒนธรรม ลงพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เดินมาถูกทาง เพราะเป็นการนำมิติวัฒนธรรม มาสร้างความสมานฉันท์ และสร้างขวัญและกำลังใจ ให้กับคนในพื้นที่ เจ้าหน้าที่ ตำรวจและทหาร ที่ต้องเผชิญกับเหตุการณ์ไม่สงบมานานหลายปี ที่สำคัญนายกรัฐมนตรี ยังได้แสดงความห่วงใย และส่งกำลังใจ ให้กับประชาชนในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยได้กำชับถึงการแก้ปัญหาความไม่สงบ จะต้องสร้างความเข้าใจในวัฒนธรรมที่แตกต่าง นอกจากนี้ยังสนับสนุนให้ กระทรวงวัฒนธรรม เดินหน้าโครงการวัฒนธรรมไทยสายใยชุมชน ให้เกิดขึ้นในทุกตำบล ของ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ อย่างเป็นรูปธรรม ให้เร็วที่สุด เพื่อสร้างสันติสุขให้คนในพื้นที่ โดยขณะนี้ รัฐบาลได้อนุมัติงบประมาณ จำนวน 140 ล้านบาท ในการดำเนินโครงการดังกล่าวแล้ว

 “จากการที่ผม ได้ลงพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ กับ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ที่กำกับดูแลด้านความมั่นคง มั่นใจว่า การจัดงานครั้งนี้ จะมีความปลอดภัยอย่างแน่นอน โดยทางจังหวัดได้มีมาตรการรักษาความปลอดภัยอย่างเต็มที่ และอยากเชิญชวนพี่น้องในพื้นที่ร่วมงานดังกล่าว ซึ่งการจัดงานครั้งนี้จะจัดไปถึงวันที่ 7 มิ.ย. โดยมีกิจกรรมที่น่าสนใจมากมาย ได้แก่ ขบวนแห่เอกลักษณ์ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ของดี 12 อำเภอ จังหวัดปัตตานี การจัดตลาดน้ำปัตตานีย้อนยุค รวมทั้งได้เชิญเหล่าศิลปินดารามาร่วมให้กำลังใจพี่น้องชาวใต้อีกด้วย ” รมว.วัฒนธรรม กล่าว

 นายธีรเทพ ศรียะพันธ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี กล่าวถึงมาตรการรักษาความปลอดภัยการจัดงานมหกรรมวัฒนธรรมปัตตานีย้อนยุคสู่สันติสุขแดนใต้ ว่า การจัดงานในครั้งนี้ ทางจังหวัดมีมาตรการรักษาความปลอดภัยอย่างเต็มกำลัง โดยมีทหาร ตำรวจ ผู้นำท้องถิ่น ร่วมกันดูแลกว่า 1,000 คน ในขณะเดียวกัน ได้มีการตัดสัญญาณโทรศัพท์มือถือ เพื่อป้องกันการจุดระเบิดด้วยโทรศัพท์มือถือด้วย นอกจากนี้ยังมีเจ้าหน้าที่ตรวจตราบริเวณที่มีการจอดรถจักรยานยนต์ รถยนต์ ในการป้องกันการวางระเบิดในพื้นที่อีกด้วย อย่างไรก็ตาม ตนอยากให้ประชาชนมั่นใจในความปลอดภัย ซึ่งจะเข้มข้นไม่แพ้การจัดงานกาชาดที่ผ่านมา